โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“การเป็นตัวของตัวเองคือความสำเร็จของเราแล้ว” Three Man Down กับ 8 ปีในดนตรีที่รัก

a day magazine

อัพเดต 22 ส.ค. 2563 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2563 เวลา 07.35 น. • ลลนา ปลั่งสมบัติ

นับตั้งแต่เพลง ฝนตกไหม กลายมาเป็นความหมายแฝงของประโยค “คิดถึงนะ” ที่มีคนส่งไปถึงใครอีกคน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Three Man Down กลายมาเป็นวงดนตรีป๊อป-ร็อกที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงไม่ขาดสาย 

จนมาถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พวกเขาก็ปล่อยเพลงเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ในสถานะแฟนเก่าอย่าง ฝันถึงแฟนเก่า จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ก่อนจะหยิบเพลง นอนไม่หลับ ของ Zaza มารีเมคใหม่ด้วยการใส่ดนตรีป๊อปๆ และปล่อยออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันไม่นานนี้  

ระยะเวลา 8 ปี คือสิ่งที่ กิต–กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ (นักร้องนำ), ตูน–พีรพล เอี่ยมจำรัส (กีตาร์), โอม–กิจฎิเมธ ชาญพานิช (เบส), เต–เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค (กลอง) และ เส็ง–วิศรุต ปฐมสิริไพศาล (คีย์บอร์ด) ได้พาความฝันที่ชื่อว่า Three Man Down มายืนอยู่ตรงหน้าผู้คน พวกเขาเริ่มจากวงดนตรีของเด็กมหาวิทยาลัยสู่เวทีประกวดมากมาย จนมาถึงรายการ Band Lab ที่ทั้ง 5 คนโชว์ความสามารถจนได้รางวัลรองชนะเลิศและป๊อปปูลาร์ โหวตไปครอง และในที่สุดก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเต็มตัวในค่าย Gene Lab ภายใต้การดูแลของ โอม–ปัณฑพล ประสารราชกิจ

เรามีโอกาสพูดคุยกับพวกเขาทั้ง 5 คนในช่วงที่เพลง ฝันถึงแฟนเก่า คว้ายอดผู้ชมกว่าล้านวิว หลังเพิ่งปล่อยเพลงออกมาได้ไม่นาน เรื่องราวในเส้นทางสายดนตรีของ Three Man Down ที่มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตา และความเชื่อมั่นบนเส้นทางตัวเอง บรรจุอยู่ในบทสนทนาต่อจากบรรทัดนี้แล้ว

ขอย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของวง พวกคุณเคยให้สัมภาษณ์ว่ารวมตัวกันครั้งแรกช่วงมหาวิทยาลัย แต่สมาชิกบางคนเรียนกันคนละที่เลย แล้วพวกคุณมาเจอกันได้ยังไง  

เส็ง :พวกเรา 4 คน (เส็ง เต ตูน และโอม) คุ้นเคยกันอยู่แล้วเพราะอยู่โรงเรียนเดียวกันตอนมัธยม พอเข้ามหา’ลัยต้องแยกย้าย โชคดีที่ผมกับโอมอยู่คณะและมหา’ลัยเดียวกัน แล้วอยากทำวงเหมือนกันเพราะยังอยากเล่นดนตรีอยู่

โอม :แล้วเตก็โทรมาพอดี บอกว่ามีงานประกวดไปเล่นด้วยกันไหม ผมก็โอเคอยากเล่น เลยชวนเส็งไปที่ห้องซ้อมด้วย ไปเจอเต ตูน และกิต เราก็รวมตัวกัน แล้วก็ไปเริ่มประกวดดนตรีด้วยกันตั้งแต่ตอนนั้น

กิต :งานนั้นคือ 5 GUM Presents a day live house เป็นงานประกวดดนตรีที่นิตยสาร a day ทำร่วมกับ believe records ในปี 2556 ถือว่าเป็นเวทีแรกที่ทำให้ Three Man Down รวมตัวกัน ผมขอเล่าเหตุการณ์ตอนส่งคลิปไปออดิชั่นหน่อย จำได้ว่าวันนั้นเรา 5 คนนัดรวมตัวกันที่สยาม แล้วเอาโทรศัพท์อัดคลิปส่งไป วันต่อมาต้องไปอัดคลิปอีกในห้องซ้อมที่คลองเตย ผมเองต้องไปทำธุระก่อนแล้วฝนตกลงมาพอดีเลยต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ตากฝนจากธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ไปคลองเตย พอมาถึงห้องซ้อมเราก็ถ่ายคลิปส่งประกวด ผลปรากฏว่าได้เข้ารอบ หลังจากนั้นผมคิดเสมอว่าอะไรที่ทำให้เราลำบากเดี๋ยวได้ดีแน่นอน

