โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GAGA ขึ้นแท่นแบรนด์ Unicorn ของไมเนอร์ ฟู้ด อาวุธลับในการขยายสาขา พร้อมขึ้นเป็นอินเตอร์แบรนด์

Positioningmag

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 12.55 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • ratirita
  • GAGA แบรนด์เครื่องดื่มในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ปัจจุบันครบรอบ 7 ปีแล้ว พร้อมอัดกลยุทธ์ในการขยายสาขาด้วยโมเดลแฟรนไชส์

  • ไมเนอร์ ฟู้ดดันให้เป็นแบรนด์ Unicorn เป็นแบรนด์ที่ติดสปีดในการขยายสาขา

  • นอกจากเปิดโมเดลแฟรนไชส์ ยังเตรียมขึ้นเป็นแบรนด์อินเตอร์ ปัจจุบันได้ขยายไปที่อินโดนีเซีย และเวียงจันทน์แล้ว

เป็นแบรนด์ Unicorn ติดสปีดขยายสาขา

ถ้าพูดถึงธุรกิจดาวรุ่งในประเทศไทย คงจะไม่พูดถึงธุรกิจ “ชานมไข่มุก” ไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะผ่านกี่ยุคกี่สมัยชานมไข่มุกยังเป็นที่นิยมของคนไทย อีกทั้งยังเกิดแบรนด์ใหม่ๆ มากมาย แบรนด์เดิมที่เคยทำตลาดก็กลับมาทำตลาดอีกครั้ง


GAGA (กาก้า) เป็นหนึ่งในแบรนด์ชานมไข่มุกที่ประสบความสำเร็จอีกแบรนด์หนึ่ง เพราะทำตลาดจนไปเตะตาโดนใจเชนร้านอาหารเบอร์ใหญ่อย่าง “ไมเนอร์ ฟู้ด” ได้เข้าซื้อกิจการเมื่อปลายปี 2565 ด้วยการเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50.1% ในบริษัท กาก้า เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย)
จนถึงวันนี้ GAGA ได้อายุครบ 7 ปี โดยที่อยู่กับครอบครัวไมเนอร์ ฟู้ดได้ 2-3 ปีแล้ว เรียกได้ว่าปีนี้เป็นบิ๊กมูฟครั้งใหญ่ของแบรนด์ในการสยายปีกให้ใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา การเปิดโมเดลแฟรนไชส์ การบุกตลาดต่างประเทศ
อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด ได้เริ่มเล่าว่า
“ตอนนี้พร้อมที่จะดันแบรนด์ GAGA ขึ้นมาเป็นแบรนด์ยูนิคอร์นของไมเนอร์ เป็นอาวุธที่เปิดสาขาอย่างรวดเร็วด้วยโมเดลแฟรนไชส์ และไปต่างประเทศมากขึ้น โดยมองว่า 3 ปีที่อยู่กับไมเนอร์ได้พิสูจน์แล้วว่าอยู่ได้ จากนี้ไปจะขยายสเกลมากขึ้น”


คำว่าแบรนด์ยูนิคอร์นในความหมายของอนุพนธ์ก็คือ แบรนด์ที่มีการขยายสาขาได้รวดเร็ว อย่างก่อนหน้านี้ได้เห็นการขยายสาขาของ The Pizza Company และสเวนเซ่นส์ ด้วยโมเดลแฟรนไชส์มาแล้ว GAGA ก็สาขาขยายสาขาแบบติดสปีดได้เช่นกัน
ในปีนี้เปิดสาขาไปแล้ว 20 แห่ง เป็นแฟรนไชส์ทั้งหมด โดยที่คนให้ความสนใจแฟรนไชส์เยอะ ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้นที่ 8 แสนบาท มีค่ากิจการ ค่าเครื่อง ค่าตกแต่งร้านเบ็ดเสร็จไม่เกิน 2.5 ล้านบาท สัญญา 6 ปี พื้นที่เฉลี่ย 25-30 ตารางเมตร
โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี มีสาขารวม 400 สาขา ปัจจุบันมี 80 สาขา

