โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยันฮี เจ้าศัลยกรรมความงาม ย้ำ...ไทยถูกดีเก่งกว่าเกาหลี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มี.ค. 2567 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2567 เวลา 02.43 น.
นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา

สัมภาษณ์พิเศษ

“ยันฮี” ชื่อนี้การันตีได้เป็นอย่างดีในเรื่องของศัลยกรรมความงาม ที่ได้รับการยอมรับ โดยถือกำเนิดมาจาก “โพลีคลินิก” ที่เปิดให้บริการเมื่อปี 2527 (ตุลาคม) และแจ้งเกิดด้วยเรื่องของการลดน้ำหนัก-ความอ้วน ก่อนจะยกฐานะเป็นโรงพยาบาลความงาม เมื่อปลายปี 2540

ล่าสุดในโอกาสที่กำลังจะมีอายุครบ 40 ปี “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ“นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา” ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลยันฮีที่อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นต้นตำรับศัลยกรรมความงามของเมืองไทย ดังนี้

Q : มองภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลวันนี้อย่างไร

ตอนนี้ธุรกิจโรงพยาบาลยังคงได้รับเอฟเฟ็กต์จากภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ทําให้กําลังซื้อคนน้อยลง พอกําลังคนซื้อน้อยลง เมื่อเจ็บป่วยก็หันไปพึ่งบริการทางภาครัฐ เช่น ประกันสังคม บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงประกันชีวิต เพราะฉะนั้นคนไข้เงินสดที่จะเดินเข้ามาในโรงพยาบาลจะน้อยลง เศรษฐกิจไม่ดีคนก็ต้องประหยัด เจ็บไข้ได้ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เดินเข้าร้านขายยา นอกจากนี้สถานการณ์สงครามก็ทำให้ลูกค้าต่างประเทศลดลง โดยเฉพาะยุโรป และตะวันออกกลาง

สำหรับ รพ.ยันฮีเอง ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้นตัวเลขน่าจะลดลงไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คนไข้นอกลดลง ปีที่แล้ว 1,500-2,000 คน/วัน ตอนนี้เหลือ 1,000 กว่าคน ส่วนคนไข้ใน แม้จะไม่ลดลงมากนัก แต่อัตราการครองเตียงลดลง คนไข้ขอกลับจะเร็วขึ้น ไม่นอนยาวสมัยก่อนต้องนอนเฉลี่ย 3 วัน 4 วัน ตอนนี้เฉลี่ย 2 วัน หรือ 3 วัน

ช่วงนี้คนไข้ลด เข้ามาใช้บริการไม่มาก ก็ถือโอกาสปรับปรุง ทาสีใหม่ อัพเกรดห้อง เปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องมือที่เก่าเอาของใหม่มาทดแทน เพื่อรอเวลาที่เศรษฐกิจฟื้นตัว

Q : ภาพรวมของศัลยกรรมความงาม

แม้การรักษาโรคทั่วไปจะยังไม่ดีขึ้น แต่ในส่วนของศัลยกรรมตกแต่ง พบว่า ก็ยังมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น เมียนมา จีน ส่วนตะวันออกกลาง สมัยก่อนเยอะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมา

ทุกวันนี้ยันฮียังเป็นผู้นําในเรื่องของศัลยกรรมความงาม เสริมหน้าอก ทําจมูก ทำตา ฯลฯ มีคนไข้เข้าใช้บริการต่อเนื่อง คนที่เคยทําเสริมจมูก ก็มาเสริมหน้าอก เสริมหน้าอกไปสักพักหนึ่ง ก็มาดึงหน้า เป็นต้น

เนื่องจากยันฮีมีบริการที่ครบวงจร สามารถให้บริการหรือทําอะไรได้หลายอย่าง เทียบกับคลินิกความงามที่เปิดอยู่ ซึ่งส่วนมากก็ทําได้แค่เสริมจมูก ทําตา ผ่าตัดใหญ่เขาทำไม่ได้ เพราะคลินิกเล็ก ๆ ไม่มีห้องดมยา ไม่มีห้องไอซียู พอมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมาก็แก้ไขไม่ได้ แก้ไม่ทันก็มีปัญหา แต่ที่เป็นเคสใหญ่ เช่น เสริมหน้าอก ดึงหน้า แปลงเพศ รีแพร์ ฯลฯ คนไข้จะมาที่ยันฮี เพราะคนไข้รู้ว่าการทำที่คลินิกเล็กมีความเสี่ยง และไม่ปลอดภัย

