โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ดร.สนธิ’ ผ่าวิกฤตน้ำท่วมสงขลา-หาดใหญ่ รอบ 25 ปี จี้รัฐรีเซตผังน้ำ-ปรับโครงสร้างคุมภัยพิบัติ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 07.50 น.

คอลัมน์: สัมภาษณ์ ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด

เปิดมุมมอง ‘ดร.สนธิ คชวัฒน์’ วิเคราะห์น้ำท่วมสงขลา-หาดใหญ่ หนักสุดในรอบหลายทศวรรษ ชี้บริหารจัดการน้ำไทย “สอบตกยกแผง” ต้องตั้ง Single Command แก้ปัญหาใหม่ทั้งระบบ

สถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ขณะเดียวกันยังเกิดขึ้นท่ามกลางคำถามสำคัญต่อระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ ถึงความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่มีแนวโน้มซับซ้อนขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ

ล่าสุด ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” เพื่ออธิบายสาเหตุเชิงพื้นที่ เชิงวิทยาศาสตร์ ตลอดจนข้อบกพร่องเชิงโครงสร้างของระบบจัดการน้ำ รวมถึงข้อเสนอที่ควรเร่งดำเนินการทั้งระดับรัฐบาลและระดับพื้นที่ ก่อนที่ปัญหาใหญ่จะเกิดซ้ำในปีหน้า

3 ปัจจัยหลักทำ “หาดใหญ่จมน้ำ”-รับน้ำจากทุกทิศ แต่ทางระบาย “ตันทั้งระบบ”

ดร.สนธิอธิบายว่า หากต้องการมองภาพน้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้อย่างถูกต้อง ต้องเริ่มจาก “ภูมิประเทศ” ของเมืองหาดใหญ่และตัวจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็น “ข้อจำกัดทางธรรมชาติ” ที่ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงไม่ได้

“หาดใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่ม และลาดเอียงลงสู่ทะเลสาบสงขลา น้ำไหลเข้าได้ง่าย แต่ระบายออกได้ยากอยู่แล้ว” ดร.สนธิกล่าว

1.ภูมิประเทศรับน้ำจากทุกทิศ รวมศูนย์ที่คลองอู่ตะเภา

เมืองหาดใหญ่มีระบบรับน้ำที่ไหลจากภูเขารอบด้าน ทั้งเขาคอหงส์จากทางทิศตะวันออก และเทือกเขานครศรีธรรมราชทางทิศตะวันตก น้ำทั้งหมดไหลลงสู่ คลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ไหลจากอำเภอสะเดา ผ่านหาดใหญ่ ก่อนระบายลงทะเลสาบสงขลา

แม้จะมีโครงการคลอง ร.1 เพื่อช่วยระบาย แต่ปริมาณน้ำรอบนี้ “มากผิดปกติ” จนเกินขีดความสามารถ

2.ฝนหนักสุดในรอบ 300 ปี เจอลานีญา+ร่องมรสุมกำลังกด

สาเหตุด้านอุตุนิยมวิทยาเป็น “ตัวเร่งให้วิกฤตเกิดแบบฉับพลัน”

ปีนี้ไทยอยู่ในภาวะลานีญา ทำให้ความชื้นในบรรยากาศสูง เมื่อประกอบกับลมหนาวจากแผ่นดินใหญ่ที่กดร่องมรสุมลงสู่ภาคใต้ตอนล่าง จึงเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน

“ฝนรอบนี้หนักที่สุดในรอบ 300 ปี และทำให้เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งใหญ่สุดในรอบ 25 ปี”
ดร.สนธิกล่าว

ในบางพื้นที่ เช่น เขาคอหงส์ มีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 300 มิลลิเมตรในวันเดียว จนเกิดมวลน้ำมหาศาลไหลลงคลองอู่ตะเภาแบบ “ตูมเดียวในเวลาเดียวกัน”

3.ระบบบริหารจัดการน้ำ “สอบตก” หน่วยงานซ้ำซ้อน ไม่มีผู้บัญชาการตัวจริง

ปัจจัยสุดท้าย ซึ่ง ดร.สนธิระบุว่า “เป็นตัวการสำคัญไม่แพ้ธรรมชาติ” คือการบริหารจัดการน้ำที่ขาดเอกภาพ

“ปีนี้การบริหารจัดการน้ำตั้งแต่เหนือจดใต้สอบตกหมด ทุกจังหวัดเจอปัญหา หน่วยงานส่วนกลางลงมาสั่งการหลายชุดจนสับสนว่าใครคือผู้สั่งจริง” ดร.สนธิกล่าว

ดร.สนธิยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องกับน้ำ อาทิ สทนช., กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, ปภ., ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงคณะกรรมการชุดใหม่ที่ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีระบบ “Single Command” ทำให้การสั่งการไม่เป็นเอกภาพ

แม้จะมีการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลสำคัญ เช่น เส้นทางอพยพ จุดปลอดภัย หรือวิธีเดินทางออกจากพื้นที่

ผลลัพธ์คือ สายสั่งการ “ซ้อนทับ-ขัดกัน” ระหว่างส่วนกลางและจังหวัด จนผู้ว่าฯ เองก็ไม่แน่ใจว่าควรปฏิบัติตามใครก่อนหลัง

ข้อเสนอใหญ่ : ต้องรีเซตระบบน้ำไทยใหม่ทั้งระบบ ตั้ง Single Command ให้ผู้ว่าฯ เป็น “CEO ภัยพิบัติ”

