ดูเลย…กิน‘ผงชูรส’ มีผลต่อระบบประสาทอย่างไร?
วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความกรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี กล่าวถึงการบริโภคผงชูรส ว่า จากการหาข้อมูล พบว่า ความนิยมในการใส่ผงชูรสในอาหาร โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยขึ้นนั้น ความจริงแล้ว “ผงชูรส” มีชื่อเรียกว่า โมโนโซเดียมกลูตาเมต ซึ่งมีส่วนประกอบของโซเดียมด้วย
“ผงชูรส”จะละลายไขมันให้ผสมกลมกลืนกับน้ำ ทำให้มีรสเหมือนน้ำต้มเนื้อและกระตุ้นปุ่มปลายประสาทของลิ้นกับคอทำให้อาหารมีรสหวานอร่อย แต่ถ้ากินมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการแพ้“ผงชูรส” จะมีอาการแพ้ ที่เกิดขึ้น ดังนี้ จะทำให้รู้สึกชาที่ปาก ลิ้น ปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอหน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ
ส่วนผู้ที่แพ้ผงชูรสมาก ๆ จะเกิดอาการชาบริเวณใบหน้า หู วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว จนอาจเป็นอัมพาตตามแขนขาชนิดชั่วคราวได้
แต่อาการเหล่านี้ จะหายเองภายในเวลา 2 ชั่วโมงรวมถึงไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ อีก โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์ไม่ควรกินผงชูรสเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ สำหรับทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนนั้น หากได้กินผงชูรสเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสมองในเด็กวัยนี้ ยังไม่รวมถึงภาวะที่ได้รับเกลือโซเดียมมากเกินไปทำให้ไตเกิดการทำงานมากขึ้นอีกด้วย
หากน้ำซุปใช้น้ำเคี่ยวกระดูกสัตว์ อยู่แล้ว “ผงชูรส” ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงประกอบอาหาร แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ “ผงชูรส” จริงๆ ควรใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย และควรเพิ่มความพิถีพิถันในการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสดสะอาดมีคุณค่าทางโภชนาการและการปรุง ที่ถูกสุขลักษณะ
หากจะใช้ให้เลือกซื้อ“ผงชูรส” โดยการสังเกตหีบห่อหรือกระป๋องบรรจุขอบผนึกต้องไม่มีรอยตำหนิ ฉลากพิมพ์เป็นตัวหนังสือภาษาไทยชัดเจน ไม่เลอะเลือน และต้องระบุชื่ออาหารแสดงคำว่า “ผงชูรส” ตลอดจนมีเลขทะเบียนตำรับอาหาร (อย.) ระบุชื่อที่ตั้งของผู้ผลิต เดือนปีที่ผลิต รวมทั้งน้ำหนักสุทธิอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันผงชูรสปลอม
ที่มา : https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/news030962/