กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีนเผย 10 เทรนด์ AI ปี 2026
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีนเผย 10 เทรนด์ AI ปี 2026
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ร่วมกับ China Media Group จัดทำรายงาน 10 เทรนด์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปี 2026 สะท้อนแนวโน้มที่สำคัญของเทคโนโลยี AI ดังนี้
- การกำกับดูแลAI ในระดับโลก
การพัฒนาและใช้ AI ภายใต้หลักการ “การเข้าถึงอย่างทั่วถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน” เป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาโลก โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เสนอแนวคิดในการจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้าน AI โลก (World Artificial Intelligence Cooperation Organization) ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการกำกับดูแล AI เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และรับมือกับความท้าทายต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาด้านสาธารณสุข
- การขยายกำลังการประมวลผลอัจฉริยะ
เทคโนโลยีชิปมีความสำคัญต่อการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาชิป AI เพื่อใช้งานในโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการพัฒนาระบบประมวลผลสำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ (Large Models) เช่น โครงการ Eastern Data Western Computing Project ที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับการเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลทั่วประเทศ
- การประยุกต์ใช้ AI อย่างแพร่หลาย
ระบบ AI Agents จะถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในหลากหลายอุตสาหกรรม การใช้งาน AI Agents จะเปลี่ยนจากการทำงานแบบอเนกประสงค์ ไปสู่การใช้งานเฉพาะด้านที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนเผยแพร่แผนปฏิบัติการเพื่อสร้างระบบจัดหาเทคโนโลยีหลักด้าน AI ที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ และตั้งเป้าจะเปิดตัว AI Agents ระดับอุตสาหกรรมจำนวน 1,000 ระบบ ภายในปี 2027
- การพัฒนา AI ที่มีปฏิสัมพันธ์แบบหลายมิติ
เทคโนโลยี AI จะได้รับการพัฒนาไปสู่การเป็น “คู่คิดอัจฉริยะ” ของมนุษย์ เช่น DeepSeek โมเดลขนาดใหญ่ที่จีนพัฒนาขึ้น มีสมรรถนะสูงขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ซึ่งต่อไปการยกระดับกำลังการประมวลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะช่วยสร้าง AI ที่มีปฏิสัมพันธ์ที่แบบหลายมิติ (Multi-Modal Data) ครอบคลุมทั้งข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ และ 3D Point Clouds
- จะมีอุปกรณ์ AI อัจฉริยะมากขึ้น
อุปกรณ์อัจฉริยะยุคใหม่จะเน้นการสร้างประสบการณ์แบบเสมือนจริง โดยคาดว่า สมาร์ตโฟน และคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ จะผสานเข้ากับโมเดลขนาดใหญ่แบบหลายมิติอย่างลึกซึ้ง และพลิกโฉมประสบการณ์ด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ และความบันเทิง
- การหลอมรวมของ Physical AI และ และ Embodied Intelligence
การหลอมรวมของ Physical AI และ และ Embodied Intelligence จะทำให้มีหุ่นยนต์ที่สามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิสัมพันธ์กับโลกจริง สามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน มีความเป็นอิสระ และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ หุ่นยนต์จะได้รับการพัฒนาในระดับอุตสาหกรรม เพื่อใช้ในด้านการตรวจสอบ บริการภาครัฐ โรงงาน การขนส่ง การดูแลผู้สูงอายุ การบริการภายในบ้าน และบริการทางการแพทย์
- AI ที่มีความเชี่ยวชาญด้านในวิทยาศาสตร์
เมื่อโมเดล AI ผสานกับการคำนวณทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้งมากขึ้น จะทำให้มี “AI เพื่อวิทยาศาสตร์” ที่ช่วยพลิกโฉมงานวิจัยพื้นฐาน ระบบ AI จะสามารถตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลอง และตรวจสอบผลลัพธ์ได้ด้วยตนเอง กระบวนการนี้จะช่วยเร่งการค้นพบเชิงก้าวกระโดดจาก “ศูนย์สู่หนึ่ง” (From Zero to One) ในสาขาวัสดุศาสตร์ ดาราศาสตร์ และชีววิทยาศาสตร์
- การบูรณาการ AI ข้ามศาสตร์
เทคโนโลยี AI ในสาขา Brain-Inspired Intelligence ที่บูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ ช่วยในการพัฒนาระบบ การขับขี่อัตโนมัติและระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ ทำให้เกิดการพัฒนาโครงข่ายประสาทเทียม (Spiking Neural Networks) ที่ออกแบบให้ทำงานเลียนแบบสมองมนุษย์อย่างใกล้เคียงที่สุด และการประมวลผลแบบNeuromorphic Computing ที่ทำงานได้ใกล้เคียงกับสมองมนุษย์มากที่สุด
- การพัฒนา AI ด้วยเทคโนโลยีสีเขียว
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI Data Center ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเมีแนวคิด “Green AI” ด้วยการพัฒนาโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการใช้ศูนย์ประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการขยายกำลังการประมวลผลและการควบคุมการปล่อยคาร์บอน
- ความท้าทายเรื่องความปลอดภัยด้าน AI
จีนเผยแพร่กรอบการกำกับดูแลความปลอดภัยด้าน AI ฉบับปรับปรุง (AI Safety Governance Framework 2.0) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2025 โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศ AI ที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และสามารถควบคุมได้ โดยประเด็นความปลอดภัยมีความสำคัญต่อการพัฒนา AI มากยิ่งขึ้น โดยคาดว่า กฎเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลและเครื่องมือทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว และความมั่นคงปลอดภัย จะได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อรับประกันการเติบโตของอุตสาหกรรม AI อย่างเป็นระเบียบและยั่งยืน
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ที่มา : CGTN