โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เขย่าดีลพักรบการค้าสหรัฐ-จีน “ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีประเทศคู่ค้าอิหร่าน 25%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 03.53 น.

"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษีประเทศคู่ค้าอิหร่าน 25% เขย่าดีลพักรบการค้าสหรัฐ-จีน โดยเฉพาะในประเด็นการซื้อน้ำมันอิหร่านของจีน

วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.56 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าการประกาศของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการเก็บภาษีนำเข้าใหม่ต่อสินค้าจากประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน อาจสั่นคลอนข้อตกลงพักรบทางการค้าระยะเวลา 1 ปีระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุดของโลก

ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ว่า “ประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะต้องถูกเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับธุรกรรมทั้งหมดที่ทำกับสหรัฐอเมริกา” พร้อมระบุว่าภาษีดังกล่าวจะมีผลทันที โดยไม่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตหรือวิธีการบังคับใช้

เวนดี คัตเลอร์ อดีตผู้เจรจาการค้าระดับสูงของสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Asia Society Policy Institute กล่าวว่า คำขู่ของทรัมป์ตอกย้ำให้เห็นว่าข้อตกลงพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้นเปราะบางเพียงใด พร้อมเสริมว่า “แม้ทรัมป์จะไม่เดินหน้าบังคับใช้ภาษีดังกล่าวจริง ความเสียหายต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและความเชื่อใจที่ทั้งสองฝ่ายพยายามสร้างขึ้นก็ได้เกิดขึ้นแล้ว”

ทรัมป์และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน บรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าในการพบกันที่เกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เปิดทางให้สหรัฐเข้าถึงแร่หายาก โดยจีนครองความเป็นผู้นำในการผลิตแร่ดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอาวุธทางทหาร และก่อนหน้านี้จีนเคยจำกัดการส่งออกแร่เหล่านี้ในช่วงข้อพิพาทการค้า

ข้อมูลจาก Bloomberg Economics ระบุว่าอัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐต่อสินค้าจีนลดลงจาก 40.8% เหลือ 30.8% หลังการบรรลุข้อตกลงพักรบในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ดีคำขู่เก็บภาษีรอบใหม่เสี่ยงบ่อนทำลายข้อตกลงดังกล่าว ในช่วงที่ทรัมป์กำลังพิจารณาเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนเมษายนนี้

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาทำเนียบขาว เคยลดทอนความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะใช้ภาษีเพิ่มเติมกับจีนจากกรณีการซื้อน้ำมันรัสเซีย โดยกล่าวในขณะนั้นว่า“เรามีภาษีกับจีนมากกว่า 50% อยู่แล้ว เราไม่ต้องการไปถึงจุดที่ทำร้ายตัวเอง”

ขณะที่อิหร่านเป็นประเด็นอ่อนไหวในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐมายาวนาน โดยทั้งสองประเทศยืนอยู่คนละฝั่งในความขัดแย้งตะวันออกกลาง ขณะที่สหรัฐสนับสนุนอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย จีนกลับใกล้ชิดกับอิหร่านมากขึ้น และกลายเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของอิหร่าน ด้วยการรับซื้อน้ำมันเกือบ 90% ของการส่งออกทั้งหมดของอิหร่าน

ในเดือนกันยายน สี จิ้นผิง ได้พบกับประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ที่กรุงปักกิ่ง และให้คำมั่นว่าจะกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุน

แม้จีนจะไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 20565 แต่ข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอกและสัญญาณจากตลาดการค้าชี้ว่า การไหลของน้ำมันยังคงแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ เนื่องจากจีนได้สร้างห่วงโซ่อุปทานที่อยู่นอกการควบคุมของชาติตะวันตก รองรับการนำเข้าน้ำมันมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

น้ำมันอิหร่านที่ขายในราคาส่วนลดสูงมีความสำคัญต่อโรงกลั่นเอกชนของจีน และเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของเศรษฐกิจ โดยน้ำมันดิบดังกล่าวมักถูกเก็บไว้ในคลังนอกชายฝั่งเมื่อเดินทางถึงจีน ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์และติดตามการขนส่ง Kpler Ltd. ระบุว่า ณ ปลายเดือนธันวาคม ปริมาณน้ำมันดังกล่าวแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง ที่มากกว่า 50 ล้านบาร์เรล

รัฐบาลทรัมป์ได้รื้อฟื้นนโยบายกดดันขั้นสูงสุดต่ออิหร่าน โดยขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับผู้ซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจากอิหร่าน อย่างไรก็ตามในเดือนมิถุนายน ทรัมป์กลับส่งสัญญาณไฟเขียวให้จีนสามารถซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไป ซึ่งสร้างความประหลาดใจทั้งในหมู่เทรดเดอร์น้ำมันและเจ้าหน้าที่รัฐบาลของเขาเอง เนื่องจากเป็นการบ่อนทำลายนโยบายของสหรัฐในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ที่มุ่งตัดรายได้หลักของอิหร่านจากการส่งออกน้ำมัน

ข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า การนำเข้าสินค้าจากอิหร่านอย่างเป็นทางการของจีน ลดลงเกือบ 28% เมื่อเทียบรายปี ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 เหลือ 2.86 พันล้านดอลลาร์ โดยสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ วัสดุพลาสติกอย่างโพลีเอทิลีน แร่โลหะ เช่น แร่เหล็กและแร่สังกะสี รวมถึงสารเคมีอย่างแอลกอฮอล์อะไซคลิกที่ใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมสีและน้ำยาทำความสะอาด

ด้านการส่งออกของจีนไปยังอิหร่านหดตัวเกือบ 23% ในช่วงเดียวกัน เหลือ 6.2 พันล้านดอลลาร์ โดยสินค้าหลัก ได้แก่ คอมเพรสเซอร์เครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และมอเตอร์–เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทั้งนี้การค้าระหว่างจีนกับอิหร่านคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.2% ของการค้าทั้งหมดของจีน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...