โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดไม่ถึง4แสน! สสส.ThaiHealth Watch 2026 จับตา4เทรนด์สุขภาวะเด็ก

Khaosod

อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2568 เวลา 07.21 น.

จับตา “ThaiHealth Watch 2026” สสส. เปิด4 เทรนด์ สุขภาวะเด็กไทย ปี 68 “ลงทุนวัยเด็ก-เด็กอ้วน-พนันออนไลน์-ความปลอดภัยบนถนน” มุ่งยกระดับสุขภาวะเด็กไทยรับมือวิกฤตเด็กเกิดน้อย เร่งปลูกฝังตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต ป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประเทศไทยเข้าสู่สภาวะวิกฤตแล้ว เพราะ เด็กไทยเกิดน้อยลงตั้งแต่ปี 2564 และที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก คือ ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ของปี 2568 เหลือแค่ไม่ถึง 400,000 คน ลดลง 10% เมื่อเทียบกับปี 2567 แถมเสี่ยงจำนวนประชากรต่ำกว่า 66 ล้านคนอีกด้วย

แถมทุกวันนี้เด็กและเยาวชนไทยอยู่ในสังคมที่ผู้ใหญ่เจอ ทั้งความเครียด ความหดหู่ ความสิ้นหวัง หน้สินครอบครัว และสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทำให้บ้านไม่ใช่เซฟโซนอีกต่อไป ส่งผลให้เด็กและเยาวชนเกิดพฤติกรรมการใช้สารเสพติด และหลุดจากระบบการศึกษาสูงถึงหลักล้าน

ซึ่งปัญหาเหล่านี้สะท้อนปัญหาของสังคมที่กำลังกัดกินชีวิตของเด็กและเยาวชนอย่างเงียบๆ โดยทางรอดของปัญหานี้ไม่ใช่การเยียวยาที่ปลายเหตุ แต่ต้องย้อนกลับไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ก่อนที่ทุกอย่างสายเกินไป

ดังนั้น สสส. เล็งเห็นความสำคัญของเด็กไทย จัดงาน “ThaiHealth Watch 2026” ให้คุณพ่อคุณแม่รู้ทัน 4 เทรนด์ภัยร้ายสุขภาวะเด็กปี 2569 เพื่อมุ่งยกระดับและรับมือวิกฤตเด็กเกิดน้อย ด้วยการเร่งปลูกฝังตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต และป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

โดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเปิดงาน ThaiHealth Watch 2026 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2569 “ปลุกอนาคตเด็กไทยด้วยสุขภาพกายใจที่แข็งแรง” ว่า

สสส. มุ่งสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพ ซึ่งได้รวบรวมองค์ความรู้และสถานการณ์สุขภาพเด็กไทย ปี 2568 เพื่อสะท้อนทิศทางสุขภาพพร้อมแนวทางลดความเสี่ยงทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เกิดเป็น 4 ประเด็น ที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่วัยเด็ก

1.พลิกวิกฤตประชากรไทย ด้วยการลงทุนในพัฒนาการตั้งแต่วัยแรกเริ่ม โดยพัฒนาการของเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัย อายุ 0-5 ปี ถือเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของชีวิต และจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดน้อยลงทุกปี จึงต้องใส่ใจให้เด็กเติบโตอย่างมีศักยภาพ สสส. ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต้นแบบ 6 แห่ง ด้วยนวัตกรรมโปรแกรม 366 Q-KIDS เพื่อให้เป็นพี่เลี้ยงปลูกฝังเด็กให้มีสุขภาวะดี

2.อ้วนในเด็กไม่ใช่แค่เรื่องบนจาน แต่คือความเคยชินที่ฝังลึกในบ้านและโรงเรียน รายงานแผนที่โรคอ้วนโลก (World Obesity Atlas 2024) ระบุว่า เด็กไทยเกือบ 1 ใน 3 คน มีภาวะอ้วน และเสี่ยงต้องเผชิญกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) กระทบการเรียนรู้ และพัฒนาการทางสังคม

สสส. สร้างระบบสุขภาพ แก้ปัญหาเด็กอ้วน ผ่านลำปางโมเดล ต้นแบบโภชนาการเด็กสามเหลี่ยมสมดุล ออกแบบระบบสร้างเสริมสุขภาพที่ค่อยๆ ปรับพฤติกรรม สร้างสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อสุขภาพ ทำให้เด็กเข้าใจโภชนาการตามหลักที่ถูกต้อง และยังลดจำนวนเด็กอ้วนได้สำเร็จถึง 1.6%

3.คลิกแรกสู่หนี้ก้อนโต สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนเท่าทันออนไลน์ ก่อนถึงคลิกที่แพงที่สุด การเคลื่อนไหวบนสื่อสังคมออนไลน์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2567-30 มิ.ย. 2568 พบคำว่า บาคาร่า สล็อต และ เว็บพนัน ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ที่แม้จำนวนโพสต์จะไม่สูงที่สุด แต่กลับมีการเข้าถึง กว่า 1.8-2 ล้านคนต่อโพสต์

สสส. สานพลังภาคี 50 องค์กร จัดงาน SIDTH 2025 ในวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ ปี 2568 ประชาชนร่วมงานไม่น้อยกว่า 100,000 คน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักเรื่องการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย และสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล

4.เมื่อสถิติไม่เคยโกหก ความเสี่ยงที่ผู้ใหญ่กำลังส่งต่อลูกหลานบนท้องถนน ปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนถึง 17,477 ราย เฉลี่ยวันละ 48 คน รถจักรยานยนต์เป็นต้นเหตุหลักของการสูญเสีย ขณะที่ผลการสำรวจของเด็ก มีการสวมหมวกกันน็อกอยู่ที่ประมาณ 8-16% เท่านั้น

สสส. สานพลังสภาผู้บริโภค 33 จังหวัด พัฒนาโรงเรียนต้นแบบศูนย์เรียนรู้รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย 20 แห่ง และพัฒนาองค์ความรู้ให้ผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน เช่น สวมหมวกกันน็อก 100% คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อปลูกฝั่งวินัยให้ตระหนักถึงความปลอดภัยสูงสุด

ขณะที่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า กทม. มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตประชากรทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการศึกษาและการสร้างพัฒนาการที่ดีทุกมิติ

โดยที่ผ่านมา กทม. ร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะในเด็กมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ ThaiHealth Watch 2026 จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้เป็นฐานข้อมูลให้หลายๆ หน่วยงานได้นำไปพัฒนาเด็กให้มีพื้นฐานที่ดีในการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ในอนาคต เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างสมวัย ผ่านการสร้างรากฐานอย่างเป็นระบบ และสามารถนำไปปรับใช้ในบริบทของแต่ละพื้นที่ได้ในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/healthtrend และรับข้อมูลสุขภาพเฉพาะรายบุคคลได้ที่แอปพลิเคชัน “Persona Health”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกิดไม่ถึง4แสน! สสส.ThaiHealth Watch 2026 จับตา4เทรนด์สุขภาวะเด็ก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...