7 ปี อัปเกรด 7 อย่าง

ในปีนี้ถือโอกาสที่แบรนด์ฉลองครบ 7 ปี จึงเป็นช่วงเวลาอันดีที่จะอัปเกรดแบรนด์ มีความน่าสนใจ 7 อย่างด้วยกัน ได้แก่
1. New Store Design : เป็น GAGA ที่โตขึ้น มีความประณีต จากการเลือกใช้วัสดุและเส้นแสง แต่ยังคงรักษา DNA ความสนุกและความตื่นเต้นไว้ ตามคอนเซ็ปต์ "The Modern Tea Atelier" เน้นการผสมผสานระหว่าง ความพิถีพิถันในการชงชา กับ เทคโนโลยีและความทันสมัย


2. New Smart Equipment : การนำระบบชงชาอัตโนมัติมาตรฐานระดับโลกมาใช้ เพื่อยกระดับความแม่นยำ ทำให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับคุณภาพที่สม่ำเสมอแบบเดียวกันทุกสาขา
3. New Packaging : ดีไซน์ใหม่ที่เน้นการใช้ซ้ำได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เน้นฟีเจอร์ที่ "ใช้งานได้จริง" เช่น ทนร้อน–ทนเย็น ปิดสนิท และออกแบบให้ดูพรีเมียมเมื่อถือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Premium Identity ที่มาพร้อม Purpose
4. New Flavors : กลุ่ม Specialty Tea & Tea Latte ชาพรีเมียมชงสด 6 เบลนด์ใหม่ เพื่อเป็นผู้นำในตลาดชาพรีเมียม ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พัฒนาจาก Insight ว่าผู้บริโภคเริ่มมองหา ชาคุณภาพสูงกว่า mainstream โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียด เช่น Origin, Flavor Profile, และ Craftsmanship โดยที่ระดับราคาอยู่ที่ 65-100 บาท สำหรับชาใส และ 80-115 บาท สำหรับชานม Tea Latte
5. New Channel (QR Ordering) : สร้างประสบการณ์ที่เร็วขึ้นและราบรื่น ลูกค้าใช้เวลาน้อยลง แต่ได้ประสบการณ์ที่ดีขึ้น


6. New Merchandise : การเปลี่ยนจากแบรนด์เครื่องดื่มสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้าง Community ของแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การขายเครื่องดื่ม
7. New Territory : การเตรียมพร้อมขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง เพราะ 7 ปีที่ผ่านมาคือจุดเริ่มต้น และจากนี้คือการออกสู่ตลาดโลก

พร้อมแล้วกับการเป็นอินเตอร์แบรนด์

ปัจจุบัน GAGA ไม่ได้มีสาขาอยู่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ตอนนี้มี 30 สาขาที่อินโดนีเซีย เป็นโมเดลที่ไมเนอร์ ฟู้ดลงทุนเอง และ 1 สาขาที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว เป็นโมเดลแฟรนไชส์ เริ่มเปิดได้ราว 1 ปี


โดยที่เป้าหมายของ GAGA อยากก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ชั้นนำทั่วภูมิภาคเอเชีย และตะวันออกกลาง กำลังมองหาโอกาสในเมืองหลักที่มีกำลังซื้อสูงและการท่องเที่ยวแข็งแกร่ง เช่น ดูไบ, ริยาด และบาห์เรน เพื่อตอบสนองความต้องการคอนเซ็ปต์เครื่องดื่มไลฟ์สไตล์พรีเมียม
สำหรับความท้าทายที่สุดในตลาดตอนนี้ อนุพนธ์บอกว่า ตลาดชาไข่มุกเป็นตลาดที่ Super Red Ocean มากๆ มีคู่แข่งเยอะมากๆ แต่มั่นใจในศักยภาพของแบรนด์ พร้อมกับปัจจุบันผู้บริโภคมีความใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เทรนด์น้ำตาลน้อย ทำให้ชาใส และชาพรีเมียมมีการเติบโตอย่างมาก แต่เมนูอื่นๆ GAGA ก็ยังทำได้ดี ยังเป็นผู้นำตลาดในการครีเอตเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ
อ่านเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...