เส็ง :ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดๆ (หัวเราะ)

ได้ยินมาว่าคุณมี 5 คนก็จริง แต่ตอนนั้นตั้งชื่อว่า Three Man down เพราะสมาชิกอีก 3 คนเคยมีวงดนตรีมาก่อน 

กิต :ผมขอสารภาพที่มาของชื่อตรงนี้เลยละกัน (หัวเราะ) เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนั้นพวกเรานั่งอยู่บนรถ เตถามว่าวงเราชื่อว่าอะไรดี ผมเลยเสนอว่าชื่อ Crew แปลว่าทีม และมีอีกชื่อที่คิดไว้คือ White Line แต่มีวงต่างประเทศใช้ไปแล้ว สักพักตูนโปรยมาคำเดียวอยู่หมัดเลยว่า ‘Three Man Down ปะ’ ตอนนั้นเอามาจากไหนนะตูน (หันไปถามตูน)

ตูน :เกม (หัวเราะ)​

กิต :เราเลยตกลงกันว่าจะใช้ชื่อนี้เป็นชื่อวง ทีนี้ตอนไปประกวดแข่งขันดนตรี พิธีกรจะถามว่า Three Man Down มีที่มาจากอะไร ด้วยความที่ผมเรียน Storytelling จากสาขาภาพยนตร์มา ถ้าจะตอบว่ามาจากเกมคงไม่ได้ เราจำเป็นต้องหาเบื้องหลังการตั้งชื่อมาใส่ ตอนนั้นผมเลยผุดเรื่องขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ จนกลายเป็นเรื่องผู้ชาย 3 คนที่เคยมีวงของตัวเอง แล้วมารวมตัวกันใหม่ในวงนี้ อย่างที่ทุกคนได้ยินมาจากสื่ออื่นๆ ตั้งแต่นั้นมาผมก็อยู่บนหลังเสือแล้ว ลงไม่ได้ (หัวเราะ)

ตอนรวมตัวกันครั้งแรก ทำไมถึงตัดสินใจไปประกวดดนตรีกันเลย 

กิต :มันเป็นเรื่องของยุคสมัยด้วย ยุคนั้นวิธีเดียวที่จะทำให้เราได้เล่นดนตรีคือการประกวด ถ้าจะอัพโหลดคลิปลงยูทูบแบบยุคนี้ เรายังไม่รู้วิธีทำเลยด้วยซ้ำ คงทำได้ยาก เราเลยเดินสายประกวดกัน ล้มลุกคลุกคลาน ชนะบ้าง แพ้บ้าง เวทีแรกที่ชนะคือ 5 GUM นี่แหละ หลังจากนั้นเราก็แพ้มาตลอดเลย (หัวเราะ)

จนเดินทางมาถึงเวที Melody Of Life Music Festival ของ SpicyDisc ตอนนั้นวงที่มาประกวดด้วยคือวงที่เฉิดฉายในวงการเพลงทุกวันนี้ มีทั้ง Safeplanet, Zweed n’ Roll และ Whal & Dolph จำได้ว่าตอนนั้นเรายังมีความคิดอยู่เลยว่าจะเอาเพลงที่เล่นคัฟเวอร์เจ๋งๆ มาโชว์ แต่ตอนอยู่ข้างล่างมองดูวง Zweed n’ Roll เขามีพลังมากเลย

ตูน :เพราะวงอื่นๆ เขามีเพลงเป็นแนวทางของตัวเอง แต่พวกเราแม้จะประกวดมาหลายเวทีแต่ก็ยังไม่มีสไตล์เป็นของตัวเองเลย หลังจากงานแข่งดนตรีครั้งนั้น เราจึงตัดสินใจเลิกประกวดแล้วเริ่มหาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ลงมือทำเพลงของตัวเองบ้าง

 

