โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 02 พ.ย. 2568 เวลา 22.33 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2568 เวลา 22.33 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568

>> เพลิงไหม้บ้านไม้ กลางชุมชนพระประแดง จ.สมุทรปราการ วอด 2 หลัง พบเสียชีวิตในห้องน้ำ 1 ราย

09.25 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณระหว่างซอยพระราชวิริยาภรณ์ 1–3 อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว เสียหายวอดจำนวน 2 หลัง รถดับเพลิงจากเทศบาลและพื้นที่ใกล้เคียงเร่งเข้าฉีดน้ำสกัด เพลิงอยู่ระหว่างการควบคุม

หลังเพลิวงสงบ ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุประมาณ 80 ปี ลักษณะถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป

>> ประชาชนหลั่งไหลถวายอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในพระราชพิธีสัตตมวาร

10.30 น. บริเวณท้องสนามหลวงเต็มไปด้วยประชาชนที่ทยอยเดินทางเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ บรรยากาศรอบพื้นที่เต็มไปด้วยความสงบ สลับเสียงสาธุและคำถวายอาลัยจากผู้คนทุกช่วงวัยที่เดินทางมาด้วยความจงรักภักดี

ตลอดทั้งวันมีประชาชนจำนวนมากกว่าเมื่อวาน เดินทางมาจากทั่วสารทิศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บางครอบครัวออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดเพียงเพื่อมาถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัย ขณะที่จิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยอำนวยความสะดวกดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด ภาพรวมสะท้อนถึงความผูกพันและความรักที่ประชาชนยังคงมีต่อสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างล้นหลามในช่วงเวลาสำคัญของพระราชพิธีครั้งนี้

>> “ทลายปาร์ตี้เหมืองทอง” โรงแรมหรูกลางกรุง รวบ 29 หนุ่ม เสพยามั่วเซ็กส์

11.31 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.5 และ บช.ปส. ระดมกำลังกว่า 50 นาย บุกทางประตูหลังโรงแรมหรูย่านสุขุมวิท 13 เปิดปฏิบัติการ “ทลายปาร์ตี้เหมืองทอง” หลังสืบทราบว่ามีการนัดหมายจัดปาร์ตี้ยาเสพติดในกลุ่มชายรักชาย ภายในห้องสูทพบชายไทย 28 คน และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน สวมกางเกงในตัวเดียวกำลังมั่วสุมเสพยา ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งยาไอซ์ ยาบ้า เคตามีน ยาอี เข็มฉีดยา ถุงยาง เจลหล่อลื่น รวมถึงสารระเหย “ป๊อปเปอร์” ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่ง สน.ลุมพินี โดยมี 4 รายถูกแจ้งข้อหาและตรวจพบสารเสพติด ขณะที่อีก 25 รายถูกจัดทำประวัติและขยายผลเพิ่มเติม

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากข้อมูลเบาะแสออนไลน์ และเป็นกลุ่มผู้จัดปาร์ตี้ชุดเดียวกับที่ถูกจับกุมในพื้นที่ สน.ทองหล่อ เมื่อปี 2567 สะท้อนปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดในแหล่งท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งใช้มาตรการเด็ดขาดกวาดล้างสถานบันเทิงเสี่ยง ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ เตือนถึงอันตรายการใช้ “ป๊อปเปอร์” ที่ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และยืนยันว่าจะเร่งขยายผลเอาผิดผู้จัดเครือข่ายให้ถึงที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

>> รวบหนุ่มเปิดบัญชีม้าให้แก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้ลงทุน พบมีหมายจับติดตัว 3 หมาย เสียหายเกือบ 2 ล้านบาท

11.47 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายอุ(นามสมมุติ) อายุ 35ปี โดยจับกุมได้ บริเวณลานจอดรถของ วัดหนองกระถิน อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี สืบเนื่องจากช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2568 ได้มีผู้เสียหายหลายท้องที่ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งมีพฤติกรรมในการหาเหยื่อผ่านเฟซบุ๊ก
โดยจะแอดไลน์เข้าไป ชักชวนเหยื่อให้เข้าร่วมลงทุน หรือร่วมทำกิจกรรม ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าจะต้องทำการโอนเงินเข้าระบบก่อน จากนั้นจะหลอกผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ หลายครั้ง ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถถอนเงินจำนวนก่อนหน้านี้ได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพหลายครั้ง รวมยอดผู้เสียหาย 3 ราย เป็นเงินเกือบสองล้านบาท

เมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวน และทราบตัวเจ้าของบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไป จนตามจับตัวคนร้ายได้คือ นายอุ ซึ่งหนีมาทำงานที่หนองกระถิน ต.ทัพหลวง อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับดังกล่าว และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ แต่ผู้ต้องหายังคงให้การปฎิเสธ จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งกองปราบปราม ก่อนนำตัวส่งต่อพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ชายคลั่งจุดไฟเผาบ้านวอดทั้งหลัง จ.ลำปาง

