โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ชี้ ฝีดาษวานร ติดจากสัมผัสใกล้ชิด พบเร็วอาการไม่รุนแรง รักษาได้ แนะแนวทางป้องกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 05.50 น.

แพทย์ชี้ ฝีดาษวานร ติดจากสัมผัสใกล้ชิด พบเร็วอาการไม่รุนแรง รักษาได้ แนะแนวทางป้องกัน

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมควบคุมโรค สธ.ได้รับรายงานกรณีผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) เสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 44 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรค อาทิ ติดเชื้อเอชไอวี ร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส และขาดการรักษาต่อเนื่อง ทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง ส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากกว่าปกติ โดยกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคทันที เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม

“โรคฝีดาษลิง (Mpox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คน และคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของผู้ติดเชื้อ อาการเด่นคือไข้ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และผื่นตุ่มหนองตามร่างกาย โดยส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่สามารถรุนแรงได้ในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่อาการเริ่มแรกที่มีไข้ แต่ระยะออกผื่นมักจะเป็นช่วงที่สามารถแพร่เชื้อได้มาก การป้องกันคือเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ สำหรับอาการ มีระยะฟักตัว 5-21 วัน (ส่วนใหญ่ 10-14 วัน) เริ่มจากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต ตามด้วยผื่นลักษณะของผื่นจะพัฒนาไปตามระยะดังต่อไปนี้ แรกเริ่มเป็นผื่นนูนแดง ต่อมาเป็นตุ่มน้ำใส ตามมาด้วยตุ่มหนอง และสะเก็ดในช่วงท้าย โดยผื่นมักพบบริเวณหน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แต่ยังสามารถพบผื่นได้ที่บริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ช่องปาก อวัยวะเพศ โดยส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่สามารถรุนแรงได้ในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง” นพ.ณัฐพงศ์กล่าว

อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง หากติดเชื้อโรคฝีดาษวานร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ แบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนี้ 1.ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีภูมิคุ้มกันต่ำ 2.ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด และโรคมะเร็งอวัยวะต่างๆ 3.ผู้ป่วยโรคมะเร็งอวัยวะต่างๆ 4.ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ 5.ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยสาร/ยา/รังสี ที่ใช้ในการรักษา โรคมะเร็ง 6.ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกอวัยวะต่างๆ 7.ผู้ป่วยกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง และ 8.เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 8 ปี การตรวจวินิจฉัยโรคฝีดาษวานร เป็นการตรวจด้วยเทคนิค Real-time PCR จากของเหลวจากตุ่มน้ำที่ผิวหนัง ลำคอ หรือจากเลือด

สำหรับการรักษา โรคฝีดาษวานร เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ และดูแลผิวหนังให้สะอาด ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและมีอาการรุนแรง การพิจารณารับไว้ดูแลรักษาในโรงพยาบาลขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ การพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสที่ยังอยู่ในการศึกษาวิจัยขององค์การอนามัยโลก ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การป้องกันคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย สัตว์ที่เป็นพาหะโดยเฉพาะลิง และสัตว์ฟันแทะ หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังสัมผัสสัตว์ หรือสิ่งของสาธารณะ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผล เลือด น้ำเหลืองของสัตว์ ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงมีการแพร่ระบาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง แผล ตุ่มหนอง หรือตุ่มน้ำใส จากผู้มีประวัติเสี่ยง หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถรับวัคซีนได้ที่สภากาชาดไทย หากพบตุ่มหนองผิดปกติขึ้นตามร่างกายหลังจากมีไข้ ควรแยกกักตัวและพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อ

“ทั้งนี้ กรมการแพทย์ได้ร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ จากสมาคมโรคผิวหนัง สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กและผู้ใหญ่ ราชวิทยาลัย กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยได้มีการเผยแพร่แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัย การดูแลรักษาและการป้องกันการติดเชื้อ กรณีโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเพื่อปรับปรุงข้อมูลแนวทางฯ ดังกล่าว ให้เป็นปัจจุบัน โดยขอย้ำว่าตื่นตัวอย่างเข้าใจ อย่าตื่นตระหนก โรคฝีดาษวานรไม่ติดต่อง่าย เพราะโรคฝีดาษวานรต้องสัมผัสใกล้ชิด ส่วนใหญ่หายได้เอง รักษาตามอาการของโรค” นพ.ณัฐพงศ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ชี้ ฝีดาษวานร ติดจากสัมผัสใกล้ชิด พบเร็วอาการไม่รุนแรง รักษาได้ แนะแนวทางป้องกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...