แนวคิดในการทำงานเพลงของพวกคุณเป็นยังไง

เส็ง :ด้วยความที่พวกเราส่วนใหญ่เรียนภาพยนตร์กัน ทำให้วิธีคิดแบบนักดนตรีน้อยมาก เวลาทำเพลงเราจะคิดจากภาพก่อนแล้วถึงเอาดนตรีและรายละเอียดมาใส่ทีหลัง มันเลยเป็นการเขียนเพลงจากคอนเซปต์ 

เต :อีกอย่างวงเราใช้ระบบไดเรกเตอร์ในการคิดและผลิตผลงาน แบ่งกันว่าใครมีจุดเด่นหรือถนัดเรื่องไหนก็ดูแลเรื่องนั้น การทำงานของพวกเราจึงคล้ายๆ การทำหนัง อย่างตูนจะเป็นคนทำเพลงเขียนเพลง เราจะเชื่อมั่นในสิ่งที่ตูนทำ ในเรื่องของภาพหรือ MV กิตก็จะเป็นคนนำ หรืออย่างการ management ผมจะดูแลเป็นหลัก

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Three Man Down (@threemandown) เมื่อ ก.ย. 7, 2019 เวลา 8:08am PDT

 

หลังจากผ่านการประกวดมาหลายเวที จนมาถึงรายการ Band Lap และก้าวเข้าสู่ครอบครัวค่ายใหญ่อย่าง Gene Lab ตอนนี้วิธีการทำงานของคุณเปลี่ยนไปบ้างไหม

กิต :มันก็เปลี่ยนไปนะ ด้วยความที่ Gene Lab เป็นค่ายเพลงที่ค่อนข้างให้อิสระกับนักดนตรี มีระบบไทม์ไลน์ที่แน่นอน แต่เราต้องจัดการเวลาเหล่านี้ด้วยตัวเอง คือค่ายให้อิสระเราว่าจะทำวิธีไหนก็ได้ แต่พอถึงเวลาต้องมีงานส่งค่าย

เต : ในยุคนี้ถ้าไม่ผลักดันตัวเองก่อน ผมคิดว่าเราก็ไม่เหมาะที่จะเป็นศิลปิน ดังนั้นอย่างแรกต้องเริ่มต้นด้วยตัวเองก่อน อย่างที่พี่โอมเคยพูดว่าเขามีน้ำมันให้เราแต่เราต้องจุดไฟเอง จะจุดได้นานแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเรา

อย่างช่วงที่ปล่อยเพลงออกมาแล้วกระแสตอบรับไม่เป็นไปตามคาด ทั้งเพลง ไปเถอะเธอ และเพลง ทีมรอเธอ ซึ่งมันมีผลต่อการโชว์เล่นดนตรีสดที่ไม่ค่อยเข้ามาด้วย ช่วงนั้นเราเริ่มเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้วมาคุยกันว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว 

กิต :ประชุมกันหนักมาก ข้อดี-ข้อเสียของวงคืออะไร แล้วพอเราไม่มีงานโชว์มันส่งผลยังไง นั่นก็คือคนไม่เห็นภาพว่า Three Man Down เล่นโชว์เป็นยังไง เชื่อมโยงไปอีกว่าทำให้ไม่มีงานโชว์

เต : ทีนี้ดูว่าร้านไหนว่างอยู่ เราลงเงินกัน เอาเครื่องเสียงไปในร้าน บอกเจ้าของร้านว่าถ้าพี่อยากขายบัตรพี่ขายเลย แต่ผมไม่ขอค่าตัว ขอแค่ค่าเครื่องเสียงจากทีมงานของผมพอ

เส็ง : ก็เรียกคนรู้จักมาช่วยถ่ายวิดีโอเป็น live session ให้เลย แล้วเอาลงเพจของเรา ทำให้เป็นคลิปแรกๆ ที่คนเห็นว่า Three Man Down เล่นดนตรีสดได้ ก็เริ่มมีลูกค้าติดต่อมามากขึ้น 

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

ขอบคุณทุกคนที่ออกจากบ้านมาในวันที่ฝนตกครับ #tuktukfestival2020 #changmusicconnection #amazingthailand photoby : @oatjiww

โพสต์ที่แชร์โดย Three Man Down (@threemandown) เมื่อ ส.ค. 8, 2020 เวลา 6:29am PDT

พอกระแสตอบรับเพลงของเราดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกดดันขึ้นบ้างไหม 

