'เท้ง' แบไต๋โมเดล 'รัฐบาลส้ม' มีพรรคร่วมได้ โชว์นโยบาย 6.3 แสนล.
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 เวลา 13.30 น. ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แสดงวิสัยทัศน์ Thailand Vision 2035 ที่จัดโดยช่อง 3 ตอนหนึ่งว่าพรรคประชาชน เสนอ 12 วาระเปลี่ยนประเทศ สรุปมาเป็น 4 คานงัด ดูแลโดยรองนายกฯ 4 คน ภายใต้รัฐบาลประชาชน เพื่อรื้อระบบสีเทา ดังต่อไปนี้
1.ปฏิรูปรัฐ สร้างความเชื่อมั่น
2. ปลุกเศรษฐกิจฐานราก สร้างการเติบโตที่ทั่วถึง
3.ปั้นทุนมนุษย์ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
4. ปรับยุทธศาสตร์ สร้างความมั่นคงและการต่างประเทศใหม่ให้กับประเทศ
จะเร่งลงทุนในคนเมือง ดิจิทัล และความยั่งยืน ผ่านการทำโครงการ เมกะโปรเจกต์ สีส้ม ตั้งเป้าการลงทุนไว้ 6.3 แสนล้านบาท ภายใน 8 ปี ยกตัวอย่าง ลงทุนให้มีรถเมล์ไฟฟ้าทั่วประเทศ “Nano Bus”เชื่อมต่อการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ ปั้นทุนมนุษย์ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ปรับสูตรค่าแรงขึ้นตามค่าครองชีพ และทักษะที่เพิ่มขึ้น จะสร้างกองทัพที่ทันสมัย โปร่งใส อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนการบังคับเกณฑ์ทหาร เป็นทหารอาชีพ การทูตโปรไทย ไม่โปรมหาอำนาจใด ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ทำลายวงจรตั๋วและส่วย ขจัดการซื้อขายตำแหน่ง ฟื้นฟูศรัทธาองค์กรตำรวจ
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงโมเดล "ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน" ที่ พรรค ปชน. แถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 ม.ค. คือโมเดลที่ต้องรัฐบาลพรรคเดียวเท่านั้น ว่า ไม่เชิงอย่างนั้น ถ้าไม่ถึง 250 ที่นั่ง โจทย์ของเราคือการตั้งรัฐบาลประชาชน เอาเป็นตัวตั้ง พรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลด้วยกันต้องทำงานข้ามกระทรวงเอาเป็นตัวตั้งให้ได้ โครงสร้างควรจะเป็นคือมีรองนายกฯที่ดูภาพรวม ทำให้งานสามารถทำข้ามกระทรวงได้ ไม่แบ่งกระทรวงใครกระทรวงมัน ต่างคนต่างทำ เงื่อนไขนี้พื้นฐานมาก ไม่ได้เป็นการสร้างเงื่อนไขทางการเมืองที่เกินจำเป็น การตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ตนเห็นหลายพรรคสื่อสารรับหลักการที่ว่าพรรคอันดับหนึ่งควรได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน และอีกอย่างหนึ่ง ตนอยากจะให้เป็นความโปร่งใสในการเจรจาทางรัฐบาลร่วมกันให้อยู่ในสายตาประชาชน
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงการร่วมแลกเปลี่ยนกับแคนดิเดตจากพรรคอื่น ๆ ในเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งวันนี้ได้กลับมาเจอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ครั้งแรก หลังจาก MOA รู้สึกอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รู้สึกไม่แตกต่างจากเดิม ก่อนหน้านี้ที่ทำงานร่วมกันในสภาฯ ก็ทำบนข้อตกลงที่ประชาชนรับทราบ วันนี้กลับมาเจออีกครั้งก็ไม่ได้มีอะไรที่รู้สึกแตกต่างออกไปสำหรับกรณีอื่นๆ ตนยืนยันจุดยืนเดิมว่า เราไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้ และตนรวมถึง สส. พรรคปชน. ไม่สามารถโหวตให้กับแคนดิเดตของ พรรค ภท.ได้ ทั้งนี้ ยังมีความมั่นใจเต็มร้อย ว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ มากขึ้น เป้าหมายของเราคืออยากได้ครบทั้ง 33 เขต
เมื่อถามถึงกรณีที่ รัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาเชียร์พรรค ปชน. กับเพื่อไทย เพื่อหวังให้ได้เปรียบ อ้างว่าสามารถบงการนายกฯคนใหม่ของไทยได้นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้มองเรื่องนี้ 2 ชั้น ฝั่งกัมพูชารู้ ดีว่าบริบทการเมืองไทยเป็นอย่างไร การแสดงความเห็นแบบนั้นย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยม สำหรับพรรคปชน. เรามีจุดยืนชัดเจนว่า ต้องการกำจัดเครือข่ายแสกมเมอร์ ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบฮุนเซน และเครือข่ายของเขาในปัจจุบัน หากมองอีกมุมหนึ่ง ถ้าเขาต้องการ สกัดไม่ให้พรรคส้ม ไปล้มดีลเทาๆ หรือสกัดไม่ให้พรรค ปชน.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล การแสดงออกของเขาที่ผ่านมาก็เห็นวัตถุประสงค์ได้ชัดเจน จึงอยากให้คิด 2 ชั้น อย่าคิดชั้นเดียว