โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ThaiBMA คาด ปี 69 เอกชนออกหุ้นกู้ 8.8-9 แสนลบ. บิ๊กคอร์ปเล็งระดมทุน ดอกเบี้ยลงหนุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 09.08 น.

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เผยปี 68 เอกชนออกหุ้นกู้ 8.8 แสนล้านบาท ลดลง 3.51% เหตุเศรษฐกิจซบเซา ปี 69 หุ้นกู้ครบดีล 8.7 แสนล้านบาท 90 % เป็นอินเวสเมนท์เกรด คาดปีนี้หุ้นกู้ออกใหม่อาจแตะ 9 แสนล้านบาท ปัจจัยหนุนบิ๊กคอร์ป ระดมเงินขยายลงทุน ดอกเบี้ยขาลงเอกชนล็อกต้นทุน

วันที่ 7 ม.ค.2569 สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย ปี 2568 โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวต่ำกว่าคาดจากปัจจัยภายนอกเรื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า รวมถึงปัจจัยภายในเรื่องระดับหนี้ครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่แข็งแกร่ง ส่งผลให้การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในปี 2568 ลดลง 3.51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทยโดยรวมขยายตัว 4.67% จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 4.67% จากสิ้นปี 2567 : โดย ณ สิ้นปี 2568 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 17.91 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 4.67% จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก ในขณะที่มูลค่าคงค้างตราสารหนี้ภาคเอกชนลดลงเล็กน้อยเป็นปีที่สองนับจากปี 2566
  • การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวลดลง 3.51% จากปีที่แล้ว : ในปี 2568 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้ระยะยาว) เท่ากับ 881,083 ล้านบาท ลดลง 3.51% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากการออกลดลงของผู้ออกทั้งในกลุ่ม Investment grade (IG) และ High yield (HY)

แต่ทั้งนี้ กลุ่ม IGสามารถออกหุ้นกู้ได้มากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่ยาวขึ้นและมูลค่าเฉลี่ยการออกสูงขึ้น ในขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้ได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่สั้นลงและมูลค่าเฉลี่ยการออกต่ำลง

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • กลุ่มพลังงาน (ENERGY)
    • กลุ่มการเงิน (FINANCE)
    • กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

หุ้นกู้ระยะยาวที่ออกทั้งหมดในปี 2568 เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (PO) ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า

  • การออกตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน (ESG bond) เพิ่มขึ้น 18.18% จากปี 2567 : การออก ESG bond ในปี 2568 เท่ากับ 208,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากการออกเพิ่มขึ้นของรัฐบาลที่ยังคงเป็นผู้นำการออก ESG bond

โดยในปี 2568 ได้หันมาออก Sustainability-linked Bond (SLB) เป็นหลักแทนการออกSustainability bond ส่วนภาคเอกชนมีมูลค่าการออก SLB เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย ณ สิ้นปี 2568 ESG bond มีมูลค่าคงค้างรวมเท่ากับ 978,425 ล้านบาท คิดเป็น 5.46% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย

  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 72,396 ล้านบาท ในปี 2568 : โดยเป็นการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 และไตรมาส 4 รวม 75,666 ล้านบาท รวมกับการขายสุทธิ 3,270 ล้านบาทในไตรมาส 3

ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติมีการถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 9.18 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.12% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.09 ปี ลดลงจาก 8.66 ปีเมื่อสิ้นปี 2567

  • เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลง : ในปี 2568 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) ปรับตัวลดลงทั้งเส้น โดย Bond yield ระยะสั้นลดลงเร็วกว่าระยะยาวในลักษณะ Bull steepening ที่ Bond yield ระยะสั้นปรับลดตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย

ส่วน Bond yield ระยะยาวปรับลดลงน้อยกว่าซึ่งน่าจะสะท้อนความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะหรือ Bond supply ในระดับสูง ส่งผลให้ Bond yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวลดลง 89, 81 และ 65 bps. จากสิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ระดับ 1.13%, 1.28% และ1.66% ตามลำดับ ณ สิ้นปี 2568

  • เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล : ในปี 2568 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ AAA รุ่นอายุ 5 ปี ปรับตัวลดลง 100 bps. มากกว่าพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้กลุ่ม AA A และ BBB+ ที่ปรับตัวลดลง 75-89 bps.

ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้อายุ 5 ปี กลุ่ม AAA AA A และ BBB+ ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.81%2.10% 2.53% และ 3.78% ตามลำดับ

  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2569 มีแนวโน้มปรับลดลงประมาณ 1 ครั้ง : ผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 1 ครั้ง 0.25% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ลงมาอยู่ที่ 1.00%จากปัจจุบันที่ 1.25%

สำหรับการคาดการณ์ Bond yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ปี 2569 Bond yield ไทยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี จะขยับตัวต่ำลงเฉลี่ยราว 5-10 bps. จากสิ้นปี2568 โดยมีปัจจัยหลักจากแผนการระดมทุนของรัฐบาล การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย และกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ThaiBMA คาดว่าปี 2569 เอกชนออกหุ้นกู้ 8.8 แสนล้านบาท ถึง 9 แสนล้านบาท โดยมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระ 8.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหุ้นกู้อินเวสเมนท์เกรด (Investment Grade) หรือหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง (ตั้งแต่ AAA ถึง BBB-)
สัดส่วน 90 % ดังนั้นคาดว่าไม่มีปัญหาการโรลโอเวอร์

ปัจจัยที่เอื้อต่อการออกหุ้นกู้มาจาก 2 เรื่องหลัก

  • บิ๊กคอร์ป หรือบริษัทขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มพลังงาน มีแผนขยายการลงทุนและยังใช้ช่องทางการระดมเงินจากตลาดหุ้นกู้ ดังนั้นคาดว่านอกจากโรลโอเวอร์หุ้นกู้ชุดเดิมแล้วจะมีการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพิ่มด้วย
  • ทิศทางดอกเบี้ยขาลง ทำให้ต้นทุนการออกหุ้นกู้ลดลง หลายบริษัทอาจออกหุ้นก็เพื่อล็อกต้นทุนทางการเงิน

สำหรับแผนงานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) ในปี 2569 ได้กำหนดกรอบแผนการดำเนินงานโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดตราสารหนี้ (Trust) การขับเคลื่อนนวัตกรรม (Innovation) และ ส่งเสริมความยั่งยืน(Sustainability) ซึ่งประกอบด้วยแผนงานหลัก 4 ด้าน ดังนี้

  • Strengthen SRO Roles : ส่งเสริมบทบาทด้าน SRO ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง
  • Expand Products & Info Services : พัฒนาขยายและเพิ่มประสิทธิภาพระบบข้อมูลหรือบริการต่างๆ เช่น BHR Portal และBond valuation
  • Promote Bond Literacy & Market Education : ส่งเสริมความรู้และงานวิจัยด้านตราสารหนี้รวมถึง ESG Bond
  • Enhance Supportive Infrastructure : ปรับปรุงระบบงานขึ้นทะเบียนตราสารหนี้ระบบงานภายใน และ Human capital

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...