ปลัด วธ. เปิดกรอบนโยบาย 5 ปี ชู วัฒนธรรมไทย พลังหลักพัฒนาคน เศรษฐกิจฐานราก และบทบาทประเทศไทยในโลกอนาคต
นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยกรอบนโยบายกระทรวงวัฒนธรรมระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570 - 2574) ซึ่งจะเริ่มขับเคลื่อนผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป พร้อมเตรียมนำร่องบางโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 เพื่อวางรากฐานการพัฒนาวัฒนธรรมไทยให้เป็นพลังหลักของประเทศทั้งในมิติการพัฒนาคน เศรษฐกิจฐานราก และบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก
ปลัด วธ. กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้เชิญผู้บริหารหน่วยงานสังกัดและผู้อำนวยการองค์การมหาชน ร่วมประชุมหารือเพื่อจัดทำนโยบายเป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
โดยกรอบนโยบายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับบทบาทของกระทรวง จากการดำเนินงานเชิงกิจกรรมและการอนุรักษ์แบบแยกส่วนสู่การเป็นกลไกนโยบายหลักของรัฐในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างรายได้ให้ชุมชนและเสริมพลัง Soft Power ไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
นายประสพ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีทุนทางวัฒนธรรม ศาสนา ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านกลไกขององค์การยูเนสโกทั้งมรดกโลก มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ทุนเหล่านี้ยังถูกนำมาใช้ไม่เต็มศักยภาพและยังไม่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
“กรอบนโยบาย 5 ปีฉบับนี้มุ่งส่งเสริมให้วัฒนธรรมเป็นโครงสร้างพื้นฐานของรัฐสมัยใหม่ที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง สร้างประโยชน์ได้จริง และเห็นผลในชีวิตประจำวัน และการขับเคลื่อนกรอบนโยบายดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน 7 นโยบายหลัก โดยแต่ละนโยบายกำหนดโครงการสำคัญที่ชัดเจนเพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว
นโยบายที่ 1 วัฒนธรรม ศาสนา สมาธิและสุขภาวะของสังคม มุ่งยกระดับสุขภาพจิต คุณธรรม และความสงบสุขของสังคมไทย โดยใช้ทุนทางศาสนา สมาธิ และภูมิปัญญาไทยเป็นฐาน โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ Thailand Mindfulness & Spiritual Well-being Platform พัฒนาวัดและศาสนสถานเป็นพื้นที่เรียนรู้สมาธิและการพัฒนาจิตใจ จัดทำหลักสูตรสมาธิสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ และเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ ควบคู่กับโครงการใหม่ “Art for Mental Balance & Cultural Well-being City” ที่นำศิลปะและกิจกรรมวัฒนธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือฟื้นฟูสุขภาวะทางใจ ส่งเสริมพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ วัด และพื้นที่วัฒนธรรมให้เป็น “พื้นที่พักใจของเมือง” และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงศิลปะได้มากขึ้น
นโยบายที่ 2 มรดกโลก มรดกภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชาติพันธุ์ มุ่งเปลี่ยนการอนุรักษ์ไปสู่การสร้างคุณค่าร่วม โดยให้ชุมชนเป็นเจ้าของและผู้ได้ประโยชน์หลัก ผ่านโครงการ World Heritage & Historic City Economy และ ICH to Creative Economy นำอาหาร งานช่างและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปต่อยอดเป็นสินค้า บริการ และคอนเทนต์สร้างสรรค์ ควบคู่กับการคุ้มครองอัตลักษณ์ชาติพันธุ์อย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งขับเคลื่อนโครงการใหม่ “Cultural Repurpose & Living Heritage Space” ที่ส่งเสริมการนำอาคารร้างหรือพื้นที่ว่างของรัฐและเอกชนมาใช้เป็นพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดโอกาสให้ชุมชน ศิลปิน และคนรุ่นใหม่ใช้พื้นที่ร่วมกัน สร้างรายได้และการจ้างงานในท้องถิ่น
