กำไรภาคอุตสาหกรรมจีน ร่วง 4 เดือนติดกัน ภาคเหมืองกระทบหนัก เซ่นพิษเงินฝืด
กำไรภาคอุตสาหกรรมจีน ร่วงลง 4 เดือนติดต่อกัน ภาคการทำเหมือง กำไรร่วงลงหนัก ท่ามกลางภาวะเงินฝืด ชี้มาตรการรัฐบาลช่วยได้บ้าง แต่ไม่มากนัก
วันที่ 27 ธันวาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า กำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนลดลง 7.3% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับการลดลงมากถึง 10% ในเดือนต.ค. และ 27.1% ในเดือนก.ย. ซึ่งถือเป็นการลดลงแตะระดับต่ำที่สุด นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2563
นายซวน เต็กคิน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ UOB กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า กำไรที่ลดลงนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงสภาวะเงินฝืดของจีนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นายซวนมีมุมมองเชิงบวก โดยระบุว่า สิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเศรษฐกิจจีนได้ผ่านพ้นไปแล้ว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินการอยู่ได้ช่วยให้สถานการณ์มีเสถียรภาพที่ดีขึ้น แม้ว่าจะไม่สามารถช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญก็ตาม
กำไรภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของโรงงาน สาธารณูปโภค และภาคการทำเหมืองของจีน นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงผลกระทบของความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน
ในช่วงเดือนม.ค.ถึงเดือนพ.ย. กำไรภาคอุตสาหกรรมลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งย่ำแย่กว่าการลดลง 4.3% ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567
บริษัทอุตสาหกรรมของจีนที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงบริษัทจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน มีกำไรลดลง 0.8% ระหว่างเดือนม.ค.ถึงพ.ย. เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน ผลงานในแต่ละภาคส่วนก็แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรในภาคอุตสาหกรรมการทำเหมือง ลดลง 13.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่กำไรภาคการผลิตลดลง 4.6% อย่างไรก็ตาม กำไรในภาคสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและปรับนโยบายเศรษฐกิจ แต่ความท้าทายต่าง ๆ ยังคงมีอยู่ เช่น ภาวะเงินฝืด อุปสงค์ของผู้บริโภคที่ลดลง และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาเป็นเวลานาน นอกจากนี้แล้ว อัตราเงินเฟ้อจีนก็ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนในเดือนพ.ย. และข้อมูลการค้า รวมถึงการส่งออกและนำเข้าก็ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
อ้างอิง : cnbc.com