โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ขุนพิเรนทรเทพ” เชื้อวงศ์สุโขทัย โค่นอำนาจขุนวรวงศาฯ กับแม่หยัวศรีสุดาจันทร์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 พ.ย. 2567 เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2567 เวลา 03.08 น.
“พ๊อยท์-ชลวิทย์” รับบท “ ขุนพิเรนทรเทพ” ในซีรีส์แม่หยัว (ภาพจาก X one31thailand)

“ขุนพิเรนทรเทพ” หรือต่อมาคือ สมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดาในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นับเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีบทบาทมากมายก่อนได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา หนึ่งในนั้นคือการเป็น “ผู้นำ” ก่อการโค่นอำนาจขุนวรวงศาธิราชและแม่หยัวศรีสุดาจันทร์ เป็น “จุดเปลี่ยน” ที่พาวงศ์สุโขทัยกลับมามีชื่อในประวัติศาสตร์ไทยอีกครั้ง

ขุนพิเรนทรเทพปรากฏตัวครั้งแรกในเหตุการณ์คราว สมเด็จพระไชยราชาธิราชยึดอำนาจชิงราชสมบัติกรุงศรีอยุธยาจากสมเด็จพระรัฏฐาธิราช ยุวกษัตริย์ เมื่อ พ.ศ. 2077

พงศาวดารเล่าว่า สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงลงมาจากเมืองพิษณุโลกพร้อมด้วยขุนนางในราชวงศ์สุโขทัยที่สำคัญคือ ขุนพิเรนทรเทพ ผู้ทำหน้าที่ในตำแหน่งตำรวจราชองครักษ์ใกล้ชิด แต่ในสมัยของสมเด็จพระไชยราชาฯ ยังไม่ปรากฏบทบาทของขุนนางผู้นี้มากนัก เพราะเมื่อคำนวณปีที่พระองค์ได้ราชสมบัตินั้น ท่านมีอายุประมาณ 19 ปี เพิ่งเข้าสู่วัยฉกรรจ์

สมเด็จพระไชยราชาธิราชเสวยราชสมบัติได้ 12 ปี (พ.ศ. 2077-2089) พระยอดฟ้าราชโอรสสืบราชสมบัติต่อมาอีก 1 ปี 2 เดือน โดยมีท้าวศรีสุดาจันทร์เป็นผู้สำเร็จราชการ จากนั้นก็ถูกปลงพระชนม์ ขุนวรวงศาฯ คนรักใหม่ของแม่หยัวได้เสวยราชสมบัติ มีแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์เป็นมเหสี มีนายจัน น้องชายผู้อาศัยแห่งบ้านมหาโลก เป็นอุปราช

แต่ขุนวรวงศาธิราชมีอำนาจอยู่เพียง 42 วัน ก็ถูกขุนพิเรนทรเทพกับพรรคพวกโค่นราชบัลลังก์

ความไม่พอใจที่ขุนพิเรนทรเทพมีต่อการขึ้นสู่อำนาจของพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ ปรากฏอยู่ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเผยสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างหัวเมืองเหนือกับราชสำนักกรุงศรีอยุธยา หลังขุนวรวงศาธิราชเสวยราชสมบัติ จากมุมมองของฝ่ายขุนวรวงศาฯ ความว่า

“…บัดนี้ข้างการผู้ใหญ่ผู้น้อยรักเราบ้างชังเราบ้าง หัวเมืองเหนือทั้งปวงก็ยังกระด้างอยู่ เราจำจะต้องหาลงมาผลัดเปลี่ยนเสียใหม่ จึงจะจงรักภักดีต่อเรา นางพระยาก็เห็นด้วย ครั้นรุ่งขึ้นเสด็จออกขุนนางสั่งสมุหนายกมีตราขึ้นไปหาเมืองเหนือเจ็ดเมืองลงมา”

