โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์สมาร์ทโฟนจีน อาจถูกท้าทายวิกฤตศรัทธา? ติดตั้งอัตโนมัติแอปฯให้สินเชื่อ ในยุค AI

The Better

อัพเดต 18 ม.ค. 2568 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 04.30 น. • THE BETTER
ในวันที่โลกก้าวเข้าสู่ 'ยุคเอไอ' ที่พร้อมเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทุกอย่างในโลกออนไลน์ อาจทำให้ ‘ความเป็นส่วนตัว’ กลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความหวงแหนเป็นอย่างมาก

กรณี OPPO แบรนด์สินค้าเทคโนโลยีจีน ถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดตั้งแอปสินเชื่อเงินสดอัตโนมัติในสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจกลายเป็นประเด็นร้อนกระทบทั้งชื่อเสียงและความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ออปโป้ (OPPO) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีจากประเทศจีนได้เข้าสู่ตลาดในไทยเป็นครั้งแรกในปี 2008 หรือ ราว15 ปีก่อน ซึ่งมาพร้อมการนำเสนอวัตกรรมล้ำหน้า ที่ใช้เป็น ‘จุดขาย’ สู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีมากกว่าธุรกิจสมาร์ทโฟน ผ่านการเปิดตัวสินค้าด้วยกลยุทธ์การทำตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทย จนได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่

จากความสำเร็จของแบรนด์ ‘ออปโป’ กว่าทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนได้ชัดจากความตั้งใจในการทำตลาดสมาร์ทโฟน OPPO ทั้งรุ่นและซีรีส์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดที่แตกต่างกัน ทั้งการออกแบบ กล้อง คุณสมบัติพิเศษ และราคา ในฐานะ สมาร์ทโฟนพีเจอร์จัดเต็มระดับกลาง ตามตำแหน่งทางการตลาดที่ได้วางไว้

ทำให้ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมานี้ OPPO ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกที่โดดเด่นในนวัตกรรมและดีไซน์

โดยเฉพาะการให้ความสำคัญเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หริอ เอไอ (AI) OPPO AI ด้วยการพัฒนาชิป AI เช่น MariSilicon X เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพของ AI ในสมาร์ทโฟน ตลอดจนการสร้างประสบการณ์เอไอให้กับผู้ใช้งานในด้านต่างๆ ในแบบส่วนตัวและเหมาะสมกับพฤติกรรมของแต่ละคน ตามนโยบายออปโป้ ระดับโลก ได้ตั้งเป้าผู้ใช้งานเข้าถึง OPPO AI 50 ล้านคนในปลายปี 2024 ที่ผ่านมา

ด้วยการทำตลาดสมาร์ทโฟนในรุ่น OPPO Reno12 Series 5G ทั้ง 3 โมเดล ได้แก่ OPPO Reno12 F 5G, OPPO Reno12 5G และ OPPO Reno12 Pro 5G

ขณะเดียวกับที่ในต้นปี 2025 นี้ ออปโป้ ได้เตรียมแผนจะเปิดตัว OPPO AI Phone รุ่นล่าสุด ในงาน 'OPPO Reno13 Series 5G พร้อมด้วยอุปกรณ์ IoT ในวันที่ 14 มกราคม นี้

ทว่าอีเวนต์ ดังกล่าวได้ถูกแจ้งยกเลิกผ่านตัวแทนฝ่ายประชาสัมพันธ์ ได้ชี้แจงผ่านสื่อเพื่อเลื่อนการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสินค้าแบบกระทันหันก่อนงานเริ่มเพียง 15 นาทีในวันเดียวกัน จากกรณีต่อเนื่องหลังมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนออปโป และ เรียลมี (Realme) หนึ่งในแบรนด์ลูกของ Oppo ได้พบแอปพลิเคชั่นสินเชื่อความสุข Fineasy ให้บริการเงินสดอัตโนมัติ ติดตั้งอยู่ในเครื่องของตนเอง มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

และในวันเดียวกันดังกล่าว OPPO ได้ทำหนังสือชี้แจงพร้อมยุติติดตั้งแอปฯ ล่วงหน้าของแอปฯ สินเชื่อของบุคคลที่สาม (Third Party Application) ทั้งหมดในอุปกรณ์ของ OPPO พร้อมแจงไทม์ไลน์การทำงารร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ดำเนินการทันทีดังนี้

