“กัมพูชา” ลุยปิดคาสิโนโยงแก๊งสแกมเมอร์ ยึดหลักฐาน ตัดไฟ-น้ำ สกัดกลับมาก่ออาชญากรรม
"กัมพูชา" ลุยปิดคาสิโนโยงแก๊งสแกมเมอร์ เพิกถอนใบอนุญาต ตัดสาธารณูปโภค และยึดอุปกรณ์เทคโนโลยี สกัดกลับมาก่ออาชญากรรม
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.04 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า กัมพูชาเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการสั่งปิดผนึกคาสิโนและสถานที่ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับศูนย์หลอกลวงออนไลน์ พร้อมยึดพยานหลักฐานจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการเหล่านี้กลับมาเปิดดำเนินการอีก
Chhay Sinarith รัฐมนตรีอาวุโสซึ่งกำกับดูแลคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมสแกมออนไลน์ของกัมพูชา เปิดเผยกับ Nikkei Asia ว่า ทางการได้เพิกถอนใบอนุญาตคาสิโนที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง ตัดสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าและน้ำ ประปา ควบคุมตัวแรงงาน และยึดอุปกรณ์เทคโนโลยีรวมถึงเงินจากสถานที่ต้องสงสัย
เขาระบุว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมด รวบรวมพยานหลักฐาน และปิดผนึกสถานที่ไม่ให้มีการเข้าออก เพื่อสกัดไม่ให้กลุ่มอาชญากรกลับมาดำเนินกิจกรรมซ้ำ
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กัมพูชาถูกกดดันจากนานาชาติให้เร่งแก้ไขปัญหาแก๊งสแกม ซึ่งหลอกลวงผู้คนทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี และมีการค้ามนุษย์นำแรงงานนับพันคนเข้าสู่คอมเพล็กซ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมากองทัพไทย ถึงขั้นส่งเครื่องบินขับไล่โจมตีเป้าหมายที่เชื่อว่าเป็นศูนย์สแกมในฝั่งกัมพูชา ระหว่างการปะทะตามแนวชายแดน
เมื่อเดือนที่แล้ว กัมพูชายังได้ส่งตัว Chen Zhi ผู้บริหารเครือ Prince Group ไปยังจีน หลังถูกกล่าวหาพัวพันอาชญากรรมข้ามชาติ
ซินาริธระบุด้วยว่า มีคำสั่งใหม่ให้ลงโทษเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่รู้เห็นเป็นใจให้ชาวต่างชาติซึ่งกระทำผิดกฎหมายพักอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคดีฉ้อโกงหรืออยู่เกินวีซ่า โดยอาจถูกปรับตามกฎหมาย
รัฐบาลยังดำเนินการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ข้อมูลรั่วเกี่ยวกับการบุกจับกุม รวมถึงการลดตำแหน่งและลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่หลายรายที่เอื้อประโยชน์ให้ขบวนการผิดกฎหมาย
คณะกรรมการปราบปรามสแกมออนไลน์ ซึ่งก่อตั้งเมื่อกุมภาพันธ์ 2568 มุ่งเป้าไปที่ตัวการใหญ่ และเครือข่ายหลักของอุตสาหกรรมสแกม โดยยอมให้แรงงานระดับล่างบางส่วนเดินทางกลับประเทศหรือถูกเนรเทศ แทนการดำเนินคดีทั้งหมด
อย่างไรก็ดีซินาริธมองว่า แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่รู้ดีตั้งแต่ต้นว่าถูกชักชวนมาทำงานเกี่ยวกับการหลอกลวง เนื่องจากปัญหานี้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างแล้ว
ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ามนุษย์อย่างMark Taylor อดีตผู้อำนวยการโครงการต่อต้านการค้ามนุษย์ของ USAID ในกัมพูชา เตือนว่า มาตรฐานสากลด้านมนุษยธรรมต้องคำนึงถึงความยินยอมของเหยื่อก่อนการส่งกลับประเทศ และตั้งข้อสงสัยว่าตำรวจสามารถคัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์ได้ครบถ้วนจริงหรือไม่ ภายใต้การกวาดล้างครั้งใหญ่ในปัจจุบัน
กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.–4 ก.พ. มีการส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศแล้ว 845 คน ไปยัง 14 ประเทศ และอีก 596 คนอยู่ระหว่างกระบวนการส่งกลับ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ประมาณ 90% ของผู้ถูกควบคุมตัวเป็นเหยื่อ มากกว่าผู้ร่วมขบวนการโดยสมัครใจ
ขณะเดียวกันCambodia Commercial Gambling Management Commission ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 มีคาสิโนอย่างน้อย 11 แห่งถูกระงับใบอนุญาตจากการเกี่ยวข้องกับสแกม และอีก 24 แห่งขอพักหรือชะลอใบอนุญาตด้วยตนเอง พร้อมเตรียมพิจารณามาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นในระยะต่อไป
อ้างอิง : asia.nikkei.com