โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เคอร์ฟิวนราธิวาสกระทบหาเสียง 5 เขต สะเทือนเลือกตั้ง สส. พรรคการเมืองปรับกลยุทธ์หาเสียงซื้อใจชาวบ้าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 11.53 น.

สะเทือนเลือกตั้ง สส. เขย่ารัฐไทย เคอร์ฟิวนราธิวาสกระทบหาเสียง 5 เขต 36 ผู้สมัคร สส.ลงชิงชัย พรรคการเมืองปรับกลยุทธ์หาเสียงซื้อใจชาวบ้าน

วันที่ 11 ม.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (คบฉ.) และรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมนางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามเหตุลอบวางเพลิงและระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.บานา อ.เมืองปัตตานี ที่เป็นหนึ่งในหลายจุดที่ถูกก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 10 ม.ค. โดยพล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้พูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยนายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ระเบิดที่ ปตท.บานา โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่บริเวณปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายพอสมควร ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเก็บพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนการเยียวยาทางจังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลผู้เสียหาย 100% ดังนั้นขอให้ผู้เสียหายสบายใจได้ในเรื่องนี้ พร้อมขอให้กำลังใจผู้เสียหายให้สู้ต่อ

เมื่อถามว่าจะประณามผู้ก่อเหตุหรือไม่ นายพิพัฒน์ ตอบว่า อยากขอร้องดีกว่า ฝากไปยังพี่ๆน้องๆเพื่อนๆที่อาจมีอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ว่ามีอะไรก็ขอให้มาเจรจากับรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเจรจาหารือ วิธีการที่ดีที่สุดคือการเจรจาพูดคุยทุกฝ่ายถึงปัญหาเพื่อให้ได้ข้อยุติ ทั้งนี้สามารถส่งจดหมายหรือประสานมายังรัฐบาลได้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย หรือตนก็พร้อมมานั่งพูดคุยกับทุกฝ่าย เราเป็นรัฐบาลที่เปิดกว้าง ต้องการความสงบ สิ่งต่างๆที่เป็นความผิดพลาดในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อยากให้ทุกฝ่ายมานั่งพูดคุยเจรจากันเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด และย้ำว่าความสงบเรียบร้อยเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ช่วยกันทำพื้นที่ชายแดนภาคใต้เศรษฐกิจดีขึ้นและเกิดความเจริญยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน เมื่อ 11 ม.ค. 69 พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส(ผบ.ฉก.นราธิวาส) ประกาศเรื่อง มาตรการบริเวณเขตควบคุมพิเศษ และกำหนดบุคคลนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนดและใช้อำนาจตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก ออกประกาศที่ 29/2569 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จ.นราธิวาส โดยกำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลา 21.00 ถึง 05.00 น.ทั่วพื้นที่จ.นราธิวาส เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ และเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนไทยมาเลเซีย หลังเกิดเหตุความรุนแรงและสถานการณ์ความไม่สงบหลายพื้นที่ โดยการวางระเบิด ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่อื่นในจ.นราธิวาสอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือน ในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนและความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่
สำหรับมาตรการสำคัญ ประกอบด้วย การเพิ่มความเข้มงวดในการผ่านเข้า–ออกจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทยมาเลเซีย ตรวจสอบยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11ม.ค. 69 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ด้านนายสุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง วิเคราะห์เหตุรุนแรงล่าสุดที่ชายแดนใต้ ผ่านสำนักข่าวอิศรา โดยชี้ให้เห็นการก่อเหตุที่ประจวบเหมาะกันหลายปัจจัย ทั้งวาระ 22 ปีไฟใต้ การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. ที่ส่งผลต่อเนื่องถึงการเลือกตั้งระดับชาติในอีกไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้า รวมไปถึงโจมตีพุ่งเป้าเชิงสัญลักษณ์ทำลายเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างชัดเจน ซ้ำร้ายยังเลือกช่วงเวลาใกล้กับวันเด็กแห่งชาติอีกด้วย บ่งบอกว่า

1.รัฐบาลและกองทัพไทยติดกับดักอยู่กับเรื่องกัมพูชา สนใจปัญหาความมั่นคงอื่นน้อยลง โดยเฉพาะไม่สนใจภาคใต้ 2.ความรุนแรง คือ เสียงสัญญาณถึงรัฐไทยว่า อย่าลืม BRN 3.สัญญาณถึงชุมชนในพื้นที่ในช่วงเวลาเลือกตั้งว่า BRN ยังมีแรงก่อการ จึงต้องเลือกคนที่เป็นแนวร่วม/พรรคแนวร่วม BRN นำเสนอ 4.การทำลายฐานทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งการทำลายเศรษฐกิจด้วยการก่อการร้ายดำเนินต่อเนื่องมาตลอด 5.การวางระเบิดปั๊มน้ำมัน เป็นการสร้างความกลัวในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่อันตราย 6.ปั๊ม ปตท.มีลักษณะเป็นชุมชนในการเดินทาง และเป็นจุดแวะพักทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เพราะมีร้านต่างๆ เป็นส่วนประกอบในปั๊ม 7.เป็นการทำลายกลุ่มทุน เพราะเจ้าของปั๊มเหล่านี้น่าจะเป็นกลุ่มทุนและนักการเมืองในพื้นที่ 8.ถ้ามองในแบบเดิม การก่อเหตุกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ จะนำไปสู่การเรียกค่าคุ้มครอง เพราะไม่มีใครอยากมีปัญหา

