โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประเทศไทย ดินแดนของ “นักศึกษาจีน” ยอดเพิ่มปีละ 24% ทะลัก 28,052 คน “เกริก-ชินวัตร-แสตมฟอร์ด” TOP 3

Thairath Money

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 03.53 น.
ภาพไฮไลต์

ไม่ใช่แค่การเข้ามาของ “ทุนต่างชาติ” ในไทยมากขึ้น ที่ทำให้ธุรกิจการศึกษาในบ้านเราเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย แต่ วัยใช้เงิน วัยสร้างตัว และเด็กแรกเกิดที่ลดลงอย่างน่าใจหาย ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนคาดว่าอีกไม่ถึง 50 ปีข้างหน้า ประชากรไทยจะเหลือไม่ถึง 56 ล้านคน

จากสถานการณ์คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลง เรียนสูงขึ้น มีค่านิยมอยู่เป็นโสด หรือแต่งงานมีคู่ครอง แต่เลือกที่จะไม่มี “ลูก” ไม่นับรวมปัจจัยทางเศรษฐกิจ สภาพสังคม เครียดมีปัญหาด้านการเจริญพันธุ์ ฯลฯ

ส่งผลให้จำนวนนักเรียน, นักศึกษาในสถาบันการศึกษาลดน้อยถอยลงทุกระดับ จนนำไปสู่การปิดกิจการลงหลายแห่ง สวนทางโรงเรียนนานาชาติเปิดให้บริการใหม่มากขึ้นแบบชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะในกลุ่มมหาวิทยาลัยของเอกชนพบทางรอดสำคัญ คือ การพยายามดึงกลุ่มนักศึกษาชาวต่างชาติให้เข้ามาเรียนมากขึ้น

ต่างชาติ แห่เรียน "มหาวิทยาลัย"ในไทย

ข้อมูลสำคัญจาก “สุรเชษฐ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย เผยว่า แม้ชาวต่างชาติเข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยนานมากแล้ว ราว 20 ปี แต่ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่มหาวิทยาลัย

ซึ่งแตกต่างจากสถานการณ์ในปัจจุบันชัดเจน เนื่องด้วยทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทยพยายามเข้าถึงกลุ่มชาวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ต้องการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศของตนเอง เพราะการแข่งขันที่สูงเกินไป และต้องการภาษาต่างประเทศ

ปัจจัยอีกอย่างคือ เรื่องของค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับในประเทศตนเอง หรือประเทศที่ใช้ภาษาต่างประเทศในการสอนอื่น ๆ จะพบว่าค่าเล่าเรียนในประเทศไทยต่ำกว่าชัดเจน แต่คุณภาพทางการศึกษาไม่ได้น้อยกว่าประเทศอื่น ๆ มากนัก

ทั้งนี้ จึงทำให้จำนวนของชาวต่างชาติที่เข้ามาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยข้อมูลของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมระบุว่าภาคการเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 มีชาวต่างชาติที่เข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษาทั้งหมด 53,006 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากปี 2561 ที่มีเพียง 23,388 คนเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่น่าสนใจคือ การพบว่าช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมามีนักศึกษาจีนเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยไทยมากขึ้นอย่างชัดเจน

นักศึกษาต่างชาติในไทยมาจากประเทศใดบ้าง?

  • อันดับ 1: จีน จำนวน 28,052 คน
  • อันดับ 2: เมียนมาร์ 12,292 คน
  • อันดับ 3: กัมพูชา 1,871 คน
  • อันดับ 4: ลาว 1,097 คน
  • อันดับ 5: เวียดนาม 868 คน
  • อันดับ 6: อินโดนีเซีย 717 คน
  • อันดับ 7: ฟิลิปปินส์ 598 คน
  • อันดับ 8: อินเดีย 516 คน
  • อันดับ 9: ไนจีเรีย 468 คน
  • อันดับ 10: เนปาล 452 คน
  • อื่น ๆ: 6,075 คน

นักศึกษาจีนพุ่ง 28,052 คน “เกริก-ชินวัตร-แสตมฟอร์ด” TOP3 มหาวิทยาลัย ยอดนิยม

“สุรเชษฐ กองชีพ” ชี้ว่า นักศึกษาจากชาติต่าง ๆ ทั้งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน และในอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หากโฟกัสแค่นักศึกษาจีนในไทยที่มีมากถึง 28,052 คน จะคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 53% ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมดที่เข้ามาเรียนระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยเลยทีเดียว

อีกทั้ง เป็นตัวเลขมากกว่าตอนปี 2563 ที่มีเพียง 14,423 คน เท่ากับนักศึกษาจากประเทศจีนมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงปีละประมาณ 24%

ซึ่งจากการที่นักเรียน นักศึกษาจากประเทศจีนเข้ามาเรียนในทุกระดับการศึกษาในประเทศไทยมากขึ้นนั้น กลายเป็น 1 ปัจจัยสำคัญในการเข้ามาของกลุ่มนักลงทุน หรือนักธุรกิจจากประเทศจีนที่ต้องการเข้ามาลงทุนหรือซื้อกิจการโรงเรียน และมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จากนั้นทำกิจการทางการตลาดหรือการประชาสัมพันธ์ในประเทศจีนเพื่อดึงคนจีนเข้ามาเรียนหนังสือในประเทศไทยให้มากขึ้นเท่าที่เป็นข่าว ตั้งแต่ช่วงปี 2560 - 2561 แน่นอนแล้ว 3 มหาวิทยาลัย คือ

1. มหาวิทยาลัยเกริก
2. มหาวิทยาลัยชินวัตร
3. มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

ซึ่งทั้ง 3 มหาวิทยาลัยอยู่ในสถานะของนิติบุคคล ดังนั้น การเข้ามาของนักลงทุนจีนในทั้ง 3 มหาวิทยาลัย จึงเป็นการเข้ามาซื้อหุ้นในบริษัท อาจจะซื้อมากกว่ากึ่งหนึ่งหรือเทกโอเวอร์แบบ 100% แล้วหาผู้บริหารที่มีสัญชาติไทยเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริษัทหรือใช้ผู้บริหารและกรรมการชุดเดิมมาร่วมเป็นคณะกรรมการ แต่เพิ่มเติมคนจีนเข้าไปในคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทย หรือมีส่วนของบริษัทที่มีคนจีนเป็นกรรมการเข้ามาเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทที่มีชื่อเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย

ขณะบางมหาวิทยาลัยมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปอย่างชัดเจน โดยมีนักศึกษาจีนเข้ามาเป็นนักศึกษากลุ่มหลักของมหาวิทยาลัยไปแล้วในปัจจุบัน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาจีนส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะในพื้นที่อื่น ๆ มีบ้าง เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพายัพ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งนั้น เป็นต้น

ที่มา: คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประเทศไทย ดินแดนของ “นักศึกษาจีน” ยอดเพิ่มปีละ 24% ทะลัก 28,052 คน “เกริก-ชินวัตร-แสตมฟอร์ด” TOP 3

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...