ThaiBMA คาด ปี 69 เอกชนออกหุ้นกู้ 8.8-9 แสนลบ. บิ๊กคอร์ปเล็งระดมทุน ดอกเบี้ยลงหนุน
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เผยปี 68 เอกชนออกหุ้นกู้ 8.8 แสนล้านบาท ลดลง 3.51% เหตุเศรษฐกิจซบเซา ปี 69 หุ้นกู้ครบดีล 8.7 แสนล้านบาท 90 % เป็นอินเวสเมนท์เกรด คาดปีนี้หุ้นกู้ออกใหม่อาจแตะ 9 แสนล้านบาท ปัจจัยหนุนบิ๊กคอร์ป ระดมเงินขยายลงทุน ดอกเบี้ยขาลงเอกชนล็อกต้นทุน
วันที่ 7 ม.ค.2569 สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย ปี 2568 โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวต่ำกว่าคาดจากปัจจัยภายนอกเรื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า รวมถึงปัจจัยภายในเรื่องระดับหนี้ครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่แข็งแกร่ง ส่งผลให้การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในปี 2568 ลดลง 3.51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทยโดยรวมขยายตัว 4.67% จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก
ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้
- มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 4.67% จากสิ้นปี 2567 : โดย ณ สิ้นปี 2568 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 17.91 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 4.67% จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก ในขณะที่มูลค่าคงค้างตราสารหนี้ภาคเอกชนลดลงเล็กน้อยเป็นปีที่สองนับจากปี 2566
- การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวลดลง 3.51% จากปีที่แล้ว : ในปี 2568 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้ระยะยาว) เท่ากับ 881,083 ล้านบาท ลดลง 3.51% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากการออกลดลงของผู้ออกทั้งในกลุ่ม Investment grade (IG) และ High yield (HY)
แต่ทั้งนี้ กลุ่ม IGสามารถออกหุ้นกู้ได้มากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่ยาวขึ้นและมูลค่าเฉลี่ยการออกสูงขึ้น ในขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้ได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่สั้นลงและมูลค่าเฉลี่ยการออกต่ำลง
กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- กลุ่มพลังงาน (ENERGY)
- กลุ่มการเงิน (FINANCE)
- กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
หุ้นกู้ระยะยาวที่ออกทั้งหมดในปี 2568 เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (PO) ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า
- การออกตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน (ESG bond) เพิ่มขึ้น 18.18% จากปี 2567 : การออก ESG bond ในปี 2568 เท่ากับ 208,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากการออกเพิ่มขึ้นของรัฐบาลที่ยังคงเป็นผู้นำการออก ESG bond
โดยในปี 2568 ได้หันมาออก Sustainability-linked Bond (SLB) เป็นหลักแทนการออกSustainability bond ส่วนภาคเอกชนมีมูลค่าการออก SLB เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย ณ สิ้นปี 2568 ESG bond มีมูลค่าคงค้างรวมเท่ากับ 978,425 ล้านบาท คิดเป็น 5.46% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 72,396 ล้านบาท ในปี 2568 : โดยเป็นการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 และไตรมาส 4 รวม 75,666 ล้านบาท รวมกับการขายสุทธิ 3,270 ล้านบาทในไตรมาส 3
ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติมีการถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 9.18 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.12% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.09 ปี ลดลงจาก 8.66 ปีเมื่อสิ้นปี 2567
- เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลง : ในปี 2568 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) ปรับตัวลดลงทั้งเส้น โดย Bond yield ระยะสั้นลดลงเร็วกว่าระยะยาวในลักษณะ Bull steepening ที่ Bond yield ระยะสั้นปรับลดตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย
ส่วน Bond yield ระยะยาวปรับลดลงน้อยกว่าซึ่งน่าจะสะท้อนความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะหรือ Bond supply ในระดับสูง ส่งผลให้ Bond yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวลดลง 89, 81 และ 65 bps. จากสิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ระดับ 1.13%, 1.28% และ1.66% ตามลำดับ ณ สิ้นปี 2568
- เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล : ในปี 2568 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ AAA รุ่นอายุ 5 ปี ปรับตัวลดลง 100 bps. มากกว่าพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้กลุ่ม AA A และ BBB+ ที่ปรับตัวลดลง 75-89 bps.
ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้อายุ 5 ปี กลุ่ม AAA AA A และ BBB+ ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.81%2.10% 2.53% และ 3.78% ตามลำดับ
- อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2569 มีแนวโน้มปรับลดลงประมาณ 1 ครั้ง : ผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 1 ครั้ง 0.25% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ลงมาอยู่ที่ 1.00%จากปัจจุบันที่ 1.25%
สำหรับการคาดการณ์ Bond yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ปี 2569 Bond yield ไทยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี จะขยับตัวต่ำลงเฉลี่ยราว 5-10 bps. จากสิ้นปี2568 โดยมีปัจจัยหลักจากแผนการระดมทุนของรัฐบาล การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย และกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ThaiBMA คาดว่าปี 2569 เอกชนออกหุ้นกู้ 8.8 แสนล้านบาท ถึง 9 แสนล้านบาท โดยมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระ 8.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหุ้นกู้อินเวสเมนท์เกรด (Investment Grade) หรือหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง (ตั้งแต่ AAA ถึง BBB-)
สัดส่วน 90 % ดังนั้นคาดว่าไม่มีปัญหาการโรลโอเวอร์
ปัจจัยที่เอื้อต่อการออกหุ้นกู้มาจาก 2 เรื่องหลัก
- บิ๊กคอร์ป หรือบริษัทขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มพลังงาน มีแผนขยายการลงทุนและยังใช้ช่องทางการระดมเงินจากตลาดหุ้นกู้ ดังนั้นคาดว่านอกจากโรลโอเวอร์หุ้นกู้ชุดเดิมแล้วจะมีการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพิ่มด้วย
- ทิศทางดอกเบี้ยขาลง ทำให้ต้นทุนการออกหุ้นกู้ลดลง หลายบริษัทอาจออกหุ้นก็เพื่อล็อกต้นทุนทางการเงิน
สำหรับแผนงานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) ในปี 2569 ได้กำหนดกรอบแผนการดำเนินงานโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดตราสารหนี้ (Trust) การขับเคลื่อนนวัตกรรม (Innovation) และ ส่งเสริมความยั่งยืน(Sustainability) ซึ่งประกอบด้วยแผนงานหลัก 4 ด้าน ดังนี้
- Strengthen SRO Roles : ส่งเสริมบทบาทด้าน SRO ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง
- Expand Products & Info Services : พัฒนาขยายและเพิ่มประสิทธิภาพระบบข้อมูลหรือบริการต่างๆ เช่น BHR Portal และBond valuation
- Promote Bond Literacy & Market Education : ส่งเสริมความรู้และงานวิจัยด้านตราสารหนี้รวมถึง ESG Bond
- Enhance Supportive Infrastructure : ปรับปรุงระบบงานขึ้นทะเบียนตราสารหนี้ระบบงานภายใน และ Human capital