ปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบ “ญี่ปุ่น” หดครั้งแรกในรอบ 18 ปี
ปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบ "ญี่ปุ่น" หดครั้งแรกในรอบ 18 ปี สะท้อนการยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวของ BOJ
วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 12.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฐานเงินของญี่ปุ่น หรือปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบ ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปีในปี 2568 หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ทยอยถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงินขนาดใหญ่ โดยแนวโน้มดังกล่าวมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป ท่ามกลางการเดินหน้าสู่การปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ
ธนาคารกลางญี่ปุ่นยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปีในเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อสินทรัพย์ในวงเงินมหาศาล การใช้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นติดลบ และการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นใกล้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน นับตั้งแต่นั้น BOJ ได้ชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) และยุติโครงการสนับสนุนเงินทุนที่ออกแบบมาเพื่อจูงใจสถาบันการเงินให้เพิ่มการปล่อยสินเชื่อ
ข้อมูลระบุว่า ฐานเงินเฉลี่ยในปี 20568 ลดลง 4.9% เมื่อเทียบรายปี ถือเป็นการปรับลดครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งเป็นช่วงที่ BOJ เริ่มวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งก่อน
สำหรับเดือนธันวาคม ฐานเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 594.19 ล้านล้านเยน หรือราว 3.79 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9.8% จากปีก่อนหน้า และต่ำกว่าระดับ 600 ล้านล้านเยนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 นักวิเคราะห์คาดว่าฐานเงินของญี่ปุ่นจะยังคงลดลงต่อเนื่อง เนื่องจาก BOJ เดินหน้าลดการซื้อพันธบัตรและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ ติดต่อกันเกือบ 4 ปี ธนาคารกลางจึงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็น 0.75% จาก 0.5% ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายคาซึโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ย้ำว่า ธนาคารพร้อมเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ หากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
อ้างอิง : reuters.com