โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ปรปักษ์จำนน’ จริงหรือ?

ไทยโพสต์

อัพเดต 08 พ.ย. เวลา 22.45 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. เวลา 17.01 น.

ยึดตามหนังสือ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ส่งถึงรอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ, ผู้ช่วย ผบ.ตร., รองจเรตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการ (ผบช.), จเรตำรวจ (จตร.) และผู้บังคับการ (ผบก.) เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เรื่องการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.และรองจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึงผู้บังคับการ นอกวาระประจำปี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยให้หน่วยงานระดับ ผู้บังคับการ (ผบก.) เป็นหัวหน้า ให้ ผบก.พิจารณาจัดทำข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และข้อมูลผู้ที่ยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ระดับ

รอง ผบก.เลื่อนเป็นระดับ ผบก. ส่งหน่วยงานเหนือขึ้นไปหนึ่งระดับในวันที่ 10 พ.ย. จากนั้นให้ระดับ บช.พิจารณาจัดทำข้อมูลเสนอแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งที่ว่าง ส่ง ตร. (ผ่าน ทพ.) ภายในวันที่ 14 พ.ย. นั้นก็แสดงว่า ไม่น่าจะเกินวันที่ 20 พ.ย. วงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่มี นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นั่งหัวโต๊ะประธาน น่าจะได้ฤกษ์ทำบัญชีแต่งตั้ง "นายพล" นอกฤดูแทน 3 ตำแหน่งว่างจากผู้ที่ลาออกตามโครงการเออร์ลีรีไทร์ เมื่อมขยับแทนผู้ที่เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นก็น่าจะมีการแต่งตั้งทั้งหมด 7 ตำแหน่ง ๐

เดือดจริงๆ หลังอดีตตำรวจคนดังออกมาพาดพิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องหลายร้อยนาย ทำให้ 4 องค์กรตำรวจ ทั้ง สมาคมตำรวจ, สมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ชมรมพนักงานสอบสวน และชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ นำโดย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตรอง ผบ.ตร. ต้องยื่นหนังสือถึง ผบ.ต่าย เรียกร้องให้ดำเนินการทางวินัยและอาญากับอดีตตำรวจคนดัง เพราะมองว่าการออกมาใส่ร้ายองค์กรตำรวจ เป็นการบั่นทอนและทำลายชื่อเสียง รวมทั้งทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ เนื่องจากองค์กรตำรวจก่อตั้งมานานเป็นร้อยปี จึงต้องการกอบกู้ศรัทธา "พล.ต.อ.วินัย" บอกหากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ขอให้นำมามอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเอาผิดและจัดการกับตำรวจไม่ดี บิ๊กแรก-พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน ยืนยันกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับทุกคนที่กล่าวหาใส่ร้ายองค์กรตำรวจโดยปราศจากหลักฐานอย่างเด็ดขาด เรียกว่าศึก "สีกากี" ครั้งนี้…ร้อนแรงจริงๆ ๐

ไม่หายหน้านาน บิ๊กจวบ-พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข อดีตรอง ผบ.ตร. และอดีต ผบช.ภ.5 นายตำรวจคนดังทางภาคเหนือ หลังเกษียณอายุราชการไปเมื่อ 30 ก.ย. 2568 ตอนนี้ได้รับหน้าที่ใหม่ดำรงตำแหน่ง "ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา" ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับรายนี้ บิ๊กเต๋อ-พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ หัวหน้าจเรตำรวจ อดีต ผบก.หนองคาย ถอดเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เข้าสู่ชายคา "ภูมิใจไทย" เตรียมพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 1 จังหวัดหนองคาย ส่วนรายนี้ยังไม่ได้ไปลงการเมือง เพียงแต่ในการประชุม ครม.วาระเดียวกับแต่งตั้ง บิ๊กจวบ ไปนั่งเป็น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทาง ครม.ก็มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอชื่อ บิ๊กแจง-พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. เป็นกรรมการในคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง มีผลตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป ๐

“แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการกองทัพบก ที่ยังคงเดินสายเป็นวิทยากรพูดถึงประสบการณ์ในช่วงที่เกิดการสู้รบไทย-กัมพูชาเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ปลุกกระแสความรักชาติรักแผ่นดินด้วยพลังกาย พลังใจของทหารเกษียณ แต่ตอนนี้ก็มีเสียงสะท้อนจากมิตรรัก แฟนคลับ เป็นห่วงในเรื่องการตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน และกำลังพลที่ประสบปัญหาต่างๆ เพราะต้องมองว่าเรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นของร้อนที่ต้องระมัดระวัง แม้เป้าหมายและเจตนารมณ์ตั้งมั่นเพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส แต่ปัจจุบันภาพลักษณ์การจัดตั้งมูลนิธิไม่ค่อยดีเท่าใดนัก แต่ "แม่ทัพกุ้ง" ยืนยันว่า หากได้รับการอนุมัติจัดตั้งก็จะดำเนินการอย่างรอบคอบที่สุด การใช้เงินทุกอย่างต้องตรวจสอบได้ และเป็นแบบอย่างเป็นไปตามระเบียบของข้อกำหนดของทางราชการ โดยจะนั่งเป็นประธานมูลนิธิเพื่อคุมภาพรวมของการใช้จ่ายเอง แม้จะมีพี่ๆ น้องๆ ข้างกายเป็นคนประสานการดำเนินการให้ก็ตาม ๐

