โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ เวทีราชดำเนิน ก้าวสู่ปีที่ 80 ตำนานวิกแอร์ บ้านของมวยไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 08.39 น.

เปิดประวัติ เวทีราชดำเนิน เวทีมวยมาตรฐานแห่งแรกของไทย กับการก้าวสู่ปีที่ 80 ของตำนาน ‘วิกแอร์’ ที่อยู่คู่ย่านราชดำเนิน

‘มวยไทย’ ศิลปะการต่อสู้ที่มีอายุนับร้อยปี จากในอดีตที่ใช้เพื่อการต่อสู้ป้องกันตัว สู่กีฬาการแข่งขันและการออกอาวุธ ‘หมัด เท้า เข่า ศอก’ จนกลายเป็นที่รู้จักของคนไทย และชาวต่างชาติ

และหากพูดถึงบ้านของมวยไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก “เวทีราชดำเนิน” สนามมวยมาตรฐานแห่งแรกของประเทศไทย ที่อยู่คู่ราชดำเนินมานาน และกำลังก้าวสู่ปีที่ 80 แล้ว

“ประชาชาติธุรกิจ” พาไปย้อนดูความยิ่งใหญ่ของเวทีมวยระดับตำนานแห่งนี้

จุดเริ่มต้น เวทีราชดำเนิน

จุดกำเนิดของเวทีราชดำเนิน เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2484 ในช่วงรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งต้องการยกระดับ ‘มวยไทย’ ให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ไม่ใช่แค่การละเล่นพื้นบ้าน ขณะเดียวกันมีการเวนคืนพื้นที่ย่านราชดำเนิน เพื่อนำมาสร้างเป็นอาคารสำนักงานของหน่วยงานรัฐ โดยสนามมวยดังกล่าว ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก บริเวณมุมถนนพะเนียง ตรงข้ามกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

แต่การก่อสร้างสนามมวย ต้องล่าช้าไป เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง และโครงการก่อสร้างต้องหยุดชะงักไป จนกระทั่งปี 2488 ได้กลับมาปัดฝุ่นโครงการดังกล่าว และกลับมาก่อสร้างต่อจนเสร็จสิ้น เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2488

โดยมีนายสนามคนแรก คือ นายปราโมทย์ พึ่งสุนทร และดำรงตำแหน่งนี้จนกระทั่งเกษียณอายุจากตำแหน่งสุดท้ายในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อปี 2490 จากนั้น นายปราโมทย์ อิศรางกูร เข้ามารับตำแหน่งแทนนายปราโมทย์ เป็นเวลา 2 ปี และนายเฉลิม เชี่ยวสกุล เข้ามารับตำแหน่งต่อ

ปัจจุบัน นายสนามมวย เวทีราชดำเนิน คือ จิต เชี่ยวสกุล นายสนามมวยคนที่ 13 และเป็นทายาทตระกูล “เชี่ยวสกุล” รุ่น 3

และนับจากนั้นเป็นต้นมา เวทีราชดำเนิน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างหลังคาโดมคอนกรีต ป้องกันแดด ลม ฝน การติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งนำมาสู่ชื่อเล่นที่สื่อมวลชนเรียกกันว่า “วิกแอร์”

บ้านของตำนานนักมวยไทย

เวทีราชดำเนิน เป็นเวทีระดับประเทศ ที่สร้างนักมวยไทยโลดแล่นในอาชีพนักมวย เป็นเวทีให้กับนักมวยจากทั่วทุกสารทิศได้พิสูจน์ฝีมือการออกอาวุธมวยไทย จนถึงคว้าแชมป์และเป็นตำนานหน้าหนึ่งของมวยไทย เช่น โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย, เวนิส บ.ข.ส., พเยาว์ พูนธรัตน์, เขาทราย แกแล็คซี่, รัตนพล ส.วรพิน

ขณะเดียวกัน เวทีนี้ ยังได้รับการตอบรับจากคนไทย เข้ามาชมการแข่งขันมวยอย่างไม่ขาดสาย และถือว่ายุคนี้ เป็นช่วงเวลาทองของวงการมวยไทยไม่ผิดนัก

