โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สายช้อปเช็กด่วน ศุลกากร ลงนาม 5 แพลตฟอร์ม เก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก เริ่ม 1 ม.ค. 69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 09.52 น.

ศุลกากร ลงนามความร่วมมือ 5 แพลตฟอร์ม Shopee Lazada TikTok TEMU และ SHEIN เก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก เริ่ม 1 ม.ค. 69

22 ธ.ค. 2568 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ยกเลิกการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการนำเข้าที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า (De Minimis Value : DMV) และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 กรมจะดำเนินการจัดเก็บภาษีอากรสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยกเว้นสำหรับสินค้าที่มีมูลค่านำเข้าต่ำกว่า 1,500 บาท ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับเอสเอ็มอีในประเทศ ที่เสียภาษีถูกต้อง ให้สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 ผู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านทุกแพลตฟอร์ม จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) 7% และภาษีอากรนำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก ซึ่งการจัดเก็บภาษีอากรจะขึ้นอยู่กับพิกัดประเภทสินค้า สำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทนั้น อัตราภาษีอากรสูงสุดจะอยู่ที่ 30% ของราคาสินค้า เช่น สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า และรองเท้า ส่วนกระเป๋า จะคิดอัตราภาษีอากรขาเข้า 20% ของราคาสินค้า ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือกระบอกน้ำ คิดอัตราภาษีอากร 10% เป็นต้น

“คาดว่าการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก จะส่งผลให้กรมสามารถเก็บภาษีเข้ารัฐได้กว่าปีละ 3,000 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา มีสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท นำเข้ามากว่า 30,000 ล้านบาท”

สำหรับวิธีการจัดเก็บภาษี ผู้ซื้อสินค้าจะสามารถจ่ายภาษีจบได้ทันทีที่หน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันแพลตฟอร์มนั้นๆ เนื่องจากแพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะบวกภาษีอากรรวมไปในราคาสินค้าหรือค่าขนส่งเรียบร้อยแล้ว ยกเว้นการขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทย ซึ่งจะมีการออกใบเขียว หรือใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ และเรียกชำระภาษีอากรเพิ่ม ยืนยันว่า ไม่ได้สร้างความล่าช้าให้กับประชาชนแน่นอน และการนำเข้าผ่านไปรษณีย์ไทยสินค้าไม่ได้จำนวนเยอะมาก เฉลี่ยวันละ 1,300 กล่อง และส่วนใหญ่กว่า 97% เป็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่ส่งตรงถึงบ้านเลย

“เรามีการพูดคุยกับแพลตฟอร์มมาโดยตลอด รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และกรมเองก็มีการเตรียมตัวทั้งศูนย์เทคโนโลยี ซึ่งออกประกาศตามกฎหมายเรียบร้อยแล้วก่อนมีการยุบสภา ทุกอย่างมีความพร้อมเริ่มใช้ 1 ม.ค.2569 แน่นอน ถือเป็นเป้าหมายในการช่วยเอสเอ็มอี”

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า กรมศุลกากรและผู้ประกอบการแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด, บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด, TEMU, SHEIN ได้ตกลงร่วมกันในการจัดทำบันทึกความเข้าใจ เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เพื่อกำกับดูแลและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินมาตรการ แบ่งออกเป็น 3 มิติ ได้แก่

มิติที่ 1 ด้านการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม

การเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่จำหน่าย ผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ข้อมูลรายการชนิดสินค้า ปริมาณสินค้า และมูลค่าสินค้า เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากร จะช่วยสนับสนุนให้การตรวจสอบสินค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถแข่งขันทางการค้าได้อย่างเป็นธรรม

โดยมีเป้าประสงค์ให้การนำเข้าสินค้าที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม ลดช่องว่างจากการแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง อันเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า และกระทบต่อผู้ประกอบการสุจริตภายในประเทศ

มิติที่ 2 ด้านการปกป้องสังคม

กำหนดกลไกความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูล และดำเนินมาตรการแจ้งเตือน ควบคุมและกำกับดูแล เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าไม่ได้มาตรฐานผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักแก่ผู้ขายให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการควบคุมการนำเข้าอย่างถูกต้อง

มิติที่ 3 ด้านการจัดเก็บรายได้ของรัฐ

ความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดเก็บรายได้ ทำให้การจัดเก็บภาษีอากรเป็นไปอย่างถูกต้อง และสอดรับกับปริมาณการนำเข้าสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

“ความร่วมมือกับ 5 แพลตฟอร์มครั้งนี้ เป็นการคัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยจะมีการส่งลิสต์สินค้าควบคุมที่ต้องมีใบอนุญาตจากอาหารและยา (อย.) และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ให้กับแพลตฟอร์มเพื่อตรวจสอบและถอดสินค้าที่ผิดกฎหมายออกจากระบบ รวมถึงการใช้คีย์เวิร์ดเพื่อบล็อกสินค้าต้องห้ามอย่างบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ให้มีจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...