นายสุรชาติระบุอีกว่า 9.ไม่มีข้อมูลชัดเจนในปัจจุบันว่า การก่อการร้ายของ BRN ในปัจจุบันมีส่วนเชื่อมต่อกับกลุ่มทุนเทาในพื้นที่หรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันเถื่อน และยาเสพติด 10.การทำลายเป้าหมายหลายจุด และเป็น soft targets ที่ป้องกันยาก เป็นการทำลายเครดิตของรัฐบาลในการป้องกันพื้นที่ 11.ส่งผลกระทบต่อเครดิตรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งในการดูแลความปลอดภัย 12.ชี้ชัดว่า การเจรจาในกรอบ JCPP (แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติภาพแบบองค์รวม) ฉบับปรับปรุงใหม่ ยังไม่มีสาระอะไร นอกจากเป็นละครการเมืองของ สมช.และคณะ รวมถึงการใช้งบค้างท่อเรื่องการเจรจาที่ไม่ถูกใช้ในช่วงที่ผ่านมา 13.การก่อเหตุในภาวะที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อส่งสัญญาณถึงการต่อต้านรัฐ และข่มขู่ 14.เป็นการเขย่าขวัญวันเด็ก ตอบโต้การจัดงานที่มีการดึงเยาวชนของฝั่งรัฐไทยไปร่วมกิจกรรม 15. ส่งสัญญาณถึง “วาระครบรอบปล้นปืน” เพราะคาดเดาว่าจะมีการก่อเหตุในวันนั้นหรือไม่ (4 ม.ค.69 จากเหตุปล้นปืน 4 ม.ค.47) แต่มีการก่อเหตุในเวลาตามมา เพื่อบ่งบอกถึงการดำรงอยู่ของ BRN
นายสุรชาติ ทิ้งท้ายว่า ต้องติดตามว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะตอบอะไรกับปัญหาภาคใต้ หรือจะปล่อยละครการเมืองชุดนี้เล่นไปอีกนานไหม เพราะปี 2570 จะมาด้วยการสับเปลี่ยนกำลังตามยุทธศาสตร์ชาติของ คสช. จนถึงวันนี้ ยังไม่มีคำตอบในทางยุทธศาสตร์ใดๆ ให้กับรัฐและสังคมไทยเลย นอกจากรอฟังข่าวการก่อเหตุของ BRN ไปเรื่อย ขณะเดียวกัน ปัญหาใต้หนักและซับซ้อนกว่าปัญหากัมพูชา และต้องตระหนักว่า ยุติได้ยากกว่าปัญหากัมพูชาด้วย เพราะเรากำลังเดินสู่ปีที่ 23 อย่างคาดไม่ถึงและไม่มีคำตอบอะไร นอกจากดูละครการเจรจาไปเรื่อยๆ และใช้สตางค์ไปเรื่อยๆ

สำหรับไม้แข็งประกาศเคอร์ฟิวนราธิวาสครั้งนี้ กระทบต่อการรณรงค์หาเสียงในจ.นราธิวาส 5 เขตเลือกตั้ง ผู้สมัครสส. 36 คนลงชิงชัย จากหลายพรรคการเมือง อาทิ พรรคประชาชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองนราธิวาส อ.ยี่งอ เขตเลือกตั้งที่2 อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.แว้ง อ.สุไหงปาดี อ.เจาะไอร้อง เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.ระแงะ อ.จะแนะ อ.สุคิริน และเขตเลือกตั้งที่ 5 อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ อ.ศรีสาคร
โดยทำให้พรรคการเมือง ผู้สมัครสส. ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หาเสียง โดยปกติการหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ มักใช้ช่วงหลังละหมาดค่ำ (อิชา) เป็นช่วงเวลาในการพบปะพูดคุยหรือจัดเวทีปราศรัยย่อยตามหมู่บ้าน การมีเคอร์ฟิวทำให้ “การเดินเคาะประตูบ้าน” ในช่วงกลางคืนทำไม่ได้ ที่เป็นหัวใจหลักของการเลือกตั้งในพื้นที่นี้ ทำให้ผู้สมัครสส.ต้องเร่งกิจกรรมในช่วงกลางวันมากขึ้น พร้อมหันใช้สื่อออนไลน์และเครื่องขยายเสียงในช่วงกลางวันแทน อาจเข้าถึงคนทำงานได้น้อยกว่า

ขณะเดียวกันพรรคที่เป็นเจ้ของพื้นที่ หรือที่เป็นแชมป์เก่ามีโอกาสได้เปรียบพรรคใหม่ เช่น พรรคประชาชาติ พรรคภูมิใจไทย ที่มีหัวคะแนนระดับหมู่บ้าน ทำงานเชิงลึกได้อยู่แล้ว แต่พรรคใหม่อาจเข้าถึงฐานได้เสียงลำบากขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...