โควิด | เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เวลาผ่านไป ในภาพหนึ่ง เวทีราชดำเนิน ยังคงเป็นเวทีที่คนไทย คอมวยไทย เข้ามาชมการแข่งขันต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน วงการมวยไทย เจอสารพัดปัญหา ทั้งการพนัน การล้มมวย จนทำให้ความนิยมในมวยไทย เริ่มเสื่อมลงมาเรื่อย ๆ

แต่เหตุการณ์ที่กระทบต่อวงการมวยไทยมากที่สุด คือ การระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปี 2563 ที่กระทบในทุกธุรกิจ รวมถึงสนามมวยไทย และเวทีราชดำเนิน ที่ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ จนทำให้หลายคนที่ทำงานในวงการมวยไทย ไม่ว่าจะเป็นนักมวย โปรโมเตอร์ ค่ายมวย ต้องจำใจลาเส้นทางแข่งขันมวยไทยไป

และการเปลี่ยนแปลงใหญ่ก็เกิดขึ้น เมื่อ GSV หรือบริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด บริษัทในเครือ Plan-B Media ผู้นำด้านสื่อ Out of Home ถือหุ้นของบริษัท เวทีราชดำเนิน จำกัด และร่วมกำหนดทิศทางและบริหารเวทีราชดำเนินให้เป็นศูนย์กลางมวยไทยของโลก (Global Hub of Muaythai)

ภาพลักษณ์ใหม่ของเวทีราชดำเนิน มีเป้าหมายต้องการสื่อสารความคลาสสิกด้วยภาษาดีไซน์ที่สากล ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น เวทีราชดำเนินได้เคลื่อนไหวผ่านการปรับเปลี่ยนโลโก้ โดยร่วมมือกับบริษัทดีไซน์สัญชาติไทยอย่าง Farmgroup เป็นผู้ออกแบบโลโก้ให้ในครั้งนี้

เวทีราชดำเนินถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรม Art Deco ในยุคสมัยศิลปะเดียวกับอาคารไปรษณีย์กลาง อาคารที่เป็นเอกลักษณ์และควรค่าในการอนุรักษ์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ในครั้งนี้นั้น ถูกทำขึ้นภายใต้ความตั้งใจที่จะสื่อสารความคลาสสิกของงานออกแบบดั้งเดิม ผ่านภาษาดีไซน์ที่ทันสมัยมากขึ้น

ดีไซน์ของคำว่า “เวทีราชดำเนิน” ที่เห็นใช้ในอดีตนั้น ถูกนำมาปรับเล็กน้อยเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ชัดเจนลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยเส้นสายและสไตล์ของตัวอักษรภาษาไทยนี้ ก็ได้ถูกนำไปต่อยอดเป็นชุดของฟอนต์ที่ใช้ในภาษาอังกฤษเช่นกัน

หากสังเกตจะพบว่า “วงกลม” เป็นรูปทรงที่แสดงชัดออกมาในคำของทั้งสองภาษา ประจวบเหมาะกับความพิเศษอีกอย่างของเวทีมวยราชดำเนินก็คือ ที่นี่เป็นเวทีเดียวที่มีอัฒจันทร์คนดูเป็นวงกลมมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ทำให้ทั้งในแง่ของการออกแบบภาพลักษณ์ และสถาปัตยกรรมวงกลม จึงกลายเป็นส่วนประกอบและเอกลักษณ์ที่สำคัญ ที่แสดงถึงความเป็นเวทีราชดำเนิน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เปิดพื้นที่ มวยไทยยุคใหม่

การเข้ามาของ GSV โดยการนำทัพของ “แบงค์-เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์” ทำให้เวทีราชดำเนิน ซึ่งเป็นเสาหลักของวงการมวยไทยมาอย่างยาวนาน มีความทันสมัย และมีชีวิตชีวามากขึ้น ตั้งแต่การปรับโฉมสนามทั้งภายใน และภายนอก การพัฒนาวงการมวยไทยทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่สนาม จนถึงการแข่งขัน

รวมถึงการเปิดรายการแข่งขันกีฬา ‘RWS ราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์’ รายการระดับเรือธงของเวทีราชดำเนิน ที่มีทั้งการลงทุนสนาม โปรดักชั่น การถ่ายทอดสด พร้อมกับนักมวยทั้งไทยและต่างชาติที่มาลงสังเวียนดวลอาวุธอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยกติกา การแข่งขันที่ดุเดือด และเปิดเผย