พล.ต.ประเทือง ปิยกะโพธิ์ รอง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ นำคณะเจรจาฝ่ายไทย 7 นาย ประชุมร่วมกับคณะเจรจาของ CMAC ฝ่ายกัมพูชา 7 นาย โดยมีคณะ AOT ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาเข้าร่วมสังเกตการณ์ในภูมิประเทศจริง บริเวณหลักเขตแดนที่ 47 บ้านหนองจาน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จุดนี้ถือเป็นพื้นที่นำร่องแห่งเดียวที่กัมพูชาเข้าร่วมดำเนินการกับไทย โดยยกให้เป็นผลการหารือของ "คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี ไม่ใช่ในกรอบของถ้อยแถลง หรือ JD โดยไทยเสนอไป 5 จุด แต่กัมพูชาไม่ตอบรับดำเนินการร่วม แต่ยอมรับว่าจะไม่ขัดขวาง ซึ่งหลังจากเกิดเหตุทหารกัมพูชาขัดขวาง TMAC ของไทยที่กำลังเข้าพื้นที่บ้านสายโท 10 ใต้ ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ภายหลังการยอมให้ฝ่ายไทยเข้าไปดำเนินการเก็บกู้ได้ ทำให้การหารือที่สระแก้วครั้งนี้ ทาง TMAC จึงได้เสนอให้กัมพูชาเร่งพิจารณากำหนดพื้นที่นำร่องเพิ่มเติม จากที่ฝ่ายไทยเคยเสนอไป 13 พื้นที่

เมื่อพิจารณาเรื่องการถอนอาวุธของฝ่ายกัมพูชา ทาง AOT จะรายงานผลการปฏิบัติไปที่มาเลเซีย ก่อนที่จะส่งมาที่กองทัพฝ่ายไทยให้ได้รับทราบว่ามีการดำเนินการจริงหรือไม่ และเมื่อมีการโชว์ภาพเคลื่อนอาวุธมายังจุดเช็กพอยต์ จะเคลื่อนขบวนกลับไปที่ บก.ภูมิภาคทหารที่ 4 ซึ่งอยู่ลึกเข้าไป 50 กม.หรือไม่ อีกทั้งเมื่อครบเฟส 1 ในวันที่ 21 พ.ย.ตามกรอบที่ได้ตกลงไว้นั้น มีความจริงใจและชัดเจนแค่ไหน เช่นเดียวกับเรื่องเก็บทุ่นระเบิด จะมีความร่วมมือมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ หากประเมินว่ามีความตั้งใจจะลดความเป็นปรปักษ์กับไทยได้พอ การปล่อยเชลยศึกทั้ง 18 คน ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งได้เตรียมการเบื้องต้นวันที่ 12 พ.ย.นี้ ก็จะเดินหน้าต่อไป ภายกรอบเวลาของการถอนอาวุธเฟส 1 ที่กำหนดไว้ในวันที่ 21 พ.ย. โดยระหว่างนี้รัฐบาลจะได้แต่งตั้งศูนย์ในการติดตามการปฏิบัติ โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็น ผบ.ศูนย์ เพื่อประเมินความเป็นปรปักษ์ของกัมพูชา และการดำเนินการของฝ่ายไทยต่อไป ๐

เป็นกระแสของคนในพื้นที่อีสานใต้ซึ่งยังไม่เชื่อใจกัมพูชาว่าจะมีความจริงใจ และเชื่อว่าในวันหนึ่งกัมพูชาต้องใช้เล่ห์กล ในการแอบรุกคืบเข้ามาในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธมและภูมะเขือ ดังนั้นปรากฏการณ์ทวงคืนปราสาทตาควาย ปราสาทคนา หรือแม้กระทั่งพื้นที่ตามาเรีย รวม 3 พื้นที่ ซึ่งฝ่ายเรายังต้องเอาคืนมาให้ได้ จึงมีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง ระหว่างนี้จึงเป็นช่วงของการรอดูรัฐบาลและกองทัพ ว่าจะมีวิธีในการนำกลับคืนมาให้ได้อย่างไร แต่ในพื้นที่ยังคงมีการเตรียมพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ โดย "แม่ทัพเติ่ง" พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ไปดูความเป็นอยู่ของทหารที่อยู่หน้าแนวหลายจุด นอกจากสถานการณ์ด้านมวลชนที่อยากทวงคืนพื้นที่ที่เสียไปแล้ว การเมืองในเรื่องการชิงความนิยมเพื่อไปสู่การเลือกตั้งยังปรากฏให้เห็น จึงเชื่อกันว่าหลัง AOT ติดตามผลการปฏิบัติในช่วง 3 เดือนนี้เสร็จสิ้นไปแล้ว ยังมีแค่ความไม่แน่นอน โดยกองทัพต้องยึดถือคัมภีร์เพื่อไม่แพ้ในเวทีนานาชาติ คือป้องกันและได้สัดส่วน แต่เหรียญอีกด้านก็เป็นอุปสรรคในการทวงคืนพื้นที่พอสมควร อุณหภูมิเรื่องไทย-กัมพูชาจึงไม่ได้เย็นลงไปอย่างที่คิด แต่พร้อมจะปะทุได้อยู่ตลอดเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...