โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ประธานสภาอุตฯ ชี้ประชาชนกังวลภาพเศรษฐกิจจริง มากกว่าเงินฝืด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยติดลบต่อเนื่อง 9 เดือนเป็นภาวะเงินฝืดหรือไม่ว่า ในความเป็นจริงแล้ว อยู่ที่มุมมองว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งตามทฤษฏีแล้วไม่เหมือนกันไปทั้งหมด โดยทั่วไปหากเงินเฟ้อติดลบติดต่อกันหลายเดือนก็สามารถสันนิษฐานได้ว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด

อย่างไรก็ดี กรณีของประเทศไทยนั้น เงินเฟ้อที่ลดลงต้องดูจากปัจจัยส่วนอื่นเปรียบเทียบ โดยของไทยหากดูจากเรื่องราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ อาหารก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาชี้แจง โดยระบุว่า ไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เพียงแค่เงินเฟ้อติดลบเป็นเวลานาน แต่หากมองตามทฤษฎีของนักเศรษฐศาสตร์บางสำนักก็จะระบุว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด

“นักวิชาการของ ธปท. เคยออกมาชี้แจงแล้วว่าพื้นฐานของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ในหมวดที่ทำเงินเฟ้อติดลบก็มาจากนโยบายของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นการลดค่าครองชีพ ประกอบกับปัจจุบันราคาน้ำมันไม่เพิ่มสูงขึ้น และเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลทำให้การนำเข้าถูกลง ก็มีส่วนทำให้ค่าเงินเฟ้อติดลบ”

ประธานส.อ.ท. ชี้ประชาชนกังวลภาพเศรษฐกิจจริงมากกว่าเงินฝืด

ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าสภาพคล่องในตลาดมีมากน้อยแค่ไหน กำลังซื้อเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่า หากไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเม็ดเงิน หรือกำลังซื้อหายไปหรือไม่ โดยมองว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หากถามว่าภาะเงินเฟ้อดังกล่าวมีความสอดคล้องกับกำลังผลิตที่ลดลงหรือไม่นั้น ต้องเรียนว่าไม่ใช่ส่วนเดียวกัน โดยกำลังผลิตที่ลดลงมาจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ที่ลดลงจากการนำเข้าสินค้าทดแทน ยกตัวอย่างเช่น ช่วง 11 เดือนของปี 2568 ไทยมีการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 29% แต่ขณะเดียวกันไทยมีการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น 32% ซึ่งมีผลทำให้ MPI ของไทยไม่ขยับ

“ไทยมีการนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐฯ จึงทำให้ยอดการส่งออก หรือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนไปสู่จีดีพี (GDP) ของไทยเท่าใดนัก“

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่ภาวะเงินเฟ้อ หรือเงินฝืดขึ้นอยู่กับดัชนีสินค้าอุปโภค บริโภค หรือจะกล่าวก็คืออาหารแพงขึ้นหรือไม่ หากแพงขึ้นเพราะเศรษฐกิจดี เงินเฟ้อก็จะปรับขึ้นเล็กน้อย โดยทุกประเทศส่วนใหญ่ รวมถึงไทยจะตั้งค่าเงินเฟ้อมาตรฐานไว้ที่ 2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้มาก

ประธานส.อ.ท. ชี้ประชาชนกังวลภาพเศรษฐกิจจริงมากกว่าเงินฝืด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติ โดยภาวะเงินฝืดก็มีความเป็นไปได้ตามทฤษฎีของนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งสุดท้ายก็จะกลับมาสะท้อนอีกว่ากำลังซื้อของประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนกดทับอยู่หรือไม่ เพราะยังอยู่ในระดับสูง รายได้ของประชาชนไม่เพียงพอกับรายจ่ายหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมากกว่า เพราะเรื่องภาวะเงินฝืดก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของใครว่าจะคิดเห็นอย่างไร

“ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่า ในเชิงข้อเท็จจริงของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันคือสิ่งที่สังคม และประชาชนกังวลมากกว่า” นายเกรียงไกร กล่าวย้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...