ยันฮี เจ้าศัลยกรรมความงาม ย้ำ...ไทยถูกดีเก่งกว่าเกาหลี
สัมภาษณ์พิเศษ
“ยันฮี” ชื่อนี้การันตีได้เป็นอย่างดีในเรื่องของศัลยกรรมความงาม ที่ได้รับการยอมรับ โดยถือกำเนิดมาจาก “โพลีคลินิก” ที่เปิดให้บริการเมื่อปี 2527 (ตุลาคม) และแจ้งเกิดด้วยเรื่องของการลดน้ำหนัก-ความอ้วน ก่อนจะยกฐานะเป็นโรงพยาบาลความงาม เมื่อปลายปี 2540
ล่าสุดในโอกาสที่กำลังจะมีอายุครบ 40 ปี “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ“นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา” ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลยันฮีที่อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นต้นตำรับศัลยกรรมความงามของเมืองไทย ดังนี้
Q : มองภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลวันนี้อย่างไร
ตอนนี้ธุรกิจโรงพยาบาลยังคงได้รับเอฟเฟ็กต์จากภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ทําให้กําลังซื้อคนน้อยลง พอกําลังคนซื้อน้อยลง เมื่อเจ็บป่วยก็หันไปพึ่งบริการทางภาครัฐ เช่น ประกันสังคม บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงประกันชีวิต เพราะฉะนั้นคนไข้เงินสดที่จะเดินเข้ามาในโรงพยาบาลจะน้อยลง เศรษฐกิจไม่ดีคนก็ต้องประหยัด เจ็บไข้ได้ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เดินเข้าร้านขายยา นอกจากนี้สถานการณ์สงครามก็ทำให้ลูกค้าต่างประเทศลดลง โดยเฉพาะยุโรป และตะวันออกกลาง
สำหรับ รพ.ยันฮีเอง ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้นตัวเลขน่าจะลดลงไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คนไข้นอกลดลง ปีที่แล้ว 1,500-2,000 คน/วัน ตอนนี้เหลือ 1,000 กว่าคน ส่วนคนไข้ใน แม้จะไม่ลดลงมากนัก แต่อัตราการครองเตียงลดลง คนไข้ขอกลับจะเร็วขึ้น ไม่นอนยาวสมัยก่อนต้องนอนเฉลี่ย 3 วัน 4 วัน ตอนนี้เฉลี่ย 2 วัน หรือ 3 วัน
ช่วงนี้คนไข้ลด เข้ามาใช้บริการไม่มาก ก็ถือโอกาสปรับปรุง ทาสีใหม่ อัพเกรดห้อง เปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องมือที่เก่าเอาของใหม่มาทดแทน เพื่อรอเวลาที่เศรษฐกิจฟื้นตัว
Q : ภาพรวมของศัลยกรรมความงาม
แม้การรักษาโรคทั่วไปจะยังไม่ดีขึ้น แต่ในส่วนของศัลยกรรมตกแต่ง พบว่า ก็ยังมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น เมียนมา จีน ส่วนตะวันออกกลาง สมัยก่อนเยอะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมา
ทุกวันนี้ยันฮียังเป็นผู้นําในเรื่องของศัลยกรรมความงาม เสริมหน้าอก ทําจมูก ทำตา ฯลฯ มีคนไข้เข้าใช้บริการต่อเนื่อง คนที่เคยทําเสริมจมูก ก็มาเสริมหน้าอก เสริมหน้าอกไปสักพักหนึ่ง ก็มาดึงหน้า เป็นต้น
