โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อินเดีย เร่งเครื่อง EV ยอดจดทะเบียนพุ่ง 1.44% ‘รถ 2-3 ล้อไฟฟ้า’ คือหัวหอกการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 08.25 น.

รัฐบาลอินเดียตั้งเป้า EV 30% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดภายในปี 2030 ผ่านกลไก PLI และสิทธิประโยชน์รัฐ ชี้ตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ ตัวเลข EV จดทะเบียนพุ่งแตะ 5.67 ล้านคัน โครงข่ายสถานีชาร์จขยายตัวต่อเนื่อง แต่ความไม่สมดุลด้านโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นโจทย์ใหญ่เชิงยุทธศาสตร์ เปิดช่องผู้ประกอบการแบตเตอรี่และชิ้นส่วน EV ไทยกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโอกาสโตสูง

9 ธันวาคม 2568 - ข้อมูลจากสคต. ณ เมืองมุมไบ (อินเดีย) ระบุว่า อินเดียกำลังก้าวเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่านด้านระบบขนส่งอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเชิงนโยบายที่ทะเยอทะยาน คือการผลักดันให้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มีสัดส่วนถึง ร้อยละ 30 ของยอดจำหน่ายยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030 การขับเคลื่อนนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการขนส่งที่สะอาดขึ้น

ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ยืนยันถึงการขยายตัวของตลาดอย่างชัดเจน โดยยอดจดทะเบียน EV สะสม ประมาณ 5.675 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วนต่อยานพาหนะรวม 1.44% ของจำนวนยานพาหนะทั้งหมดในประเทศ (389.77 ล้านคัน)

ตลาดที่มีความโดดเด่นและเป็นหัวหอกในการเปลี่ยนผ่านคือ กลุ่มรถสองล้อไฟฟ้า (e-2W) และรถสามล้อไฟฟ้า (e-rickshaws และ e-carts) เนื่องจากมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจสูงสำหรับการเดินทางและการขนส่งประจำวัน

  • กลุ่มรถ e-rickshaws/e-carts: ในปีงบประมาณ 2567–68 มียอดจำหน่ายและจดทะเบียนรวมกว่า 540,000 คัน
  • กลุ่มรถ 4 ล้อไฟฟ้า (e-4W): มียอดจดทะเบียนประมาณ 116,000 คัน ขยายตัวประมาณ 15% จากปีก่อน
  • กลุ่มรถ 2 ล้อไฟฟ้า (e-2W): แสดงอัตราการเติบโตที่สูงที่สุด ด้วยอัตราการขยายตัวถึง 57% จากปีก่อน

การเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มรถสองล้อและสามล้อสะท้อนว่า ตลาด EV กำลังเปลี่ยนสถานะจากทางเลือกเฉพาะกลุ่มในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไปสู่ โซลูชันการขนส่งหลัก ภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีปัจจัยด้านต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญ

การขยายตัวของ EV ในอินเดียไม่เพียงถูกขับเคลื่อนด้วยยอดจำหน่าย แต่ยังรวมถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และการลงทุนจากภาครัฐที่สำคัญ

โดยรัฐบาลอินเดียได้ใช้ โครงการเชื่อมโยงการผลิต (Production-Linked Incentive: PLI) เพื่อยกระดับความสามารถในการผลิตภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยเฉพาะในส่วนของแบตเตอรี่และชิ้นส่วน EV ขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น PLI สำหรับ Advanced Chemistry Cell (ACC)ซึ่ง มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตแบตเตอรี่ราว 50 GWh ด้วยงบประมาณสนับสนุน 2.02 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างฐานการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ

ขณะที่รัฐสำคัญ เช่น มหาราษฏระ, คุชราต, และทมิฬนาฑู ต่างเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินอุดหนุน และการสนับสนุนเชิงการผลิต เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นการกระตุ้นการขยายตัวของระบบนิเวศ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของ EV สร้าง อุปสงค์ต่อแบตเตอรี่, อุปกรณ์ชาร์จ, อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และชิ้นส่วนรองรับ EV ที่เติบโตเร็วกว่าอุปทานภายในประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสแก่พันธมิตรทางการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ระหว่างเดือนมกราคม–กันยายน 2568 มูลค่าการนำเข้า รถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (HS 871160) ของอินเดียอยู่ที่ 1.96 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.93 YoY โดยมีจีนเป็นผู้นำเข้าหลัก (78.94% ของมูลค่ารวม)

