“จีน” ประกาศเข้มกฎคุม Generative AI สกัดภาพ-วิดีโอปลอมป่วนสังคม
"จีน" เพิ่มข้อกำหนดใหม่ครอบคลุมความเสี่ยงด้าน AI หลังภาพปลอมจาก DeepFake และภาพแผ่นดินไหวเทียมแพร่กระจาย พร้อมออกมาตรการบังคับแพลตฟอร์มติดป้ายกำกับ
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 03.48 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า รัฐบาลจีนกำลังเดินหน้าเข้มงวดกฎระเบียบเกี่ยวกับภาพและวิดีโอปลอมที่สร้างด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด (generative AI) หลังพบเนื้อหาหลอกลวงจำนวนมากในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงภาพที่อ้างว่าเป็นเหยื่อการลักพาตัวหรือความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว
การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมเดิมทีร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งคุ้มครองความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม แต่การปรับแก้ล่าสุดได้เพิ่มมาตรการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลความปลอดภัยของ AI ด้วย การแก้ไขดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม
รัฐบาลจีนมีท่าทีหวั่นเกรงว่าเนื้อหาปลอมอาจถูกใช้เพื่อวิพากษ์วิจารณ์รัฐ โดยเฉพาะในกรณีที่ข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรม อุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติ แสดงความเสียหายรุนแรงเกินจริง ซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์จีน อีกทั้งยังมีความกังวลว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงอาจถูกใส่ร้ายด้วยข้อมูลปลอมจนสูญเสียตำแหน่งได้เช่นกัน
ทั้งนี้จีนมีกฎหมายควบคุมบริการ AI เชิงกำเนิดบังคับใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยระบุว่าบริษัทพัฒนา AI ต้องใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับค่านิยมสังคมนิยม และห้ามสร้างเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายทางสังคมหรือมุ่งล้มล้างรัฐบาล
DeepSeek และโมเดล AI เชิงกำเนิดอื่น ๆ ในจีนได้รับการฝึกอบรมภายใต้กฎหมายนี้ ส่งผลให้โมเดลขนาดใหญ่ของจีนมักหลีกเลี่ยงการตอบคำถามทางการเมือง อย่างไรก็ดีกระแสภาพและวิดีโอปลอมที่ระบาดในช่วงหลัง ทำให้ทางการจีนต้องเพิ่มระดับการควบคุมเทคโนโลยีเข้มข้นกว่าเดิม
หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ในทิเบตเมื่อวันที่ 7 มกราคม ภาพทารกแรกเกิดที่มีเศษซากปกคลุมแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย ภาพดังกล่าวกลายเป็นไวรัลเพราะผู้คนต่างแสดงความเห็นใจ แต่ต่อมาพบว่าเป็นภาพที่สร้างด้วย AI ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริง ผู้โพสต์ถูกควบคุมตัวในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
ทางการด้านความมั่นคงสาธารณะยังเพิ่มการกวาดล้างอย่างหนัก ในช่วงปลายเดือนตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้เผยแพร่ตัวอย่างเนื้อหาปลอมผิดกฎหมาย พร้อมประกาศว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดรายอื่น ๆ เช่นกัน
กรณีตัวอย่างรวมถึงชายวัย 28 ปี ในมณฑลเจ้อเจียง ที่โพสต์รูปเด็กผู้หญิงจากอินเทอร์เน็ตแล้วอ้างว่าเป็นลูกสาวตัวเองถูกลักพาตัว และหญิงวัย 57 ปี ในมณฑลชานซี ที่โพสต์ข้อความและภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหว ทั้งที่ความเสียหายดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้จำนวนผู้ใช้งาน AI เชิงกำเนิดในจีนมีถึง 515 ล้านคน ณ เดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในเวลาเพียง 6 เดือน การใช้งานแพร่หลายอย่างรวดเร็วหลังจาก DeepSeek ได้รับความสนใจจากความสามารถสูงและต้นทุนต่ำ
เมื่อท่องอินเทอร์เน็ตจีน จะพบวิดีโอสอนทำภาพปลอมด้วย AI จำนวนมาก รวมถึงโปรแกรมเปลี่ยนใบหน้าหรือเสียง ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยโพสต์ภาพหวือหวาเพื่อดึงดูดยอดเข้าชม หวังเพิ่มยอดขายสินค้า หรือเพิ่มรายได้จากโฆษณา
หน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เริ่มออกแนวทางให้รัฐบาลท้องถิ่นและแพลตฟอร์มโซเชียลรายใหญ่เข้มงวดขึ้น โดยมีการกวาดล้างบริการ AI ที่สามารถสร้างภาพโป๊หรือแก้ไขเสียงและใบหน้าได้ง่าย ในไตรมาสเมษายน–มิถุนายน หน่วยงานนี้ได้สั่งแก้ไขแอปมากถึง 3,500 รายการ และลบเนื้อหา 960,000 รายการ
ในเดือนกันยายน หน่วยงานดังกล่าวได้ประกาศข้อกำหนดใหม่ให้ผู้ให้บริการ AI ต้องติดฉลากภาพหรือวิดีโอที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเพื่อระบุว่าเป็นเนื้อหาที่สร้างด้วย AI
อ้างอิง : asia.nikkei.com