เคอร์ฟิวนราธิวาสกระทบหาเสียง 5 เขต สะเทือนเลือกตั้ง สส. พรรคการเมืองปรับกลยุทธ์หาเสียงซื้อใจชาวบ้าน
สะเทือนเลือกตั้ง สส. เขย่ารัฐไทย เคอร์ฟิวนราธิวาสกระทบหาเสียง 5 เขต 36 ผู้สมัคร สส.ลงชิงชัย พรรคการเมืองปรับกลยุทธ์หาเสียงซื้อใจชาวบ้าน
วันที่ 11 ม.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (คบฉ.) และรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมนางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามเหตุลอบวางเพลิงและระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.บานา อ.เมืองปัตตานี ที่เป็นหนึ่งในหลายจุดที่ถูกก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 10 ม.ค. โดยพล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้พูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยนายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ระเบิดที่ ปตท.บานา โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่บริเวณปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายพอสมควร ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเก็บพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนการเยียวยาทางจังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลผู้เสียหาย 100% ดังนั้นขอให้ผู้เสียหายสบายใจได้ในเรื่องนี้ พร้อมขอให้กำลังใจผู้เสียหายให้สู้ต่อ
เมื่อถามว่าจะประณามผู้ก่อเหตุหรือไม่ นายพิพัฒน์ ตอบว่า อยากขอร้องดีกว่า ฝากไปยังพี่ๆน้องๆเพื่อนๆที่อาจมีอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ว่ามีอะไรก็ขอให้มาเจรจากับรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเจรจาหารือ วิธีการที่ดีที่สุดคือการเจรจาพูดคุยทุกฝ่ายถึงปัญหาเพื่อให้ได้ข้อยุติ ทั้งนี้สามารถส่งจดหมายหรือประสานมายังรัฐบาลได้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย หรือตนก็พร้อมมานั่งพูดคุยกับทุกฝ่าย เราเป็นรัฐบาลที่เปิดกว้าง ต้องการความสงบ สิ่งต่างๆที่เป็นความผิดพลาดในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อยากให้ทุกฝ่ายมานั่งพูดคุยเจรจากันเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด และย้ำว่าความสงบเรียบร้อยเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ช่วยกันทำพื้นที่ชายแดนภาคใต้เศรษฐกิจดีขึ้นและเกิดความเจริญยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน เมื่อ 11 ม.ค. 69 พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส(ผบ.ฉก.นราธิวาส) ประกาศเรื่อง มาตรการบริเวณเขตควบคุมพิเศษ และกำหนดบุคคลนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนดและใช้อำนาจตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก ออกประกาศที่ 29/2569 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จ.นราธิวาส โดยกำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลา 21.00 ถึง 05.00 น.ทั่วพื้นที่จ.นราธิวาส เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ และเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนไทยมาเลเซีย หลังเกิดเหตุความรุนแรงและสถานการณ์ความไม่สงบหลายพื้นที่ โดยการวางระเบิด ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่อื่นในจ.นราธิวาสอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือน ในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนและความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่
สำหรับมาตรการสำคัญ ประกอบด้วย การเพิ่มความเข้มงวดในการผ่านเข้า–ออกจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทยมาเลเซีย ตรวจสอบยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11ม.ค. 69 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ด้านนายสุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง วิเคราะห์เหตุรุนแรงล่าสุดที่ชายแดนใต้ ผ่านสำนักข่าวอิศรา โดยชี้ให้เห็นการก่อเหตุที่ประจวบเหมาะกันหลายปัจจัย ทั้งวาระ 22 ปีไฟใต้ การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. ที่ส่งผลต่อเนื่องถึงการเลือกตั้งระดับชาติในอีกไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้า รวมไปถึงโจมตีพุ่งเป้าเชิงสัญลักษณ์ทำลายเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างชัดเจน ซ้ำร้ายยังเลือกช่วงเวลาใกล้กับวันเด็กแห่งชาติอีกด้วย บ่งบอกว่า