  • ในช่วงเย็นวันที่ 13 มกราคม 2568 แอปพลิเคชัน Fineasy ได้ออกประกาศภายในแอปฯ เพื่อระงับการให้บริการแล้วเป็นที่เรียบร้อย
  • ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2568 เป็นต้นไป โทรศัพท์ใหม่ที่ยังไม่ได้แก้ไขปัญหาการติดตั้งแอป Fineasy ล่วงหน้าจะไม่ถูกจำหน่ายอีกต่อไป
  • ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนจะได้รับการอัปเดต OTA (Over-the-Air) ซึ่งเป็นเวอร์ชันระบบใหม่ที่ไม่มีการติดตั้งแอปฯ Fineasy อีกต่อไป
  • ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมเป็นต้นไป จะหยุดการติดตั้งแอปฯ ล่วงหน้าของแอปฯ สินเชื่อของบุคคลที่สามทั้งหมดในอุปกรณ์ของ OPPO

อย่างไรก็ตาม ต่อกรณีที่เกิดขึ้น กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ได้ออกมาระบุว่า เคสดังกล่าวเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในกรณี OPPO และ Realme ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ ได้ติดตั้งแอปฯสินเชื่อได้สร้างความเสียหายให้กับผู้บริโภคจำนวนมาก และนำไปสู่การที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เรียกบริษัทสมาร์ทโฟนทั้ง 2 แบรนด์ไปชี้แจง

ด้วยประเด็นที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หากมองในมุมของการตลาดแล้วยังอาจส่งผลกระทบต่อแบรนด์สินค้าดังกล่าว ทั้งด้านการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานผ่านการติดตั้งแอปฯ สินเชื่อโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้

รวมถึงความไม่โปร่งใส หากแอปฯมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หมายเลขโทรศัพท์ รายชื่อผู้ติดต่อ หรือประวัติการใช้งาน ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยข้อมูล

และสุดท้าย ภาพลักษณ์แบรนด์ OPPO อาจถูกมองว่าให้ความสำคัญกับผลประโยชน์เชิงพาณิชย์มากกว่าความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นแบรนด์ให้ลดลง จากเดิมที่ผู้บริโภคไว้วางใจในแบรนด์และอาจลังเลที่จะซื้อสินค้าของ OPPO ต่อไปในอนาคต

สุดท้าย หากไม่มีการจัดการปัญหานี้ได้อย่างเหมาะสมต่อกระแสสังคมที่ตั้งคำถามถึงเจตนาการติดตั้งแอปฯ ในเครื่องสมาร์ทโฟนในครั้งนี้ ได้แบบหมดข้อกังขาแล้ว ก็อาจสร้างความไม่สบายใจที่มีต่อสินค้าเทคโนโลยีแบรนด์จากจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยกับผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่ห่วงแหนความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

และมีข้อสงสัยถึงความโปร่งใสของผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาใน 'ยุคเอไอ' ที่พร้อมเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทุกอย่างในโลกออนไลน์ ด้วยเช่นกัน

ล่าสุดในวันนี้ (17 ม.ค.) คณะผู้บริหารออปโป้ ประเทศไทย นำโดย 'ชานนท์ จิรายุกุล' ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย ได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจในเหตุการที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่ามีการติดตั้งแอปสินเชื่อล่วงหน้า โดย ออปโป้ ได้ดำเนินการเร่งด่วนพร้อมร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลให้มีมาตรการ กรณี แอป Fineasy ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. และยุติการติดตั้งทั้งหมดในโทรศัพท์มือถือ รวมถึงยุติการติดตั้งแอปสินเชื่ออื่นลงในเครื่องและตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา พร้อมส่ง OTA ให้ลูกค้าเพื่อลบแอปได้เองแล้ว

ขณะที่การดำเนินการด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ข้อมูลของลูกค้าที่อยู่บนคลาวด์ได้ถูกลบไปแล้ว ส่วนข้อมูลในเครื่องลูกค้าสามารถลบได้ทันที เนื่องจากผู้พัฒนาแอปคือบุคคลที่สาม ออปโป้จึงไม่ได้เก็บข้อมูลของลูกค้าไว้ ออปโป้ยืนยันที่จะไม่ติดตั้งแอปล่วงหน้าอีกต่อไป

สำหรับมาตรการช่วยเลือผู้ได้รับผลกระทบ ออปโป้ ขอให้สัญญาที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางกฎหมายโดยได้ดำเนินการเปิดสายด่วนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1800 019097

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...