โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTC ตั้งเป้ายอดเปิดบัตรเครดิตใหม่ปีนี้ 2.5 แสนใบ หนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 10% แตะ 3 แสนลบ.

efinanceThai

เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 05.18 น.

KTC ตั้งเป้ายอดเปิดบัตรเครดิตใหม่ปีนี้ 2.5 แสนใบ หนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 10% แตะ 3 แสนลบ.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ม.ค. 68 12:18 น.

KTC เผยปี 68 ตั้งเป้ายอดเปิดบัตรเครดิตใหม่ 250,000 ใบ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 10% หรือ 30,000 ล้านบาท รุก Digital Transformation ลดต้นทุน- รองรับการเติบโต จ่อนำระบบประเมินคุณภาพสินเชื่อมาใช้ หวังเจาะลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยเข้าถึง

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ในปี 68 บริษัทตั้งเป้ายอดเปิดบัตรใหม่ (บัตรเครดิต) รวมทั้งสิ้น 250,000 ใบ และยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 10% หรือ 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 290,000 ล้านบาท

โดยกลยุทธ์สำคัญของบริษัท คือ Building a Sustainable Future Through Digital Transformation เพื่อวางรากฐานโครงสร้างการทำงานไอทีกับบุคลากร เสริมกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ

เชื่อว่าหากมีเทคโนโลยี คนที่พร้อม ในการเข้าหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ จะทำได้รวดเร็ว แม่นยำมากขึ้น เช่น การสมัครผลิตภัณฑ์ KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ มีกลุ่มลูกค้ามากที่ไม่อยากเดินไปสาขา ไม่อยากคุยกับคน เมื่อทำได้ตัวเอง ก็ทำได้เร็ว กระบวนการก็รวดเร็ว ลูกค้าได้รับรู้ผลอัตโนมัติได้เลย และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้ทันที โดยปีนี้จะมีการทดลองประเมินคุณภาพสินเชื่อ หากมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะทำให้เจาะลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยเข้าถึงได้มาก่อนนางพิทยา กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างการทำงาน (Digital Transformation) จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ รองรับการเติบโตของบริษัท

ส่วนมาตรการ easy-e receipt และการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุนั้น ประเมินว่า จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในปีนี้กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวมากนัก เป็นผลพวงจากเศรษฐกิจที่เพิ่งเริ่มทยอยฟื้นตัว

นางวิไลวรรณ นพรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ KTC กล่าวว่า โรดแมปด้านไอทีสำหรับปี 68-69 ในการยกระดับศักยภาพบุคลากรและระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องของระบบ Core Payment Platform เพื่อนำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับเวิลด์คลาสล่าสุดมาใช้แบบ Total Solutions ในการเสริมสร้างความสามารถด้านการจัดการข้อมูล รวมถึงช่วยในการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วและปลอดภัยสูง รองรับการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่สมาชิกและพันธมิตรทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับการเติบโตของเคทีซีในอนาคต

ทั้งนี้ องค์ประกอบที่จะช่วยผลักดันให้บริษัทก้าวสู่องค์กรดิจิทัลอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ยังมีอีก 3 เรื่องสำคัญ คือ

1.สร้างบุคลากรให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยให้ความสำคัญในการสร้าง Citizen Developers เพื่อให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและปรับปรุงระบบงาน โดยใช้เครื่องมือ Low-Code มาปรับใช้ เพื่อช่วยให้บุคลากรในองค์กรปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างง่ายด้านและรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเรียนรู้และฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

2.รวมทีมงานที่เชี่ยวชาญสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์สมาชิก หรือ การสร้าง Fusion Team ซึ่งเป็นทีมงานที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสายงานมาทำงานร่วมกัน สร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับสมาชิก รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3.ยกระดับประสบการสมาชิกด้วย AI-Powered technology โดยยุคดิจิทัลที่มีการแข่งขันส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจในการเปลี่ยนถ่ายระบบสารสนเทศที่ใช้อยู่เดิม บริษัทจึงได้นำระบบดังกล่าว คือ โซลูชั่นที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการทำงานต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การทำนายผลลัพธ์ การตัดสินใจอัตโนมัติ และการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน เป็นต้น

รายงาน โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...