1.รัฐบาลและกองทัพไทยติดกับดักอยู่กับเรื่องกัมพูชา สนใจปัญหาความมั่นคงอื่นน้อยลง โดยเฉพาะไม่สนใจภาคใต้ 2.ความรุนแรง คือ เสียงสัญญาณถึงรัฐไทยว่า อย่าลืม BRN 3.สัญญาณถึงชุมชนในพื้นที่ในช่วงเวลาเลือกตั้งว่า BRN ยังมีแรงก่อการ จึงต้องเลือกคนที่เป็นแนวร่วม/พรรคแนวร่วม BRN นำเสนอ 4.การทำลายฐานทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งการทำลายเศรษฐกิจด้วยการก่อการร้ายดำเนินต่อเนื่องมาตลอด 5.การวางระเบิดปั๊มน้ำมัน เป็นการสร้างความกลัวในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่อันตราย 6.ปั๊ม ปตท.มีลักษณะเป็นชุมชนในการเดินทาง และเป็นจุดแวะพักทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เพราะมีร้านต่างๆ เป็นส่วนประกอบในปั๊ม 7.เป็นการทำลายกลุ่มทุน เพราะเจ้าของปั๊มเหล่านี้น่าจะเป็นกลุ่มทุนและนักการเมืองในพื้นที่ 8.ถ้ามองในแบบเดิม การก่อเหตุกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ จะนำไปสู่การเรียกค่าคุ้มครอง เพราะไม่มีใครอยากมีปัญหา
นายสุรชาติระบุอีกว่า 9.ไม่มีข้อมูลชัดเจนในปัจจุบันว่า การก่อการร้ายของ BRN ในปัจจุบันมีส่วนเชื่อมต่อกับกลุ่มทุนเทาในพื้นที่หรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันเถื่อน และยาเสพติด 10.การทำลายเป้าหมายหลายจุด และเป็น soft targets ที่ป้องกันยาก เป็นการทำลายเครดิตของรัฐบาลในการป้องกันพื้นที่ 11.ส่งผลกระทบต่อเครดิตรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งในการดูแลความปลอดภัย 12.ชี้ชัดว่า การเจรจาในกรอบ JCPP (แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติภาพแบบองค์รวม) ฉบับปรับปรุงใหม่ ยังไม่มีสาระอะไร นอกจากเป็นละครการเมืองของ สมช.และคณะ รวมถึงการใช้งบค้างท่อเรื่องการเจรจาที่ไม่ถูกใช้ในช่วงที่ผ่านมา 13.การก่อเหตุในภาวะที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อส่งสัญญาณถึงการต่อต้านรัฐ และข่มขู่ 14.เป็นการเขย่าขวัญวันเด็ก ตอบโต้การจัดงานที่มีการดึงเยาวชนของฝั่งรัฐไทยไปร่วมกิจกรรม 15. ส่งสัญญาณถึง “วาระครบรอบปล้นปืน” เพราะคาดเดาว่าจะมีการก่อเหตุในวันนั้นหรือไม่ (4 ม.ค.69 จากเหตุปล้นปืน 4 ม.ค.47) แต่มีการก่อเหตุในเวลาตามมา เพื่อบ่งบอกถึงการดำรงอยู่ของ BRN
นายสุรชาติ ทิ้งท้ายว่า ต้องติดตามว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะตอบอะไรกับปัญหาภาคใต้ หรือจะปล่อยละครการเมืองชุดนี้เล่นไปอีกนานไหม เพราะปี 2570 จะมาด้วยการสับเปลี่ยนกำลังตามยุทธศาสตร์ชาติของ คสช. จนถึงวันนี้ ยังไม่มีคำตอบในทางยุทธศาสตร์ใดๆ ให้กับรัฐและสังคมไทยเลย นอกจากรอฟังข่าวการก่อเหตุของ BRN ไปเรื่อย ขณะเดียวกัน ปัญหาใต้หนักและซับซ้อนกว่าปัญหากัมพูชา และต้องตระหนักว่า ยุติได้ยากกว่าปัญหากัมพูชาด้วย เพราะเรากำลังเดินสู่ปีที่ 23 อย่างคาดไม่ถึงและไม่มีคำตอบอะไร นอกจากดูละครการเจรจาไปเรื่อยๆ และใช้สตางค์ไปเรื่อยๆ
สำหรับไม้แข็งประกาศเคอร์ฟิวนราธิวาสครั้งนี้ กระทบต่อการรณรงค์หาเสียงในจ.นราธิวาส 5 เขตเลือกตั้ง ผู้สมัครสส. 36 คนลงชิงชัย จากหลายพรรคการเมือง อาทิ พรรคประชาชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองนราธิวาส อ.ยี่งอ เขตเลือกตั้งที่2 อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.แว้ง อ.สุไหงปาดี อ.เจาะไอร้อง เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.ระแงะ อ.จะแนะ อ.สุคิริน และเขตเลือกตั้งที่ 5 อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ อ.ศรีสาคร
โดยทำให้พรรคการเมือง ผู้สมัครสส. ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หาเสียง โดยปกติการหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ มักใช้ช่วงหลังละหมาดค่ำ (อิชา) เป็นช่วงเวลาในการพบปะพูดคุยหรือจัดเวทีปราศรัยย่อยตามหมู่บ้าน การมีเคอร์ฟิวทำให้ “การเดินเคาะประตูบ้าน” ในช่วงกลางคืนทำไม่ได้ ที่เป็นหัวใจหลักของการเลือกตั้งในพื้นที่นี้ ทำให้ผู้สมัครสส.ต้องเร่งกิจกรรมในช่วงกลางวันมากขึ้น พร้อมหันใช้สื่อออนไลน์และเครื่องขยายเสียงในช่วงกลางวันแทน อาจเข้าถึงคนทำงานได้น้อยกว่า
ขณะเดียวกันพรรคที่เป็นเจ้ของพื้นที่ หรือที่เป็นแชมป์เก่ามีโอกาสได้เปรียบพรรคใหม่ เช่น พรรคประชาชาติ พรรคภูมิใจไทย ที่มีหัวคะแนนระดับหมู่บ้าน ทำงานเชิงลึกได้อยู่แล้ว แต่พรรคใหม่อาจเข้าถึงฐานได้เสียงลำบากขึ้น