เนื่องจากยันฮีมีบริการที่ครบวงจร สามารถให้บริการหรือทําอะไรได้หลายอย่าง เทียบกับคลินิกความงามที่เปิดอยู่ ซึ่งส่วนมากก็ทําได้แค่เสริมจมูก ทําตา ผ่าตัดใหญ่เขาทำไม่ได้ เพราะคลินิกเล็ก ๆ ไม่มีห้องดมยา ไม่มีห้องไอซียู พอมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมาก็แก้ไขไม่ได้ แก้ไม่ทันก็มีปัญหา แต่ที่เป็นเคสใหญ่ เช่น เสริมหน้าอก ดึงหน้า แปลงเพศ รีแพร์ ฯลฯ คนไข้จะมาที่ยันฮี เพราะคนไข้รู้ว่าการทำที่คลินิกเล็กมีความเสี่ยง และไม่ปลอดภัย
ส่วนคนไข้ต่างประเทศที่มาใช้บริการหลัก ๆ จะมีทั้งเสริมจมูก ทําตาสองชั้น เสริมหน้าอก แปลงเพศก็มี มีทั้งผู้ชายแปลงเพศเป็นผู้หญิง ผู้หญิงแปลงเพศเป็นผู้ชาย เพราะยันฮีทำได้ครบวงจร
Q : คนไทย ดารา นิยมไปทำศัลยกรรมความงามที่เกาหลี
จริง ๆ คนไทยเก่งกว่า แต่บ้านเราไม่สามารถโฆษณาได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคนอยากจะศัลยกรรม ไม่รู้จะไปหาข้อมูลที่ไหน ก็เปิดยูทูบ เปิดสื่อออนไลน์ ก็จะได้รับข่าวสารต่าง ๆ โดยเฉพาะจากเกาหลี ที่ทางการเขาอนุญาตให้โฆษณาได้ และทางการเกาหลีเองก็มีการโปรโมตในเรื่องนี้เพื่อดึงเงินตราต่างประเทศ
แต่เมืองไทย ห้ามโฆษณา เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องของจริยธรรมและจรรยาบรรณ
เดิมศัลยกรรมความงามไทยนําหน้าเกาหลีเป็น 10 ปี เกาหลีก็ยังมาเรียนรู้จากเมืองไทยมาขอเรียนกับยันฮี และตอนหลังเกาหลีเขาก็มีการโฆษณาเรื่องนี้มาก คนก็เริ่มรู้จักมากขึ้น ๆ ศัลยกรรมความงามไทยก็ไม่รู้จะทําไง เพราะโฆษณาไม่ได้
นอกจากนี้ศัลยกรรมความงามของเกาหลีก็มีราคาแพงกว่าไทยมาก เฉลี่ย 3-4 เท่า เช่น ทำจมูก ของเรา 9,000 บาท แต่ที่เกาหลีก็จะประมาณ 18,000-20,000 บาท นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม ค่านายหน้า
Q : ที่ผ่านมาหลาย ๆ รัฐบาลพยายามจะขายความเป็น Medical Hub
ในอดีตรัฐบาลพยายามโปรโมตให้เมืองไทยเป็น Medical Hubยันฮีก็เคยไปโรดโชว์ร่วมกับรัฐบาล ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี แต่หลัง ๆ มานี้ MedicalHub ไม่ได้มีการทำต่อเนื่องก็เลยเงียบ ๆ ไป
จริง ๆ เมืองไทยเป็น Medical Hub เป็นศูนย์การรักษาโรคทั่วไป ซึ่งทั้งบํารุงราษฎร์ กรุงเทพ สมิติเวช ไม่ได้น้อยหน้าใคร หรือถ้าเป็นศูนย์ศัลยกรรมความงาม ยันฮีก็ไม่น้อยหน้าใคร แต่ปัญหาคือ ขาดการประชาสัมพันธ์ เพราะไม่ให้โฆษณา แต่ก่อนยันฮีขึ้นบิลบอร์ด แปลงเพศ รีแพร์ เสริมหน้าอก แต่ถูกสั่งให้เอาลงหมดเลย
Q : ปัจจุบันมุมมองความคิดในเรื่องศัลยกรรมความงาม ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่แปลกเหมือนเมื่อในอดีต
แต่ก่อนใคร ๆ ก็มองว่า ยันฮีเป็นแพทย์พาณิชย์ ไม่ได้รักษาคน แต่ผ่าตัดคนให้สวยขึ้น และคนมักจะคิดว่า ทําไมต้องผ่าตัดในเมื่อพ่อแม่ให้มาก็น่าจะพอใจในสิ่งที่พ่อแม่ให้มา โดนโจมตีตลอด