ส่วนคนไข้ต่างประเทศที่มาใช้บริการหลัก ๆ จะมีทั้งเสริมจมูก ทําตาสองชั้น เสริมหน้าอก แปลงเพศก็มี มีทั้งผู้ชายแปลงเพศเป็นผู้หญิง ผู้หญิงแปลงเพศเป็นผู้ชาย เพราะยันฮีทำได้ครบวงจร

Q : คนไทย ดารา นิยมไปทำศัลยกรรมความงามที่เกาหลี

จริง ๆ คนไทยเก่งกว่า แต่บ้านเราไม่สามารถโฆษณาได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคนอยากจะศัลยกรรม ไม่รู้จะไปหาข้อมูลที่ไหน ก็เปิดยูทูบ เปิดสื่อออนไลน์ ก็จะได้รับข่าวสารต่าง ๆ โดยเฉพาะจากเกาหลี ที่ทางการเขาอนุญาตให้โฆษณาได้ และทางการเกาหลีเองก็มีการโปรโมตในเรื่องนี้เพื่อดึงเงินตราต่างประเทศ

แต่เมืองไทย ห้ามโฆษณา เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องของจริยธรรมและจรรยาบรรณ

เดิมศัลยกรรมความงามไทยนําหน้าเกาหลีเป็น 10 ปี เกาหลีก็ยังมาเรียนรู้จากเมืองไทยมาขอเรียนกับยันฮี และตอนหลังเกาหลีเขาก็มีการโฆษณาเรื่องนี้มาก คนก็เริ่มรู้จักมากขึ้น ๆ ศัลยกรรมความงามไทยก็ไม่รู้จะทําไง เพราะโฆษณาไม่ได้

นอกจากนี้ศัลยกรรมความงามของเกาหลีก็มีราคาแพงกว่าไทยมาก เฉลี่ย 3-4 เท่า เช่น ทำจมูก ของเรา 9,000 บาท แต่ที่เกาหลีก็จะประมาณ 18,000-20,000 บาท นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม ค่านายหน้า

Q : ที่ผ่านมาหลาย ๆ รัฐบาลพยายามจะขายความเป็น Medical Hub

ในอดีตรัฐบาลพยายามโปรโมตให้เมืองไทยเป็น Medical Hubยันฮีก็เคยไปโรดโชว์ร่วมกับรัฐบาล ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี แต่หลัง ๆ มานี้ MedicalHub ไม่ได้มีการทำต่อเนื่องก็เลยเงียบ ๆ ไป

จริง ๆ เมืองไทยเป็น Medical Hub เป็นศูนย์การรักษาโรคทั่วไป ซึ่งทั้งบํารุงราษฎร์ กรุงเทพ สมิติเวช ไม่ได้น้อยหน้าใคร หรือถ้าเป็นศูนย์ศัลยกรรมความงาม ยันฮีก็ไม่น้อยหน้าใคร แต่ปัญหาคือ ขาดการประชาสัมพันธ์ เพราะไม่ให้โฆษณา แต่ก่อนยันฮีขึ้นบิลบอร์ด แปลงเพศ รีแพร์ เสริมหน้าอก แต่ถูกสั่งให้เอาลงหมดเลย

Q : ปัจจุบันมุมมองความคิดในเรื่องศัลยกรรมความงาม ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่แปลกเหมือนเมื่อในอดีต

แต่ก่อนใคร ๆ ก็มองว่า ยันฮีเป็นแพทย์พาณิชย์ ไม่ได้รักษาคน แต่ผ่าตัดคนให้สวยขึ้น และคนมักจะคิดว่า ทําไมต้องผ่าตัดในเมื่อพ่อแม่ให้มาก็น่าจะพอใจในสิ่งที่พ่อแม่ให้มา โดนโจมตีตลอด