แม้ประเทศไทยจะอยู่ในอันดับที่ 14 และมีมูลค่าการนำเข้าจำกัด แต่ ส่วนแบ่งตลาดของไทยมีการขยายตัวอย่างโดดเด่นจาก 0.97% เป็น 1.72% (เพิ่มขึ้นเชิงสัดส่วน 77.3%) ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของมูลค่ารวมโลกอย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็น โอกาสเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออกชิ้นส่วนแบตเตอรี่, ชุดประกอบ (CKD/SKD), และโซลูชันชาร์จ

อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของอินเดียยังคงเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานในวงกว้างไม่ว่าจะเป็น

โครงสร้างพื้นฐานและต้นทุนเริ่มต้น

โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ: โครงข่ายสถานีชาร์จสาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 29,277 สถานี (ข้อมูล ส.ค. 2568) ซึ่งช่วยลดความกังวลในการขับขี่ระยะไกล (range-anxiety) ในเขตเมืองได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความไม่สมดุลของการกระจายตัว ของสถานีชาร์จ โดยเฉพาะบริเวณนอกเขตเมือง/ชนบท และความเพียงพอของจุดชาร์จความเร็วสูง ยังคงเป็น ปัญหาคอขวดเชิงโครงสร้าง

ต้นทุนเริ่มต้นสูง: ราคาซื้อเริ่มต้นของ EV โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยังคง สูงกว่ายานยนต์เครื่องยนต์สันดาป ซึ่งจำกัดการยอมรับของผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคา แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวจะต่ำกว่าก็ตาม

ความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานและการกำกับดูแล

การพึ่งพาต่างประเทศ: อินเดียยังคงต้องพึ่งพาผู้ผลิตต่างประเทศสำหรับ เทคโนโลยีขั้นสูง, วัตถุดิบ, และผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ

  • ความท้าทายด้านวัตถุดิบและรีไซเคิล: ระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน และข้อจำกัดด้านวัตถุดิบเป็นปัจจัยที่ต้องแก้ไข เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน
  • ความไม่แน่นอนของนโยบายระดับรัฐ: นโยบายและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันในแต่ละรัฐ อาจส่งผลต่อความสามารถในการคาดการณ์ของตลาด (Market Predictability)

แม้จะมีต้นทุนและความท้าทาย แต่การขยายตัวของ EV จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม:

  • สิ่งแวดล้อมและเป้าหมายสภาพภูมิอากาศ: EV มีส่วนช่วยลดมลพิษจากท่อไอเสีย ส่งผลให้คุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ดีขึ้น สอดคล้องกับ India’s climate goals in 2030
  • ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ใช้: ผู้ใช้ได้รับประโยชน์จากค่าชาร์จที่ถูกกว่า, การสึกหรอของชิ้นส่วนที่ลดลง, และค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า ทำให้การถือครอง EV มีความคุ้มค่าในระยะยาว
  • แรงกดดันต่อโครงข่ายไฟฟ้า: การขยายตัวที่รวดเร็วของ EV อาจสร้างภาระให้แก่ระบบจำหน่ายไฟฟ้าในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเมือง ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการลงทุนและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ

อินเดียได้สร้างพื้นฐานเชิงนโยบายและการลงทุนที่แข็งแกร่งสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี โครงการ PLI และการขยายตัวของสถานีชาร์จ เป็นกลไกสำคัญ อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมาย EV 30% ภายในปี 2030 ยังคงขึ้นอยู่กับการจัดการกับความท้าทายหลัก 3 ด้าน คือ:

1) การลดต้นทุนแบตเตอรี่ต้นทาง (ผ่านการลงทุน PLI)

2) การขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการ (เชิงยุทธศาสตร์)

3) การวางแผนรองรับภาระไฟฟ้าในระบบโครงข่าย

สำหรับผู้ประกอบการไทย การเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดนำเข้ากลุ่ม e-2W/e-3W ที่สูงถึง 77.3% เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของ โอกาสเชิงกลยุทธ์ ในการขยายการส่งออกหรือการสร้างพันธมิตร (Joint Venture/OEM) โดยมุ่งเน้นที่ชิ้นส่วนและชุดประกอบ เพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากจีนในตลาดอินเดีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...