โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

กอดขุนเขา “แม่ฮ่องสอน” ตามรอยแม่ โครงการพระราชดำริสุดโรแมนติก

เดลินิวส์

อัพเดต 23 พ.ย. 2568 เวลา 13.43 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2568 เวลา 06.43 น. • เดลินิวส์
โครงการพระ […]

โครงการพระราชดำริปางตอง 1 (ห้วยมะเขือส้ม) เป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยจัดสรรที่ดินและอาชีพให้ชาวไทยภูเขา ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

เริ่มต้นจากการดำเนินการปลูกป่าตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2526 ก่อนจะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาปางตองที่ขยายผลไปสู่โครงการปางตอง 2, 3, และ 4 โดยกรมป่าไม้ได้จัดทำพื้นที่สาธิตธนาคารอาหารชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษาดูงาน บริเวณพื้นที่โครงการพระราชดำริปางตอง 1 (ห้วยมะเขือส้ม) ในพื้นที่ 30ไร่ หลังจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชเสาวนีย์ เมื่อปี พ.ศ.2540 โดยได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการธนาคารอาหารชุมชน (FOOD BANK) ดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นที่พอพระทัย และทรงให้ยึดถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาและขยายผลต่อไป

ปัจจุบัน “ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามรอยพระราชดำริ (ปางตอง 1)” ไม่เพียงเป็นสถานที่ศึกษาดูงานการพํมนาการเกษตรที่สูงในแขนงต่าง ๆ แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมด้วย และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว “เส้นทางกอดขุนเขาตามรอยแม่ ปักหมุดโครงการพระราชดำริสุดโรแมนติก” ด้วย

เริ่มต้นที่ “ฐานเรียนรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่สูง” เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมจากผู้มาเยือน เพราะแกะ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์บอนด์และคอร์ริเดลที่เดินมาทักทายผู้มาเยือนอยู่เสมอ ทำให้หลายคนติดใจ ทั้งยังมีกิจกรรมให้อาหารแกะ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากขนแกะของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้่าทอขนแกะปางตอง ที่มีทั้งผ้าพันคอ เสื้อ พวงกุญแจ และกระเป๋า

แกะพันธุ์บอนด์ ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ในออสเตรเลีย เป็นแกะกึ่งเนื้อกึ่งขนจะให้น้ำหนักขนสูงถึงประมาณ 2.6 กก. เมื่อเลี้ยงในศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์แม่ฮ่องสอน สีค่อนข้างขาว และปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปมาได้เป็นอย่างดี ส่วนแกะพันธุ์คอร์ริเดล ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นแกะกึ่งเนื้อกึ่งขน โครงสร้างใหญ่ไม่มีเขาและผลิตเนื้อที่มีคุณภาพดี

ต่อด้วย “ฐานเรียนรู้ด้านการประมงบนพื้นที่สูง” มีไฮไลท์อยู่ที่กิจกรรมเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน หลังได้รับพันธุ์ปลาไซบีเรียน สเตอร์เจียน มาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปลาเหล่านั้นถูกปล่อยลงบ่อเลี้ยงคอนกรีตที่มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ปัจจุบันปลามีอายุมากกว่า 18 ปี จำนวน 58 ตัว โดยมีการทดลองผลิตคาเวียร์จากไข่ปลาไซบีเรียนสเตอร์เจียน ใช้แม่ปลาอายุ 16 ปี น้ำหนัก 7,500 กรัม มาผลิตเป็น “ปางตองคาเวียร์” ขณะที่ปลากดหลวง หรือปลากดอเมริกัน ปลาน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงในอเมริกา ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงนําจืดเชียงใหม่ได้ศึกษาทดลองจนพบว่าเติบโตได้ดี มีอัตราการรอดสูง ลักษณะที่คล้ายปลากดคังไทยบแต่หัวมีขนาดเล็กกว่า เนื้อปลามีสีขาวใส รสหวานนำมาปรุงอาหารไทยได้ทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ปลาชนิดอื่น โดยมีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งในพื้นที่โครงการและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นไปที่ “ฐานเรียนรู้ด้านการบังคับใช้สัตว์ต่างบนพื้นที่สูง” ที่มีไฮไลท์เป็นม้าซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้การขี่และทดลองขี่ได้ด้วย ก่อนจะไปต่อที่ “ฐานเรียนรู้กล้วยไม้ท้องถิ่นและเฟิร์น” ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่เฟิร์นหลากสายพันธุ์ แต่ยังมีดอกเดหลีใบกล้วย สับปะรดสี บอนสี กุหลาบ รวมถึงไฮไลท์อย่างกล้วยไม้ ที่มี “แคทลียาควีนสิริกิติ์” เป็กล้วยไม้ลูกผสนหนึ่งในนั้น โดยเป็นพรรณไม้พระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กล้วยไม้ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ Cattleya Bow Bells X Cattleya O’brieniana var. alba ของบริษัท Black & Flory Ltd. ประเทศอังกฤษ ได้สายพันธุ์ใหม่ ชื่อExquisite” ซึ่งมีความงามจนได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Awards of Merit /RHS. จากสมาคมพืชสวนประเทศอังกฤษ จึงได้มีการขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธย Queen Sirikit” เป็นชื่อของกล้วยไม้ต้นนี้