การให้บริการเรื่องศัลยกรรมความงาม เราคิดในใจว่าในเมื่อถ้าคุณมีเวลา คุณมีเงิน แล้วคุณปล่อยให้ตัวเองน่าเกลียดไปทําไม พ่อแม่ให้มาก็จริงแต่ไม่ได้ให้ความสมบูรณ์ทุกคน ยันฮีจึงเปิดแผนกศัลยกรรมความงามสวนกับการมองของสังคม

แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์มันมาทางนี้ คนที่มีบุคลิกดี คนสวยขึ้น หางานได้เร็วขึ้น หางานได้ดีขึ้น

Q : มองการขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ของศูนย์ศัลยกรรมความงามไว้อย่างไร

ตอนนี้เราขยายห้องไว้ก่อน ขยายห้องไว้รองรับ ห้องตรวจเดิมมี 20 ห้อง ก็ขยายเป็น 30 ห้อง เดิมห้องผ่าตัดมีอยู่ 20 ห้อง ก็ขยายเป็น 30 ห้อง

เป็นการขยายอินฟราสตรักเจอร์ เพื่อรองรับ เผื่อว่าสักวันเศรษฐกิจดี และมีคนไข้เข้ามาใช้บริการก็จะมีความสามารถรองรับ

Q : ตอนนี้ใครบ้างที่เป็นลูกค้าของศูนย์ศัลยกรรมความงามของยันฮี

จริง ๆ เริ่มต้นตั้งแต่ 16 ปี จะมาเรื่องผิวหนัง เรื่องสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำต่าง ๆ จะเริ่มที่แผนกผิวหนัง พออายุขึ้นมาที่ 17-18 ปี ก็จะมาด้วยเรื่องทําตาสองชั้น เพราะคนไทยคนจีนเนี่ยตาชั้นเดียวไม่สวย ทําตาสองชั้นเอ๊ยเพื่อนทักทําไมตาสวยขึ้น จากนั้นติดใจพออายุ 20-21 ปี ก็มาเสริมจมูก ทีนี้ยิ่งเห็นชัดขึ้น หน้าเปลี่ยนละ จากนั้นพอได้งานเก็บเงินได้มากหน่อยก็ถึงจะมาเสริมหน้าอก มาเสริมหน้าอกแล้วก็มาฉีดโบท็อกซ์ มาฉีดฟิลเลอร์ บางทีไม่ต้องผ่าตัด หน้ามีรอย แก้มบุ๋ม ก็ใช้วิธีฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อแต่งให้สวยให้หน้าเต็มอิ่มได้

ฉะนั้นเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาความงามนี่ทำได้ตั้งแต่ 16 ปี ไปจนถึง 60 ปีเลย หรือ 60 ปีก็อาจจะมาดึงหน้า มาทํารากฟันเทียม ทําฟันถาวร

ส่วนผู้ชายก็มาทําศัลยกรรมตกแต่ง เพราะอายุ 60 หนังตาจะเริ่มตก หรือไม่ก็ถุงไขมันใต้ตาเยอะ ก็มาผ่าออก ฉะนั้นศัลยกรรมตกแต่งรักษาได้ตั้งแต่ผู้หญิง ผู้ชาย อายุ 16 ถึงอายุ 60 เลย

หากสังเกตจะเห็นว่า ระดับอายุของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการนั้นค่อนข้างกว้างมาก

ดังนั้นยิ่งถ้าเศรษฐกิจดี ลูกค้าก็อยากจะใช้เงินเขาก็มาทำโน่นนี่เพื่อให้มีบุคลิกที่ดีขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีเงินใช้เขาก็เลยเบรกเรื่องนี้ไปก่อน

นอกจากนี้ลูกค้าเดิม ๆ ที่เคยเข้ามาใช้บริการก็ยังมาใช้บริการเพิ่มในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ จึงทำให้ยันฮียังรักษาตําแหน่งผู้นำในเรื่องของศัลยกรรมความงามอยู่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยันฮี เจ้าศัลยกรรมความงาม ย้ำ…ไทยถูกดีเก่งกว่าเกาหลี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...