โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา หญิงสู้ 5 ปี ทวงเงินบำนาญ จากประกันสังคม หลังได้แค่ครึ่งเดียว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 05.32 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 05.07 น.

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา หญิงสู้ 5 ปี ทวงเงินบำนาญ จากประกันสังคม หลังได้แค่ครึ่งเดียว
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Ultraman Prasopsuk” โพสต์เรื่องราวของหญิงรายหนึ่ง ที่ส่งประกันสังคมมาทั้งชีวิต สุดท้ายเกือบได้บำนาญแค่ครึ่งเดียว ต้องฟ้องศาลต่อสู้มาถึง 5 ปี โดยระบุข้อความว่า

ส่งประกันสังคมทั้งชีวิต แต่เกือบได้บำนาญครึ่งเดียว ถ้าไม่สู้ศาล 5 ปี คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 นาง ณ. (โจทก์) สำนักงานประกันสังคม (จำเลย)

เรื่องจริงจากคดีศาลแรงงาน ที่คนทำงานทุกคนควรรู้

นาง ณ.ทำงานเป็นลูกจ้างโรงแรม และส่งเงินประกันสังคมมาตลอดชีวิตการทำงาน เธอส่งเงินสมทบไปแล้ว 181 เดือน อายุเกิน 55 ปี และออกจากงานในเดือนธันวาคม 2556 ตามกฎหมาย เธอมีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพตั้งแต่เดือนมกราคม 2557

ก่อนออกจากงาน เธอไปสอบถามที่สำนักงานประกันสังคม เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำว่า ถ้ายังไม่รีบรับบำนาญ ให้สมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 แล้วส่งเงินสมทบต่ออีก 60 เดือน เงินบำนาญจะเพิ่มขึ้น เธอเชื่อคำแนะนำ และทำตามนั้น

เธอจึงสมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 และส่งเงินสมทบต่ออีก 5 ปีเต็ม (60 เดือน) เมื่อครบระยะเวลา เธอจึงยื่นขอรับเงินบำนาญชราภาพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่า เธอจะได้รับเงินบำนาญเพียง 1,320 บาทต่อเดือน

ตัวเลขนี้ผิดปกติทันที เพราะค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของเธอ อยู่ที่ 13,222 บาท ตามกฎหมาย เงินบำนาญต้องคิด 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย เท่ากับว่าเธอควรได้รับประมาณ 2,644 บาทต่อเดือน และเมื่อรวมเงินเพิ่มจากการส่งสมทบอีก 5 ปี บำนาญควรเพิ่มเป็นประมาณ 3,636 บาทต่อเดือน

แต่สำนักงานประกันสังคมกลับตีความว่า การคำนวณต้องใช้ฐาน (4,800) ของผู้ประกันตนมาตรา 39 ทำให้เงินบำนาญของเธอ ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง จากที่ควรได้ประมาณ 3,600 บาท เหลือเพียงประมาณ 1,300 บาท

เธอจึงยื่นอุทธรณ์ แต่คณะกรรมการอุทธรณ์ของประกันสังคมก็ยกอุทธรณ์ เธอจึงต้องตัดสินใจ ฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน คดีนี้ต้องผ่านถึงศาลแรงงานภาค 1, ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และศาลฎีกา ใช้เวลารวมกว่า 5 ปี

ศาลวินิจฉัยว่า สิทธิรับบำนาญของเธอ เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2557 เพราะเธอ อายุเกิน 55 ปี ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ครบทุกเงื่อนไขตามกฎหมาย การที่เธอกลับไปเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ไม่ได้ทำให้สิทธิบำนาญเดิมหายไป แต่เป็นเพียงการเพิ่มอัตราบำนาญในอนาคตเท่านั้น

ศาลจึงสั่งว่า เธอมีสิทธิได้รับบำนาญ เดือนละ 2,644 บาท ตั้งแต่ ม.ค. 2557 และเมื่อส่งเงินสมทบเพิ่มครบ 60 เดือน บำนาญต้องเพิ่มเป็น 3,636.05 บาทต่อเดือน ศาลจึงเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ประกันสังคม และสั่งให้จ่ายเงินบำนาญใหม่ตามสิทธิที่แท้จริงของเธอ

ลองคิดดูถ้าเธอไม่สู้คดี เธออาจต้องรับเงินบำนาญเพียง 1,320 บาทต่อเดือนตลอดชีวิตหลังเกษียณ คดีนี้จึงเป็นตัวอย่างสำคัญมาก เพราะมันสะท้อนว่า การตีความกฎหมายของหน่วยงานรัฐอาจทำให้ประชาชนเสียสิทธิได้ ผู้ประกันตนจำนวนมากอาจไม่รู้สิทธิของตัวเอง และบางครั้งการได้ความเป็นธรรมต้องใช้เวลากว่า 5 ปี และผ่าน 3 ศาล

เงินบำนาญไม่ใช่เงินช่วยเหลือจากรัฐ แต่มันคือเงินที่ผู้ประกันตนส่งสมทบมาตลอดชีวิตการทำงาน คำถามสำคัญคือ ยังมีผู้ประกันตนอีกกี่คนที่อาจกำลังได้รับบำนาญน้อยกว่าที่ควรได้ เพียงเพราะไม่รู้สิทธิของตัวเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา หญิงสู้ 5 ปี ทวงเงินบำนาญ จากประกันสังคม หลังได้แค่ครึ่งเดียว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...