ปิดท้ายที่ “ฐานการเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า” สัตว์ป่าในความรับผิดชอบ ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง จำนวน 19 ชนิด 153 ตัว มีกิจกรรมสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าโดยมีการศึกษาวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การสรรหาผลไม้ พืชผัก และจัดทำแปลงปลูกหญ้า ให้อาหารสัตว์ป่า พัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำ อาหาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และอื่น ๆ รวมถึงกิจกรรมเพาะพันธุ์และปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ และกิจกรรมโครงการเพาะขยายพันธุ์หงส์ ทั้งหงส์ดำและหงส์ขาว ซึ่งมีการเพาะเลี้ยงที่โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ด้วย ซึ่งถือเป็นนางเอกประจำปางอุ๋งที่จะออกมาทักทายผู้มาเยือนทุกเช้า

“โครงการสวนป่าในพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” มีทัศนียภาพสวย สงบ ร่มเย็น จนได้รับสมญาว่าสวิตเซอร์แลนด์แดนสามหมอก มีทิวสนสองใบและสนสามใบเรียงรายตลอดแนวอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่ และโอบล้อมด้วยขุนเขาที่เขียวชอุ่ม คำว่า “อุ๋ง” หมายถึงที่ลุ่มต่ำคล้ายกระทะใบใหญ่ มีน้ำขัง เดิมบริเวณนี้เป็นสถานที่ปลูกฝิ่น ปัจจุบันปลูกพืชและดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสัน มีสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ในด้านอาหารและแพทย์แผนไทย ซึ่งมีความกลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูงและอากาศเย็น พร้อมบ่อเพาะเลี้ยง “เขียดแลว” สัตว์ประจำถิ่นที่เกือบจะสูญพันธุ์ในปัจจุบัน มาถึงปางอุ๋งแล้วห้ามพลาดการล่องเรือชมทะเลสาบสัมผัสโครงการพระราชดำริที่โรแมนติกที่สุดของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

นอกจากโครงการปางตองทั้งสองแห่งแล้ว ในเส้นทางนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง “บ้านรักไทย” หมู่บ้านจีนยูนานที่เป็น 1 ใน 50 หมู่บ้านที่สวยที่สุดติดอันดับโลก บ้านรักไทยหรือบ้านแม่ออ เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนถึงชายแดนไทย-พม่า ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง กลางหมู่บ้านมีทะเลสาบสวยงามโดยมีกิจกรรมนั่งเรือล่องชมความงามของสายหมอกยามเช้าเป็นไฮไลท์ นอกเหนือจากการเดินลัดเลาะชมไร่ชาที่กระจายตัวอยู่โดบรอบ ชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจีนฮ่อ ซึ่งยังคงสืบทอดมาอย่างยาวนาน ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน บ้านบางส่วนเป็นบ้านแบบเก่า ทำจากดินเหนียวผสมฟางข้าว และอย่าลืมลิ้มลองอาหารตำรับจีนตอนใต้แถบมณฑลยูนนานที่มีเมนูเด็ดอย่างขาหมูหมั่นโถว ตบท้ายด้วยการจิบชาหลากรสจากชาพันธุ์ดี เช่น ชาชิง ชาอู่หลง

สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทางอีกแห่งคือ “สะพานซูตองเป้” สะพานไม้ไผ่ยาวประมาณ 500 เมตร เชื่อมระหว่างสวนธรรมภูสมะและบ้านกุงไม้สัก ข้ามทุ่งนาและลำน้ำแม่สะงา เป็นสะพานที่พระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านร่วมกันสร้าง โดยเริ่มจากพระสงฆ์ได้อธิษฐานว่า “ขอให้สร้างสะพานข้ามไปยังหมู่บ้านกุงไม้สักสำเร็จได้โดยง่าย” เพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินไปบิณฑบาต ชาวบ้านที่มีศรัทธาจึงได้นำเสาบ้าน เสารั้วมารวมกันถวายวัดและร่วมกันสร้างสะพานนี้ขึ้นจนสำเร็จดังคำอธิษฐาน โดยตั้งชื่อว่า “ซูตองเป้” ซึ่งเป็นภาษาไทใหญ่ มีความหมายว่า “อธิษฐานสู่ความสำเร็จ”

แล้วอย่าลืมไปพอกโคลนที่ “ภูโคลน” ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสามแหล่งของโลกที่มีการค้นพบโคลนธรรมชาติอันทรงคุณค่า ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณและระบบไหลเวียนโลหิต จะพอกหน้า พอกตัว อบซาวน่า แช่น้ำแร่ นวดน้ำมัน นวดแผนไทย แบบมาที่เดียวครบจบตั้งแต่หัวจรดเท้า

หนาวนี้ไปกอดขุนเขา เดินตามรอยพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สัมผัสความงดงามของแม่ฮ่องสอน ดินแดนที่อบอุ่นด้วยพระเมตตา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...