เมื่อถึงเวลาปฏิบัติการ การลอบจู่โจมปลงพระชนม์ขุนวรวงศาธิราช แม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ และนายจันอุปราช รวมถึงพระราชบุตรี เราจึงพบว่าแกนนำผู้ร่วมก่อการกับขุนพิเรนทรเทพในครั้งนั้น ได้แก่ ขุนอินทรเทพเชื้อวงศ์นครศรีธรรมราช หมื่นราชเสน่หา ขุนนางกรุงศรีอยุธยา หลวงศรียศ บ้านลานตากฟ้า เมืองพระบาง (นครสวรรค์) พระยาพิชัยและพระยาสวรรคโลก ในรายชื่อเหล่านี้เป็นขุนนางเมืองเหนือไปแล้วถึง 4 คน (รวมขุนพิเรนทรเทพ)

ผลลัพธ์คือทั้งขุนวรวงศาธิราช แม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ และพระราชบุตรีที่เพิ่งมีพระประสูติกาลอีกพระองค์หนึ่ง สิ้นพระชนม์ในเหตุการณ์คราวนั้น

อาจกล่าวได้ว่า การโค่นล้มขุนวรวงศาธิราชมาจากความพยายามของกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาที่จะลบล้างอำนาจขุนนางในเครือข่ายราชวงศ์สุโขทัย (หัวเมืองเหนือ) แต่การดำเนินการอันล่อแหลมทั้งที่อำนาจบารมียังไม่มากพอ ได้นำภัย “ย้อนเข้าตัว”

เมื่อฝ่ายขุนพิเรนทรเทพก่อการสำเร็จ จึงอัญเชิญพระเทียรราชา พระอนุชาต่างมารดาของสมเด็จพระไชยราชาธิราช ซึ่งขณะนั้นผนวชอยู่ที่วัดราชประดิษฐ์ ให้ลาผนวชมาเสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์อยุธยานาม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสวยราชสมบัติแล้ว ได้ทรงตอบแทนคุณความดีของคณะก่อการ โดยเฉพาะขุนพิเรนทรเทพ ดังพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า

“…แล้วตรัสว่า ขุนพิเรนทรเทพเล่า บิดาเป็นราชวงศ์พระร่วง มารดาไซร้เป็นพระราชวงศ์แห่งสมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้า ขุนพิเรนทรเทพเป็นปฐมคิด เอาเป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า ให้รับพระบัณฑูรครองเมืองพระพิษณุโลก

จึงตรัสเรียกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระสวัสดิราชถวายพระนามพระวิสุทธิกษัตรีเป็นตำแหน่งพระอัครมเหสีเมืองพระพิษณุโลก พระราชทานเครื่องพระราชบริโภคให้ตำแหน่งศักดิ์ฝ่ายทหารพลเรือน เรือชัยพื้นดำพื้นแดงคู่หนึ่ง และเครื่องราชกกุธภัณฑ์ให้สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิเจ้าทรงขึ้นไป…”

จุดสังเกตคือ สิ่งพระราชทานตอบแทนแก่ขุนพิเรนทรเทพนั้น เท่ากับเป็นกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งก็ว่าได้ โดยเฉพาะนามสถาปนา “พระมหาธรรมราชา”ที่กษัตริย์สุโขทัยในอดีตเคยใช้ ได้กลับมาอีกครั้ง หลังถูกยกเลิกไปตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ.1991-2031) ช่วงที่รัฐสุโขทัยถูกผนวก “กลืน” เป็นส่วนหนึ่งของรัฐอยุธยาอย่างสมบูรณ์

การก่อการของขุนพิเรนทรเทพจึงเป็นก้าวสำคัญของ “วงศ์พระร่วง” หรือราชวงศ์สุโขทัย ให้เข้าใกล้สิทธิอำนาจในราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยายิ่งขึ้น และสุกงอมเต็มที่หลังเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 เมื่อสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเสวยราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

ถือเป็นการแทนที่ราชวงศ์สุพรรณภูมิด้วยราชวงศ์สุโขทัยอย่างเบ็ดเสร็จ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. พระมหาธรรมราชาธิราช : อำนาจเดิมที่กลับมาของราชวงศ์สุโขทัย.ศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม พ.ศ. 2546.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ขุนพิเรนทรเทพ” เชื้อวงศ์สุโขทัย โค่นอำนาจขุนวรวงศาฯ กับแม่หยัวศรีสุดาจันทร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...