ตูน :หลังจากที่เพลง ฝนตกไหม ดังก็กดดันนะ เหมือนกับว่าทุกคนได้ฟังเพลงที่ดีไปแล้ว หลังจากนั้นถ้าเราทำเพลงไม่ดีก็จะทำให้คนฟังผิดหวัง ทางค่ายเพลงเองก็ผิดหวัง เรารู้สึกกดดันขึ้นเยอะเหมือนกัน

กิต :พี่โอมเคยบอกว่าถ้าเพลงคือช็อกโกแลตแล้วให้เราเรียงลำดับความหวาน เพลง ฝนตกไหมอาจจะเป็นช็อกโกแลตรสหวานจนติดปากคนฟังไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเพลง เลือกคนที่เขารักเราจะไม่ดี มันแค่มีความหวานน้อยกว่า พอมาถึงเพลง ฝันถึงแฟนเก่า อาจมีรสชาติที่หวานกว่าเพลงที่แล้ว ความจริงแล้วเราชอบทุกเพลงที่ทำ แต่รสนิยมของคนฟังไม่เหมือนกันเพราะบางคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบกินหวานก็ได้

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

ในภาพนี้มีสองคนที่อู้งาน☔️ #ฝนตกไหม #threemandown #genelab

โพสต์ที่แชร์โดย Three Man Down (@threemandown) เมื่อ พ.ย. 26, 2019 เวลา 4:09pm PST

หลังจากเป็นที่รู้จักมากขึ้น ตัวตนของคุณมีความเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน

กิต : ในด้านภาพลักษณ์เปลี่ยนตรงที่เราต้องทำให้ตัวเองดูดีขึ้น ซึ่งความจริงแล้วไม่เกี่ยวกับการแต่งตัวซะทีเดียว แต่สิ่งที่เราจะเสียสละและทำออกมาเป็นรูปธรรมได้มากที่สุดคือการทำให้ตัวเองดูดีเพื่อให้เกียรติแฟนๆ ที่มาดูพวกเรา 

เต : เรื่องความคิดก็เปลี่ยนด้วย ก่อนหน้านี้อยากพูดอะไรเราพูดได้เลย แต่ตอนนี้ต้องคิดมากขึ้นว่าใครจะได้รับผลกระทบไหม ทั้งพี่โอมค่าย Gene Lab และแฟนคลับ ทุกคนได้รับผลกระทบหมด เราก็ต้องไตร่ตรองมากขึ้นด้วย

กิต : ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตก็ไม่เปลี่ยนนะ เรายังกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนเดิม กินข้าวมันไก่ร้านเดิม แต่อาจจะกินก๋วยเตี๋ยวเสียงดังไม่ได้แล้ว (หัวเราะ)

ถ้านับตั้งแต่วันแรกที่รวมตัวกันไปประกวดดนตรีจนถึงตอนนี้ ระหว่างทางเคยรู้สึกเหนื่อยบ้างไหม

กิต : ถ้ายอมรับตรงๆ มีเหนื่อยครับ แล้วพวกเราทั้ง 5 คนเคยพูดกันว่าถ้า 25 แล้วพวกเรายังไม่มีอะไรเป็นเป็นชิ้นเป็นอันจะแยกย้าย แต่พูดตามความจริงเราก็ยังไม่อยากเลิกหรอก อยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ พยายามหาสิ่งต่างๆ มาหล่อเลี้ยงจิตใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เรายังอยู่ด้วยกันทั้ง 5 คน

บังเอิญที่เพลง ฝนตกไหม ปล่อยออกมาตอนเราอายุ 25 พอดี เรามีโอกาสได้ไปเล่นครั้งแรกที่สยาม ผมขอเล่าถึงเหตุการณ์นี้ มันอะเมซิ่งมาก เราเป็นวงที่ 6 ในค่าย Gene Lab ที่ขึ้นไปเล่น ผมบอกตูนว่าเดี๋ยวมีเซอร์ไพรส์ให้ เพราะเราจะเปิดตัวเพลง ฝนตกไหม ครั้งแรก ทีมงานก็เตรียมเอฟเฟกต์เป็นไฟ LED ที่คล้ายๆ ฝนอยู่หลังเวที พอเริ่มเล่นเพลงปุ๊ป ผมมองไปข้างหน้า ปรากฏว่าฝนตกจริงๆ ตกหนักเลย พอเราเล่นเพลงจบฝนก็หยุดตกพอดีเลย