โดย RWS ราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์ ได้พาร์ตเนอร์คนสำคัญเข้ามาร่วมถ่ายทอดสดการแข่งขันสู่สายตาคนไทย โดย ช่องเวิร์คพอยท์ 23 และถ่ายทอดสู่สายตาคนทั่วโลก ผ่าน DAZN (ดะ-โซน) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ ถ่ายทอดสดไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

รวมถึง การเฟ้นหานักมวยหน้าใหม่ทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อเข้ามาแข่งขันที่เวทีราชดำเนิน ผ่านการแข่งขันที่มีชื่อว่า “Road to Rajadamnern (โรด ทู ราชดำเนิน)” โดยเป็นการร่วมมือกับโปรโมเตอร์ทั่วโลก

ดึงเทคโนโลยี เพิ่มอรรถรส

วันที่ 21 ธันวาคม 2567 เวทีราชดำเนิน ถือโอกาสก้าวสู่ปีที่ 80 จัดการแข่งขันมวยนัดพิเศษ ‘RWS presents RAJADAMNERN 80’ พร้อมทั้งเปิดศักราชใหม่ของการรับชมมวยไทย ด้วยการเปิดตัว ‘Immersive Muay Thai’ กราฟิกบนหลังคาโดมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งใช้งบลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท พร้อมทั้งได้ทีมงานจากประเทศแคนาดา ร่วมพัฒนาระบบภาพ แสง และเสียง

Immersive Muay Thai เป็นการเปลี่ยนโฉมโดมคอนกรีตขนาดยักษ์ ช่วยสร้างประสบการณ์เสมือนจริง เพิ่มลูกเล่นอรรถรสในการรับชมมวยไทย และเสริมการเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่ปี่มวยช่วงเปิดการแข่งขัน จนถึงระหว่างการชก

วางเป้าผู้ชม 1 ล้านคนปี 2569

เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ที่ GSV เข้ามาบริหารเมื่อต้นปี 2565 เวทีราชดำเนินมียอดผู้เข้าชมเติบโตขึ้นมาก โดยในปี 2565 มีจำนวนผู้เข้าชมประมาณ 29,000 คน ปี 2566 มีจำนวนผู้เข้าชม 129,000 คน และในปี 2567 คาดว่ารวมทั้งปีจะมีผู้ชมมากกว่า 300,000 คน โดย 80% ของผู้เข้าชมเป็นชาวต่างชาติ และถือเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์สนามมวยในกรุงเทพฯ ที่มีการจัดการแข่งขัน 7 วันต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 361 วันต่อปี

เมื่อเจาะลึกลงไปพบว่า 45% ของผู้เข้าชมเป็นกลุ่มหนุ่ม-สาวที่มารับชมเพื่อความบันเทิงและออกเดต 30% เป็นกลุ่มเพื่อน และอีกประมาณ 8% เป็นกลุ่มครอบครัวที่มาพร้อมกับเด็ก ๆ

“เป็นภาพประทับใจและมีความหมายต่อเรามาก เราสามารถทรานส์ฟอร์มให้เวทีมวยเป็นพื้นที่ของคนทุกเพศทุกวัย” เขาบอกพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข “สมัยก่อนผมชวนเพื่อนมาดูมวย เพื่อนยังไม่กล้ามาเลย ตอนนี้มีเด็ก ๆ เริ่มเข้ามาแล้ว”

อ่านบทสัมภาษณ์ : 80 ปี เวทีราชดำเนิน ก้าวต่อไป…ยกระดับอุตสาหกรรมมวยไทยแสนล้าน

ข้อมูลจาก เวทีราชดำเนิน, มติชน (‘แพลนบี’ รุกตลาดมวยไทยกระโจนเข้าถือหุ้นเวที ‘ราชดำเนิน’, ‘เวทีมวยราชดำเนิน’ เปลี่ยนโลโก้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่วงการกีฬามวยไทย)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ เวทีราชดำเนิน ก้าวสู่ปีที่ 80 ตำนานวิกแอร์ บ้านของมวยไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...