การให้บริการเรื่องศัลยกรรมความงาม เราคิดในใจว่าในเมื่อถ้าคุณมีเวลา คุณมีเงิน แล้วคุณปล่อยให้ตัวเองน่าเกลียดไปทําไม พ่อแม่ให้มาก็จริงแต่ไม่ได้ให้ความสมบูรณ์ทุกคน ยันฮีจึงเปิดแผนกศัลยกรรมความงามสวนกับการมองของสังคม
แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์มันมาทางนี้ คนที่มีบุคลิกดี คนสวยขึ้น หางานได้เร็วขึ้น หางานได้ดีขึ้น
Q : มองการขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ของศูนย์ศัลยกรรมความงามไว้อย่างไร
ตอนนี้เราขยายห้องไว้ก่อน ขยายห้องไว้รองรับ ห้องตรวจเดิมมี 20 ห้อง ก็ขยายเป็น 30 ห้อง เดิมห้องผ่าตัดมีอยู่ 20 ห้อง ก็ขยายเป็น 30 ห้อง
เป็นการขยายอินฟราสตรักเจอร์ เพื่อรองรับ เผื่อว่าสักวันเศรษฐกิจดี และมีคนไข้เข้ามาใช้บริการก็จะมีความสามารถรองรับ
Q : ตอนนี้ใครบ้างที่เป็นลูกค้าของศูนย์ศัลยกรรมความงามของยันฮี
จริง ๆ เริ่มต้นตั้งแต่ 16 ปี จะมาเรื่องผิวหนัง เรื่องสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำต่าง ๆ จะเริ่มที่แผนกผิวหนัง พออายุขึ้นมาที่ 17-18 ปี ก็จะมาด้วยเรื่องทําตาสองชั้น เพราะคนไทยคนจีนเนี่ยตาชั้นเดียวไม่สวย ทําตาสองชั้นเอ๊ยเพื่อนทักทําไมตาสวยขึ้น จากนั้นติดใจพออายุ 20-21 ปี ก็มาเสริมจมูก ทีนี้ยิ่งเห็นชัดขึ้น หน้าเปลี่ยนละ จากนั้นพอได้งานเก็บเงินได้มากหน่อยก็ถึงจะมาเสริมหน้าอก มาเสริมหน้าอกแล้วก็มาฉีดโบท็อกซ์ มาฉีดฟิลเลอร์ บางทีไม่ต้องผ่าตัด หน้ามีรอย แก้มบุ๋ม ก็ใช้วิธีฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อแต่งให้สวยให้หน้าเต็มอิ่มได้
ฉะนั้นเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาความงามนี่ทำได้ตั้งแต่ 16 ปี ไปจนถึง 60 ปีเลย หรือ 60 ปีก็อาจจะมาดึงหน้า มาทํารากฟันเทียม ทําฟันถาวร
ส่วนผู้ชายก็มาทําศัลยกรรมตกแต่ง เพราะอายุ 60 หนังตาจะเริ่มตก หรือไม่ก็ถุงไขมันใต้ตาเยอะ ก็มาผ่าออก ฉะนั้นศัลยกรรมตกแต่งรักษาได้ตั้งแต่ผู้หญิง ผู้ชาย อายุ 16 ถึงอายุ 60 เลย
หากสังเกตจะเห็นว่า ระดับอายุของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการนั้นค่อนข้างกว้างมาก
ดังนั้นยิ่งถ้าเศรษฐกิจดี ลูกค้าก็อยากจะใช้เงินเขาก็มาทำโน่นนี่เพื่อให้มีบุคลิกที่ดีขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีเงินใช้เขาก็เลยเบรกเรื่องนี้ไปก่อน
นอกจากนี้ลูกค้าเดิม ๆ ที่เคยเข้ามาใช้บริการก็ยังมาใช้บริการเพิ่มในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ จึงทำให้ยันฮียังรักษาตําแหน่งผู้นำในเรื่องของศัลยกรรมความงามอยู่
- ยันฮีฯทุ่มงบ 60 ล้านดัน “แคลเซียมวอเตอร์” เขย่าตลาด
- ปตท. ผนึก ยันฮี ชูเทคโนโลยี AI ช่วยวินิจฉัยและรักษาโรคทางทันตกรรม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยันฮี เจ้าศัลยกรรมความงาม ย้ำ…ไทยถูกดีเก่งกว่าเกาหลี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net