โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลไม้ของกษัตริย์ ‘สัปปะรด’ ผลไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผลไม้สุดหรูหรา และเป็นสัญลักษณ์ความมั่งคั่งของอังกฤษ

The Structure

อัพเดต 18 ก.พ. 2567 เวลา 19.54 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2567 เวลา 12.54 น. • The Structure

ทุกวันนี้ สับปะรดในบ้านเรานั้น ถือได้ว่าเป็นผลไม้ทั่วไปที่สามารถหาทานได้ทั่วไป ตามแผงขายผลไม้ข้างทาง ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รสหวานเปรี้ยว เนื้อชุ่มฉ่ำน้ำ ปอกทานสด ๆ ก็อร่อย ยิ่งนำไปแช่เย็นก็ยิ่งอร่อย อีกทั้งยังนิยมนำไปใช้ประกอบเป็นของหวานแสนอร่อยได้หลากหลาย

อีกทั้งสับปะรดนั้นก็เป็นสินค้าเกษตรที่มีความโดดเด่นอย่างหนึ่งของประเทศได้ โดยในปี 2566 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสับปะรดกระป๋องมากถึง 2 หมื่นล้านบาท ครองสัดส่วนตลาดโลกเป็นอันดับ 1 มากถึง 32%

แต่เมื่อย้อนกลับไปในอดีต ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 สับปะรดเคยเป็นผลไม้ที่หายากมาก และถูกมองว่าเป็นผลไม้ที่สุดแสนจะหรูหรา เลอค่าจนได้รับการขนานนามว่า “ผลไม้ของกษัตริย์” เลยทีเดียว

สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ และถูกนำเข้ามาสู่ยุโรปจากการค้นพบทวีปอเมริกาของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งทำให้มหาอำนาจต่าง ๆ ในยุโรปต่างพากันส่งกองเรือไปยังทวีปอเมริกา และขนส่งนำวัตถุดิบจากทวีปอเมริกา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีการเก็บอาหารสดในยุคสมัยนั้น ยังไม่เจริญก้าวหน้ามากเพียงพอที่จะเก็บรักษาผลไม้สดในระหว่างการขนส่งข้ามทวีป ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยด้านระยะเวลาในการขนส่ง และวิธีการเก็บรักษาความสดของผลไม้เอง ซึ่งนั่นทำให้จำนวนสับปะรดที่ถูกขนมาจากทวีปอเมริกาสู่ยุโรปนั้น มีจำนวนที่น้อยมาก

นอกจากนี้ ผลและใบของสับปะรดแต่ละลูกนั้น มีลักษณะที่คล้ายกับคนสวมมงกุฎ จึงทำให้สับปะรดถูกนำไปเชื่อมโยงกับความมั่งคั่ง และอำนาจ จนถูกเรียกว่า “ผลไม้แห่งกษัตริย์” นั่นเอง

ในปี ค.ศ. 1661 พ่อค้าชาวบาร์เบโดส (เกาะในแถบทะเลแคริเบียน อเมริกาใต้) ทูลเกล้าถวายฎีกาแด่สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งในแต่ละวันพระเจ้าชาลส์จะทรงได้รับฎีกามากกว่าหมื่นฉบับ แต่ความพิเศษของฎีกาฉบับนี้นั้นคือ เขาได้ทูลเกล้าถวายสัปปะรสด้วย และสับปะรดก็ทำให้ฎีกาของพวกเขานั้น ได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว

และในปี ค.ศ. 1675 พระเจ้าชาลส์ที่ 2 ทรงโปรดให้มีการวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ โดยในภาพพระองค์ทรงประทับยืนในสวน โดยมีนายจอห์น โรส คนสวนหลวงกำลังคุกเข่าถวายสัปปะรส เพื่อสื่อความหมายถึงแสนยานุภาพทางเศรษฐกิจของกองเรืออังกฤษในยุคนั้นนั่นเอง

นอกจากนี้ สับปะรดยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการทูตของอังกฤษอีกด้วย โดยใน ค.ศ. 1668 อังกฤษและฝรั่งเศสกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณานิคมเวสต์อินดีส (หมู่เกาะในทะเลแคริเบียน) พระเจ้าชาลส์ที่ 2 ทรงพระราชทานเลี้ยงแด่ราชทูต ชาร์ลส์ โคลแบร์ จากฝรั่งเศส

ซึ่งในการเลี้ยงในครั้งนั้น พระเจ้าชาลส์ทรงหั่นสับปะรดให้แก่ชาร์ลส์ โคลแบร์ และคณะทูตด้วยพระองค์เอง โดยมีพระราชประสงค์ที่จะสำแดงพระราชอำนาจทางเศรษฐกิจอังกฤษ เพื่อข่มฝรั่งเศสผ่านสับปะรด

และถึงแม้ว่าในบันทึกของจอห์น เอเวลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับพระราชทานสับปะรสด้วยนั้นจะระบุว่ามันมีรสชาติที่น่าผิดหวัง เปรี้ยวมากเหมือนลูกควินซ์ (ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดหนึ่ง) กับแตง [3]

แต่ด้วยความหายาก และมีจำนวนน้อยของมัน ทำให้สนนราคาของสัปปะรส 1 ลูกในยุคสมัยนั้น มีการประเมินมูลค่าเป็นเงินในปัจจุบันเท่ากับลูกละ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.8 แสนบาทเลยทีเดียว [4]

ที่มา[1] นายกฯ ปลื้มสินค้าผลไม้ไทย สับปะรดกระป๋อง ที่ 1 โลก-มะม่วงเบาขึ้นทะเบียน GI, https://www.thairath.co.th/news/politic/2593893

[2] Charles II Presented with a Pineapple, https://www.rct.uk/collection/406896/charles-ii-presented-with-a-pineapple

[3] Public Dining in the Reign of Charles II (1630-1685), https://www.rct.uk/collection/themes/trails/public-dining-in-the-reign-of-charles-ii-1630-1685/charles-ii-presented

[4] King Pine, The Pineapple, https://www.historic-uk.com/CultureUK/King-Pineapple/

[5] Tom Standage (2023), “ประวัติศาสตร์กินได้”, แปลโดย โตมร ศุขปรีชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...