Sisu 2 รีวิว: เฒ่ามหากาฬอยากกลับบ้าน แต่ดันเจอตอ
LSA Thailand
อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 01.27 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2568 เวลา 18.27 น. • Lifestyle Asia ThailandSisu ภาคแรกบู๊เดือดสาดเลือดนาซีกับนักรบในตำนานอย่าง อาตามิ คอร์ปิ ที่งานนี้เขากลับมาอีกครั้งกับ “Sisu 2” หรือในชื่อ “Sisu: Road to Revenge” ที่งานนี้เมื่อ เฒ่ามหากาฬ อยากพาตัวเองกลับบ้านเกิดที่ประเทศฟินแลนด์แต่งานนี้ดันเจอตอใหญ่อย่างคู่แค้นอย่าง อิกอร์ ดรากานอฟ ที่เคยสังหารครอบครัวเขาในอดีต แล้วงานนี้จะจบอย่างไร เราจะไปรีวิวกัน
Related articles
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนธันวาคม 2025
Exit 8 รีวิว: ความหลอนที่รออยู่ ณ ทางออกที่ไม่ควรมีคิดว่าอะไรที่คนยุคนี้กลับไปหลงรักภาพยนตร์มิวสิคัลที่ดัดแปลงจากละครเวทีอีกครั้ง?
Spoiler Alert!!! Sisu 2 (อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเปิดทุกอย่าง) Lifestyle Asia rating: 3/5
ประเภท: สงคราม, แอกชัน, ข้ามาคนเดียว
นักแสดงนำ:
- Jorma Tommila รับบท Aatami Korpi
- Stephen Lang รับบท Yeagor Dragunov
- Richard Brake รับบท KGB Officer
- Tommi Korpela รับบท Finnish Man
- Kaspar Velberg รับบท Pilot
ผู้กำกับ: Jalmari Helander
เวลา: 1 ชั่วโมง 29 นาที
ดูได้ที่ไหน: ทุกโรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่: 4 ธันวาคม 2025
สิ่งที่เราชอบใน Sisu 2
ถ้ามองไปตั้งแต่ภาคแรกเป็นภาพยนตร์ที่ถูกใจนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก ด้วยคำวิจารณ์ที่ส่วนใหญ่จะไปทางเดียวกันคือเรื่องความบันเทิงที่มอบให้ผู้ชมนั้นมันช่างมันเสียเหลือเกิน เนื้อหาก็ธรรมดาจนดูเหมือนไปทางการ์ตูนเสียด้วย แต่หนังมอบประสบการณ์ความรุนแรงที่ดูหรูหราและมีชั้นเชิงให้ตื่นเต้นพอสมควร ก็ไม่แปลกใจที่จะมีภาคต่อออกมา
ภาค 2 เป็นเรื่องราวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อาตามิ คอร์ปิ ที่นำแสดงโดย ยอร์มา ทอมมิลา (Jorma Tommila) นักรบในตำนานที่เอาตัวรอดมาจากพวกนาซีได้ พยายามหาทางบ้านเก่าของครอบครัวในเขตคาเรเลีย ที่ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ของโซเวียตไปแล้ว เขาจึงอยากเอาความทรงจำกลับไปด้วยเอาบ้านไปกับรถบรรทุกด้วย แต่แน่นอนงานนี้ไม่ง่าย เพราะเขาได้ถูกหมายหัวจาก เยกอร์ ดรากูนอฟ ผู้บัญชาการกองทัพแดงของโซเวียต ที่นำแสดงโดย สตีเฟน แลง (Stephen Lang) ที่โด่งดังจากหนัง Don’t Breathe ซึ่งเป็นฆาตกรที่สังหารครอบครัวของอาตามิ และตอนนี้เขาได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเพื่อมา “จบงาน” ที่ค้างคาไว้ คือการล่าและสังหารอาตามิ
Sisu ชื่อของหนังเรื่องนี้มาจากคำภาษาฟินแลนด์ที่ “แปลไม่ได้” ซึ่งหมายถึงความแข็งแกร่งภายในและพลังที่ไม่หยุดนิ่ง ที่เราจำได้จากตอน “Sisu” ภาคแรก จึงเปรียบเสมือนแรงขับของตัวเอกที่จะสู้ไม่ถอย คุณไม่ต้องคาดหวังบทสนทนาอะไรมากมาย เพราะพี่แกเป็นพวกพูดน้อยต่อยหนักตั้งแต่ภาคแรกแล้ว