เมื่อถามถึงข้อเสนอถึงรัฐบาล ดร.สนธิให้ความเห็นว่า บทเรียนจากอยุธยาจนถึงหาดใหญ่ชี้ชัดว่า ประเทศไทยต้อง “ปรับโครงสร้างระบบบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด”

“ต้องรีไวส์ใหม่ทุกอย่าง เอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการมาคุยกัน แล้วตั้งระบบบัญชาการเดี่ยวให้ชัดเจน” ดร.สนธิกล่าว

ชงโมเดลใหม่ 2 ระดับ

ระดับส่วนกลาง
– มีคณะกรรมการใหญ่ประชุม นโยบายชัด
– ส่งคำสั่งเดียวลงพื้นที่ ไม่ซ้ำซ้อน

ระดับจังหวัด
– ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็น “ผู้บัญชาการเหตุการณ์”
– สั่งการตรงกับหน่วยราชการในพื้นที่ได้
– สามารถตัดสินใจได้ทันทีตามสภาพจริงของพื้นที่

หากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องหลายจังหวัด ก็ต้องมีหน่วยงานกลางเข้ามาประสาน แต่ “ไม่ควรทับอำนาจผู้ว่าฯ”

ดร.สนธิย้ำว่า หากยังมีหลายฝ่ายสั่งการแบบปัจจุบัน กี่ปีผ่านไป น้ำท่วมแบบเดิมก็จะเกิดซ้ำอีกไม่รู้จบ

น้ำท่วมสงขลา–หาดใหญ่

ปีหน้าอาจเกิดซ้ำ หากไม่วางผังน้ำหาดใหญ่ใหม่ ต้องสร้าง “แก้มลิงภูเขา” และผังเมืองใหม่ทั้งระบบ

เมื่อถามว่าควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้หาดใหญ่เผชิญน้ำท่วมหนักอีกในปีหน้า ดร.สนธิชี้ว่า ปีนี้ต่างจากหลายปีเพราะ “น้ำไม่ได้มาจากอำเภอสะเดาอย่างเดียว” แต่มาจากเขาคอหงส์ซึ่งไม่ค่อยถูกประเมินมาก่อน

เสนอสร้าง “แก้มลิงบนภูเขา” ทั้งเขาคอหงส์และเทือกเขานครศรีธรรมราช

แนวคิดคือ ก่อนให้น้ำไหลลงคลองอู่ตะเภา ต้องมีพื้นที่พักน้ำตามธรรมชาติหรือแก้มลิงกระจายน้ำก่อน

“ถ้าปล่อยให้มวลน้ำลงมาที่คลองเดียวทั้งหมด ยังไงก็รับไม่ไหว ต้องหาพื้นที่ซับน้ำให้ได้ก่อน”
ดร.สนธิกล่าว

เมืองหาดใหญ่ต้องจัดผังเมืองใหม่

ดร.สนธิระบุว่า พื้นที่แก้มลิงในเขตเมืองแทบไม่เหลือ เพราะถูกพัฒนาเป็นเมือง-ที่อยู่อาศัยจนหมด ทำให้ไม่มีที่พักน้ำแบบเดิม

ดังนั้น จึงเสนอว่าควรเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนและนักวิชาการ โดยมี “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)” เป็นแกนกลาง เพื่อออกแบบผังเมืองใหม่ร่วมกันและเสนอต่อนโยบายระดับประเทศ

เลือกตั้งครั้งหน้า : นโยบายแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ต้องเป็นตัวชี้วัดผู้สมัคร

ดร.สนธิยังกล่าวอีกว่า ในช่วงต้นปีหน้าประชาชนควรดูว่า สส.คนใดมีนโยบายด้านการจัดการน้ำที่จริงจัง ไม่ใช่เพียงให้คำมั่นเชิงการเมืองแบบเดิม

เสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

สำหรับความเสียหายทางเศรษฐกิจ ดร.สนธิระบุว่า มีการประเมินเบื้องต้นแล้วว่าอยู่ที่ประมาณ 500-700 ล้านบาท และอาจเพิ่มขึ้น เพราะยังมีฝนตกและน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ แหล่งเศรษฐกิจสำคัญมีน้ำท่วมสูง ขณะที่สนามบิน การเดินรถไฟ และภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก

ข้อแนะนำสำหรับประชาชน

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนควรทำในระยะเร่งด่วน ดร.สนธิแนะนำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของชีวิต

ข้อควรระวัง

  • ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด
  • ระวัง “ไฟฟ้าลัดวงจร” และ “ไฟชอร์ต” เมื่อบ้านมีน้ำท่วม
  • ระวังโรคที่มากับน้ำ เช่น แบคทีเรีย พยาธิ โรคผิวหนัง โรคเท้าเปื่อย
  • ควรดื่มน้ำสะอาดเท่านั้น
  • หากต้องการความช่วยเหลือ ให้โทรศัพท์แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นในทันที

หากมีการประกาศอพยพ

ต้องเดินทางตามเส้นทางที่รัฐกำหนด ไม่ควรเสี่ยงเดินทางในพื้นที่ที่ไม่มีข้อมูลหรือไม่แน่ใจระดับน้ำ

“ต้องห่วงชีวิตก่อนทรัพย์สิน ถ้าเขาบอกให้อพยพ ต้องรีบทำตามเส้นทางที่กำหนด” ดร.สนธิกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ดร.สนธิ’ ผ่าวิกฤตน้ำท่วมสงขลา-หาดใหญ่ รอบ 25 ปี จี้รัฐรีเซตผังน้ำ-ปรับโครงสร้างคุมภัยพิบัติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...