13.00 น. นายชาญ จูดคง นายอำเภอแจ้ห่ม มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันเจ้าหน้าที่ตร.สภ.แจ้ห่ม ผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต.แม่สุก ลงพื้นที่เข้าดับเพลิงบ้านที่พักอาศัยและติดตามตัว ชายไทย อายุ 58 ปี ราษฎรบ้านปางตุ้ม หมู่ที่ 7 ตำบลแม่สุก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

ตามที่ได้รับแจ้งราษฎรในพื้นที่ว่านายบุญธรรมฯ ได้เสพยาเสพติดและดื่มสุราจนมีลักษณะอาการคลุ้มคลั่งและได้ทำการเผาบ้านของตัวเองซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยที่อยู่เพียงคนเดียวเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวและไม่มีเลขที่บ้านในพื้นที่บ้านปางตุ้มไฟไหม้จนได้รับความเสียหายทั้งหลัง

ภายหลังเกิดเหตุ ชายไทยคนดังกล่าว ได้หลบหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่จึงได้จัดชุดฯ ลงพื้นที่ติดตาม จนสามารถควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมา จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

>> รวบหนุ่มลักโค่นต้นยางพารา 11 ต้น พบประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และอาวุธปืน

13.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา นายเอ ( นามสมมุติ ) อายุ 23 ปีแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้มีอาชีพกสิกรรม (ต้นยางพารา) โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองตนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อให้สะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยจับกุมได้หน้าบ้านพัก ในอ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี
พฤติการณ์ เมื่อมี.ค.2568 นายเอกับพวกรวม 2 นาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในสวนยางของผู้เสียหาย ซึ่งต้นยางพาราในสวนของผู้เสียหาย มีอายุประมาณ 30 ปี จากนั้นนายเอกับพวก ร่วมกันใช้เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์กำลังเลื่อยตัดต้นยางพาราเป็นท่อนอยู่นั้น ผู้เสียหายมาพบจึงถ่ายภาพและวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่นายเอกับพวกจะหลบหนีไป จากการตรวจสอบพบว่า มีต้นยางพาราถูกตัดไป จำนวน 11 ต้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเป็นเงินจำนวน 30,600 บาท

จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชี ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามจับกุมผู้ต้องหา กระทั่งสายลับ แจ้งว่านายเอมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้เข้าไปตรวจสอบและจับกุมได้ จากการตรวจสอบพบว่า นายเอเคยมีประวัติต้องคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนฯ มาก่อนหน้านี้ ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ถึง 4 คดีด้วยกัน แต่การจับกุมในครั้งนี้นายเอ ให้การภาคปฎิเสธ โดยอ้างว่า ผ่านไปเห็นต้นยางพาราถูกโค่นลงอยู่ก่อนแล้ว จึงได้พากันกลับไปเอาเลื่อนยนต์ที่บ้าน กลับมาตันแบ่งต้นยางพาราเป็นท่อนๆ เพื่อที่จะนำไปขายเอาเงินมาใช้ส่วนตัว แต่ถูกผู้เสียหายมาพบเสียก่อน

>> รถจักรยานยนต์ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชน มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นหนุ่มชาวเมียนมา จ.กาญจนบุรี

15.00 น. อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้รับแจ้งจากทางศูนย์วิทยุและประสานเหตุของมูลนิธิฯ ว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บริมถนนบริเวณใกล้เคียงวัดทะเลสาบ ม.7 ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ลักษณะถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 27 ปี และ อายุ 30 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง

>> เร่งช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตทันที หลังช้างป่าเขาอ่างฤาไน ทำร้ายชาวบ้าน ขณะออกกรีดยางพาราเสียชีวิต

15.25 น. นายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหลุมจังหวัด ร่วมกับหน่วยโป่งก้านเหลือง และหัวหน้าชุดเฝ้าระวังช้างป่าคลองตะเกรา และ ชป.หนองคอก กองร้อยทหารพรานที่ 1306 ว่ามีช้างป่าทำร้ายประชาชน หมู่ที่ 3 บ้านเกาะลอย ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ขณะออกไปกรีดยางพารา ห่างจากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตวป่าเขาอ่างฤาไน ประมาณ 9 กิโลเมตร

โดยกู้ภัย อ.ท่าตะเกียบ ได้นำส่งโรงพยาบาลท่าตะเกียบ แต่ผู้บาดเจ็บอาการหนัก จึงได้ส่งต่อโรงพยาบาลพุทธโสธร ต่อมาผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร ทั้งนี้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 52 ปี เป็นบ้านเกาะลอย หมู่ 3 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ต่อมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ตามระเบียบและมาตรการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสัตว์ป่าอย่างเร่งด่วน

เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังติดตามเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าตัวดังกล่าวกลับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์ฯ และแจ้งให้ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ให้รับทราบ เพื่อให้ระมัดระวังและป้องกันอันตรายจากช้างป่าดังกล่าว ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

