“อินเดีย” ลุยแก้กฎหมายพลังงาน เปิดทางเอกชนลงทุนพลังงานนิวเคลียร์ มูลค่า 19.3 ล้านล้านรูปี
ร่างกฎหมายใหม่ของ อินเดีย อาจปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนภาคนิวเคลียร์กว่า 19.3 ล้านล้านรูปี เปิดประตูให้เอกชนร่วมผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 11.48 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินเดียเตรียมยกเครื่องกฎหมายพลังงานครั้งสำคัญ ซึ่งจะเปิดทางให้เอกชนเข้ามาลงทุนในภาคพลังงานนิวเคลียร์ได้เป็นครั้งแรก ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีในรัฐบาล โดยถือเป็นการเข้าร่วมกระแสฟื้นฟูนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมสูงสุดถึง 19.3 ล้านล้านรูปี หรือประมาณ 214,000 ล้านดอลลาร์
จีเตนทรา ซิงห์ รัฐมนตรีประจำกรมพลังงานปรมาณู ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้ ก่อนถูกเสนอเข้าสู่รัฐสภาระหว่างสมัยประชุมที่กำลังดำเนินอยู่และจะสิ้นสุดในวันที่ 19 ธันวาคม
ซิงห์กล่าวว่า เป้าหมายของนโยบายใหม่นี้คือเปิดทางให้ภาคเอกชน และลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนสู่ภาคนิวเคลียร์ของอินเดีย
นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ต้องการแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนเพื่อเดินหน้าติดตั้งกำลังผลิตพลังงานนิวเคลียร์ 100 กิกะวัตต์ภายในปี 2047 ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกันกับปีที่อินเดียหวังจะก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว
อย่างไรก็ตามโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อินเดียร่วมพัฒนากับบริษัทต่างชาติ เช่น Electricite de France (EDF) และ Westinghouse Electric ต้องหยุดชะงักมาหลายปี จากประเด็นราคาและกฎหมายความรับผิดของอินเดียที่แตกต่างจากมาตรฐานสากล โดยกฎหมายของอินเดียเปิดช่องให้ผู้ขาย (supplier) ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ หากเกิดอุบัติเหตุ ในขณะที่สากลมักกำหนดให้ ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้า (operator) เป็นฝ่ายรับผิดชอบหลัก
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โมดีระบุว่านิวเดลีกำลังเตรียมแก้ไขกฎหมายพลังงานปรมาณูฉบับเก่า เพื่อเปิดทางให้เอกชนเข้าสู่การผลิตพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งปัจจุบันบทบาทของเอกชนจำกัดอยู่เพียงซัพพลายอุปกรณ์เท่านั้น รัฐบาลยังระบุว่าจะปรับปรุงกฎหมายความรับผิดด้วย
ซิงห์ กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้กำลังถูกทบทวนอย่างรอบด้าน ก่อนจะนำเสนอต่อรัฐสภาในรูปแบบที่เอื้อต่อภาคธุรกิจมากกว่าเดิม”
อินเดียกำลังเร่งขยายพลังงานนิวเคลียร์ สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่ความต้องการไฟฟ้าสะอาดพุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้หลายประเทศเริ่มกลับมาใช้นิวเคลียร์ แม้เคยมีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย เช่น ญี่ปุ่นที่ทยอยเดินเครื่องปฏิกรณ์อีกครั้ง ขณะที่จีน เกาหลีใต้ และบังกลาเทศกำลังก่อสร้างโรงงานใหม่
อินเดียเคยเผชิญแรงต่อต้านจากนานาชาติหลังการทดสอบนิวเคลียร์ในปี 1974 ทำให้ต้องถูกจำกัดการเข้าถึงเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีนิวเคลียร์นานหลายทศวรรษ กระทั่งข้อตกลงกับสหรัฐ ในปี 2008 ช่วยปลดล็อกข้อจำกัด แต่กฎหมายความรับผิดของอินเดียที่ออกตามมา กลับทำให้โครงการของ Westinghouse และ EDF ยังคงค้างอยู่ และทำให้ General Electric ถอนตัวจากแผนการจัดหาเครื่องปฏิกรณ์ให้อินเดีย
ปัจจุบันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Kudankulam ใกล้ปลายแหลมทางใต้ของอินเดีย ซึ่งใช้เทคโนโลยีรัสเซียขนาด 1 กิกะวัตต์ เป็นแห่งเดียวที่ใช้เทคโนโลยีต่างชาติ โดยมีเครื่องปฏิกรณ์เดินเครื่องแล้ว 2 เครื่อง และกำลังก่อสร้างเพิ่มอีก 4 เครื่อง โดยการแก้กฎหมายครั้งนี้อาจเปิดประตูให้ความร่วมมือโครงการนิวเคลียร์ชุดที่สองกับรัสเซีย หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางเยือนนิวเดลีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และทั้งสองประเทศเห็นพ้องให้เร่งจัดสรรพื้นที่ตั้งโครงการแห่งใหม่
อ้างอิง : www.bloomberg.com