นโยบายที่ 3 การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมฐานราก มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวจากการ “ชม” เป็นการ “มีส่วนร่วม เรียนรู้และสร้างประสบการณ์” ผ่านเส้นทางศิลปะ อาหาร งานช่าง ดนตรีและวิถีชีวิตชุมชน โดยใช้การเล่าเรื่องและเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กัน พร้อมทั้งต่อยอดด้วยโครงการใหม่ “Cultural Night City & Walkable Culture” ที่ส่งเสริมพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และพื้นที่ศิลปะเปิดให้บริการถึงช่วงกลางคืน เชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองเดินได้และ Night Economy เชิงวัฒนธรรม เพิ่มระยะเวลาพำนักและรายได้จากท่องเที่ยวอย่างสมดุล
นโยบายที่ 4 อุตสาหกรรมวัฒนธรรม คอนเทนต์และ Soft Power ไทย มุ่งสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ผ่านกองทุน Thai Cultural Content & Media Fund และการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกให้เป็นคลัสเตอร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันโครงการเรือธง “Creative City Accelerator : China Model – Thai Adaptation” ในเมืองนำร่องหลายพื้นที่ เพื่อพัฒนา Art District และ Creative Cluster จัดเวที International Art & Cultural Summit และเปิดระบบ Crowdfunding และ Showcase ผลงานศิลปินไทยสู่สากล
นโยบายที่ 5 การพัฒนาคน การศึกษาและทักษะวัฒนธรรมอนาคต มุ่งสร้างกำลังคนด้านวัฒนธรรม ครีเอทีฟ และดิจิทัลที่สามารถทำงานได้จริงในเศรษฐกิจอนาคต ผ่านโครงการ Cultural Future Skills & Creative Education System และโครงการใหม่ “Creative Life Skills & Cultural Workforce” ที่เน้นการ Reskill และ Upskill เปิดพื้นที่ทดลองสร้างงานจริง และรองรับอาชีพใหม่ของคนรุ่นใหม่และแรงงานสร้างสรรค์
นโยบายที่ 6 วัฒนธรรมกับการต่างประเทศและ Soft Power มุ่งใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือการทูตเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านมรดกโลก เมืองสร้างสรรค์ และคอนเทนต์ไทย ควบคู่กับโครงการใหม่ “Global Creative Force Thailand” ที่สร้างเครือข่ายศิลปินไทย–นานาชาติ ส่งเสริมโครงการ Artist in Residence และผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของภูมิภาคเอเชีย
นโยบายที่ 7 กระทรวงวัฒนธรรมสู่ภาครัฐดิจิทัล มุ่งพัฒนาระบบข้อมูลวัฒนธรรมแห่งชาติ แพลตฟอร์มดิจิทัล และแดชบอร์ดนโยบาย เพื่อให้การตัดสินใจของรัฐอิงข้อมูล โปร่งใสและทันสมัย พร้อมทั้งขับเคลื่อนโครงการเชิงโครงสร้าง “Cultural Public Infrastructure Policy & Design Reform” ยกระดับมาตรฐานการออกแบบพื้นที่สาธารณะของรัฐให้มีความสวยงาม คงทน และสะท้อนอัตลักษณ์ไทยอย่างร่วมสมัย
นายประสพ กล่าวย้ำว่า กรอบนโยบายดังกล่าวจะทำให้ประชาชนเห็นว่าวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทุนชีวิตที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมทั้งเป็นพลังสำคัญในการพาประเทศไทยก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
“วัฒนธรรมคือพลังของคนไทยทุกคนและจะเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศไทยในโลกอนาคต อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้นำกรอบรับนโยบายไปฟังความคิดเห็นจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปแปลงนโยบายสู่แผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณ เพื่อรองปรับและเตรียมความพร้อมให้การปรับให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และตลอดจนวางแผนกลไกบูรณาการระดับกระทรวงและหน่วยงานในสังกัดและจัดตั้งคณะทำงานในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นระบบต่อไป” นายประสพ กล่าว