>> พบโครงกระดูกปริศนา บนยอดเขาหาดสังวาลย์ บ้านเกาะล้าน จ.ชลบุรี ตำรวจเร่งสืบหาว่าผู้ตายเป็นใคร

15.50 น. สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่าพบโครงกระดูกมนุษย์บนยอดเขาหาดสังวาลย์ บ้านเกาะล้าน ม.7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พบที่เกิดเหตุอยู่ยอดภูเขาหาดสังวาลย์ เกาะล้าน ห่างจากเส้นทางเดินขึ้นไปบนจุดชมวิว และยังต้องเข้าไปในป่าทึบอีกประมาณ 50 เมตร จากการตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์ พบว่ามีลักษณะเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ขณะที่ชิ้นส่วนกระดูกกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณในรัศมีเกือบ 60 เมตร

เจ้าหน้าที่ต้องพรมค้นหาจนสามารถรวบรวมได้จนเกือบครบทุกชิ้น โดยเฉพาะชิ้นส่วนหัวกะโหลก ที่กลิ้งตกลงไปตีนเขาไกลเกือบ 100 เมตร คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือน นอกจากนี้ตำรวจยังพบทรัพย์สินจำนวนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นของผู้เสียชีวิตหลายรายการ ถูกวางไว้ที่บริเวณใต้โคนต้นไม้

จากการสอบถาม ชาวบ้าน ที่พบโครงกระดูกมนุษย์ทราบว่า ขณะเดินหาของป่าและเห็ดอยู่บนเขาได้พบกระเป๋าเป้และโครงกระดูกมนุษย์กระเด็นกระจัดกระจาย จึงตะโกนบอกรุ่นพี่ที่มาด้วยกัน โดยยอมรับว่าครั้งแรกที่เห็นถึงกับขนหัวลุก เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ

เบื้องต้น ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ว่าโครงกระดูกมนุษย์ที่พบเป็นของใคร เนื่องจากไม่พบเอกสารยืนยันตัวบุคคล จึงได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำโครงกระดูกส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำการชันสูตรและตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล อย่างละเอียด เพื่อหาว่าผู้ตายเป็นใคร และเร่งหาสาเหตุการตายในครั้งต่อไป

>> พบโครงกระดูก ลอยติดบนเกาะตอหม้อ สัตหีบ

16.00 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบโครงกระดูกผู้เสียชีวิต บนเกาะตอหม้อ ห่างจากชายฝั่ง ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลังรับแจ้ง นายพิชิต เกลียกกุทัณฑ์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัย สั่งการให้ชุดกู้ภัยทางน้ำพร้อมเรือเร็วออกตรวจสอบ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบเพียงโครงกระดูกท่อนล่าง จึงนำร่างกลับเข้าฝั่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้น ยังไม่สามารถระบุเพศของผู้เสียชีวิตได้ เนื่องจากเป็นเพียงโครงกระดูก คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

>> รถจักรยานถูกเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ชายนิรนามเสียชีวิตกลางถนน

18.30 น. หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตา นครราชสีมา ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยาน ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนบายพาสเลี่ยงเมือง ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วง ทางกลับรถใกล้เคียง ร้าน อ.กุ้งเผา ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

ที่เกิดเหต พบรถจักรยาน ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย ยังไม่พบเอกสารติดตัว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา

>> หนุ่มใหญ่เมืองพิมาย ทุบกระจกธนาคารแตกละเอียด เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้ทัน เผยอยากติดคุก อ้างหนี้สินเยอะ

20.00 น. หน้าตำรวจ สภ.พิมาย ได้รับแจ้งมีคนร้ายใช้ของแข็งทุบกระจก ประตูของธนาคารกสิกรไทย สาขาพิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จึงออกไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

พบผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุประมาณ 50-60 ปี ชาวอำเภอพิมาย ของกลางเป็นท่อนเหล็กที่ใช้ในการก่อเหตุ และผู้ก่อเหตุกำลังเดินอยู่หน้าธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวได้ทัน โดยพบว่าผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีชมพู ทะเบียนนครราชสีมา มาจอดหน้าธนาคาร ก่อนจะเดินปรี่เข้าไปใช้ท่อนเหล็กทุบกระจกธนาคารได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบว่า กระจกธนาคารแตกไป 1 บาน

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุพูดจาวกไปวนมา บอกว่าอยากติดคุก เพราะหนี้สินเยอะมาก จึงตัดสินใจมาก่อเหตุทุบกระจกธนาคารได้รับความเสียหายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนและตรวจสอบว่าชายคนดังกล่าวชื่ออะไร เป็นคนที่ไหน วัตถุประสงค์ต้องการอะไร เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ไฟไหม้ภายในแฟลตท่าเรือคลองเตย 18

23.04 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ แฟลตท่าเรือคลองเตย 18 ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคาร 5 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 5 ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้ ห้องครัวเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การอุ่นอาหารทิ้งไว้ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...