โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สบอ.11 พิษณุโลก ร่วมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า 14 กลุ่มป่า ย้ำทำงานเชิงรุก ไร้รอยต่อ ลดจุดความร้อน 65%

สยามรัฐ

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 01.57 น.

สบอ.11 (พิษณุโลก) ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควัน 14 กลุ่มป่า ผ่าน Video Conference โดย “สุชาติ ชมกลิ่น” กำชับทำงานเชิงรุก ไร้รอยต่อ ตั้ง War Room 24 ชม. พร้อมคุมเข้มกฎหมาย หลังจุดความร้อนลดลง 65%

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 นายปราปต์ เหมะสุทธินันท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พร้อมด้วย ผู้อำนวยการส่วน หัวหน้ากลุ่มงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องประชุม 2 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการประชุม เพื่อติดตามการดำเนินงานและวางแนวทางแก้ไขในปัญหาไฟป่า และหมอกควัน

ที่ประชุม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้บรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่าในปัจจุบัน และรายงานสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่กลุ่มป่าที่มีความรุนแรง เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและวางแผนการปฏิบัติการควบคุมไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาสนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทส. ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเสียสละ โดยในปีนี้ได้ปรับแนวทางการทำงานให้เน้นการป้องกันเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จากการดำเนินงานร่วมกันที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์มีสัญญาณที่ดี โดยจุดความร้อนลดลงร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทส. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานภายใต้หลัก “รวดเร็ว ตรงเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยเน้นย้ำ 4 แนวทางสำคัญ ในการดำเนินงานในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ได้แก่

1. ขับเคลื่อนโมเดล “14 กลุ่มป่า” ทำงานแบบไร้รอยต่อ โดยให้บริหารจัดการไฟป่าโดยไม่ยึดติดเส้นเขตความรับผิดชอบ เชื่อมการทำงานระหว่างป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เกษตรให้เป็นพื้นที่เดียวกันในการจัดการ พร้อมปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและแผนปฏิบัติการของทั้ง 14 กลุ่มป่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลางการบูรณาการในพื้นที่

2. ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ โดยให้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวน จุดตรวจ และจุดสกัดตามยุทธการ “ตรึงพื้นที่” พร้อมสื่อสารเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการรณรงค์แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อลดการเผาซ้ำซาก

3. ปฏิบัติการทางอากาศ เข้าถึงเร็ว ดับให้ไว โดยเมื่อเกิดไฟต้องเข้าถึงพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ขยายวง โดยขอให้สนับสนุนอากาศยานและเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่วิกฤตตามความจำเป็น พร้อมทั้งจัดหาโดรนที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เพื่อเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ยึดหลัก “เข้าถึงเร็ว ดับให้ไว คุมไม่ให้ลุกลาม” พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสำคัญ

4. War Room 24 ชั่วโมง ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยให้เดินหน้าศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดับกับจังหวัด และบูรณาการการทำงานกับฝ่ายปกครอง ทหาร และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่จงใจเผาป่าโดยไม่มีข้อยกเว้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...