เราจะได้เห็นการเดินทางกลับบ้านพร้อมรถบรรทุกขนไม้แห่งความทรงจำ ให้นึกถึงหนัง Rambo ภาคล่าสุดที่ต้องเจอศัตรูตลอดทางตอนที่กลับบ้านหรือจะเป็นแนว Mad Max ที่ตามล่าฆ่าไม่หยุดตอนเดินทาง ซึ่งมันอาจไม่เหมือนซะทีเดียว แต่พอให้เห็นภาพ เพราะเนื้อหาและบทของเรื่องนี้มันไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป เพราะเราอยากรู้พ่อเฒ่าผู้นี้จะหาวิธีการมาจัดการคนตามล่าได้อย่างไร
อย่างตอนโดนตามล่าครั้งแรก ก็มีพวกชาวสองล้อก็ต้อนรับพี่แกอย่างล้นหลาม พร้อมกับใส่เกราะมาเต็มเพื่อไม่ให้พี่แกยิง จากนั้นก็จะฉากก็จะโหดเลือดสาด ฉากสตันท์ก็ดูสนุกเพลิดเพลิน อีกทั้งมีฉากเครื่องบินที่ไล่ล่าพี่อย่างไม่ลดละ พร้อมกับการจัดการที่ไอเดียสุดยอดมาก (อยากให้คุณดูเอง) นอกจากนี้ในระหว่างเดินทางนั้น ลืมบอกไปว่าเขายังมีสุนัขคู่ใจพันธุ์เบดลิงตันเทอร์เรียผู้ซื่อสัตย์ของเขาที่ต้องคอยปกป้อง
เราอยากจะชื่นชมผู้กำกับ ยาลมารี เฮลันเดอร์ (Jalmari Helander) ที่ออกแบบฉากต่อสู้แบบยอดเยี่ยม องค์ประกอบต่าง ๆ ของภาพก็ดูเข้มข้นดี เลือดสาดแบบไม่มีเหตุผลและไม่บันยะบันยัง ซึ่งมันช่างดิบเถื่อนเหลือถูกใจคอฮาร์ดคอร์เหลือเกิน มากกว่านั้น นักแสดงที่เล่นเป็นผู้ร้ายอย่าง แลง ก็ถ่ายทอดอารมณ์ความเถื่อนได้อย่างดี อีกทั้งความยาวของหนังก็กำลังดี
เอาเป็นว่าถ้าคุณมีเวลาก็แวะมาดูความดิบเถื่อนและความมันจากหนังเรื่องได้แน่นอน
สิ่งที่เราไม่ค่อยชอบ
แม้จะหนังที่ไม่มีเนื้อหาอะไรมาก แอกชันก็มันดี ดูน่าจะเหมาะกับทุกคน แต่ส่วนตัวคิดว่าทั้งภาค 1 และ 2 ไม่ใช่หนังที่เหมาะกับทุกคน เพราะเป็นหนังที่ใช้ความรุนแรงแบบขีดสุด เลือดเป็นเลือด หนังเป็นหนัง การสาดกระสุนก็ดูเหมือนโหดใช้ได้ ตัวขาด ขาขาด มือขาด เอาเป็นหนังรุนแรงพอสมควร เอาเป็นว่าลองพิจารณาก่อนดูกัน
ด้วยความที่หนังแอกชันทำให้เนื้อหาเลยไม่มีอะไรมากแค่แก้แค้นและก็ล้างแค้นมันมีแค่นี้จริง ๆ ซึ่งมันก็เป็นเส้นตรงสุด ๆ ใครที่ชอบอะไรที่ซับซ้อนหน่อย ก็อาจจะเฉย ๆ กับ Sisu 2 แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก นี่คือหนังบันเทิงที่หยิบมาดูตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องรีบมาก เพราะไม่ต้องกลัวโดนสปอยล์อะไร
เรื่องย่อ Sisu 2
อาตามิ คอร์ปิ (เฒ่ามหากาฬ) กลับไปที่เขตคาเรเลียหลังสงครามเพื่อรื้อถอนและขนบ้านเก่าของครอบครัว (ที่ถูกสังหาร) กลับไปยังฟินแลนด์ แต่ระหว่างทาง เขาต้องถูกตามล่าโดย เยกอร์ ดรากูนอฟ ผู้บัญชาการโซเวียตที่ฆ่าครอบครัวของเขาในอดีต ซึ่งต้องการจะ “จบงาน” การล้างแค้นที่ค้างคา จึงกลายเป็นการต่อสู้โคตรโหดที่อาตามิต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องรถบรรทุกที่บรรทุกบ้านและชีวิตของตัวเอง ให้รอดพ้นจากกองทัพโซเวียตที่ตามมาไม่หยุดหย่อน
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: SISU: Road to Revenge via Facebook
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.