เส็ง : ผมกับกิตร้องไห้เลยตอนเห็นฝนตก แต่ตูนหันหน้ามาหาพวกเราแล้วพูดว่า ‘เจ๋งว่ะ’ เพราะคิดว่ากิตเป็นคนทำเอฟเฟกต์ฝนมาเซอร์ไพรส์เพื่อน (หัวเราะ)   

กิต : ลงจากเวทีพวกเราก็ร้องไห้กันแล้วพูดว่าขอสักทีเถอะ ถ้าเพลงที่จะดังก็ขอให้เป็นเพลงนี้ แล้วหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนก็ได้ฟีดแบ็กที่ดีกลับมา

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

เล่น #ฝนตกไหม ครั้งแรก ฝนก็ตกลงมาจริงๆ ตกแค่เพลงเดียวด้วยนะ 😂☔️ พรุ่งนี้เจอกัน #melodyoflife 16.00 #threemandown #GeneLabCon #genelab

โพสต์ที่แชร์โดย Three Man Down (@threemandown) เมื่อ ต.ค. 19, 2019 เวลา 9:52am PDT

หรือนี่จะเป็นอย่างที่กิตบอกตอนแรกว่าต้องลำบากก่อนถึงจะได้ดี

กิต : เห็นไหมอะไรที่ต้องลำบากก่อนได้ดีเสมอ (หัวเราะ)

 

ต่อจากนี้คุณมองการเติบโตของ Three Man Down เอาไว้ยังไง

เส็ง : ผมมองว่า Three Man Down ไม่มีจุดที่ตกฮวบลงเลย เราสัมผัสได้ว่าวงจะค่อยๆ โตขึ้น ไม่ว่าช้าหรือเร็ว แต่เราโตขึ้นมาโดยตลอด แล้วคาดหวังว่ามันจะขึ้นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

เต : อีกอย่างการเติบโตของเรามาในจังหวะที่ถูกต้อง อย่างเช่นเพลงฝนตกไหม ก็ปล่อยในช่วงที่วงเล่นโชว์ดี แต่ถ้าหากเราปล่อยออกมาก่อนหน้านี้สัก 2-3 ปี ก็อาจจะรับมือกับเพลงที่ดังขนาดนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคำว่าค่อยๆ โตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกับ Three Man Down มากๆ

 

สุดท้ายแล้ว จากการเดินทางล้มบ้าง ชนะบ้าง จนมาเป็นศิลปินในค่ายใหญ่เต็มตัว พวกคุณคิดว่า Three Man Down ประสบความสำเร็จหรือยัง

กิต : เราคิดว่าวงเราเป็นวงกลางๆ ไม่ได้เป็นสีสันของยุคขนาดนั้น เราเลยทำอะไรก็ได้ เป็นตัวของตัวเอง เลยสบายใจที่จะอยู่ตรงนี้ ต่อให้ดังหรือยังไม่ดังกว่านี้ อันนี้คือความสำเร็จสำหรับเราแล้ว เรานึกเสมอว่ามีทุกวันนี้เพราะแฟนคลับ สุดท้ายแล้วถ้าแฟนคลับชอบตัวตนของเราผมว่าก็ประสบความสำเร็จมากๆ แล้ว

Highlights

  • ตั้งแต่เพลง ฝนตกไหมกลายมาเป็นหนึ่งในเพลงโปรดของใครหลายคน ชื่อของ Three Man Down วงดนตรีป๊อป-ร็อกที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 5 คน ก็กลายเป็นหนึ่งในวงที่น่าจับตามองในยุคนี้
  • พวกเขารวมตัวกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เดินสายประกวดดนตรีมาหลายเวที ชนะบ้าง แพ้บ้าง จนมาถึงรายการ Band Lab และก้าวเข้าสู่ชายคาบ้านหลังใหม่อย่าง Gene Lab ภายใต้การดูแลของปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือโอม Cocktail
  • หากนับจากจุดเริ่มต้นจนก้าวมาสู่การเป็นศิลปินอาชีพ พวกเขายืนยันว่านอกจากความสามารถทางดนตรี อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Three Man Down ยืนหยัดในความฝันของพวกเขาจนกลายเป็นวงดนตรีที่มีแฟนเพลงรอติดตามผลงานอยู่เสมอ คือตัวตนและความเชื่อมั่นที่จะเติบโตช้าๆ แต่หนักแน่นในทุกๆ ก้าวเดิน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...