โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรียกร้องจิตสำนึกกรมอุทยานฯ กรณี 'สีดอหูพับ' ล้ม ระหว่างย้ายออกจากป่าขอนแก่น

JS100

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 03.54 น. • JS100:จส.100
เรียกร้องจิตสำนึกกรมอุทยานฯ กรณี 'สีดอหูพับ' ล้ม ระหว่างย้ายออกจากป่าขอนแก่น

เพจ “ลุงเกรียงหมีแบกกล้อง” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ติดตามและร่วมสังเกตการณ์กระบวนการเคลื่อนย้ายช้างจากอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น โดยเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนเกิดการทรุดล้มว่า ขบวนการขนย้ายกำลังเดินทาง จนทำให้ขบวนรถ ย้อนกลับไปยังสำนักงานอุทยานแห่งชาติภูเวียง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม

ด้านน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ ส่วนตัว ระบุถึงการเคลื่อนย้าย พลายสีดอหูพับ จากจังหวัดขอนแก่น ไปจังหวัดเลย ระหว่างเคลื่อนย้าย ช้างล้มตาย โดยระบุว่า

1. คุณพูดออกมาได้ยังไงว่าหูพับอายุ 15-20 …นักวิจัยและคนที่ติดตามหูพับประเมินว่าหูพับอายุแค่ประมาณ 10 ขวบ… คุณจะทำให้คนรู้สึกว่า หูพับไม่ใช่ช้างเด็ก จะได้ไม่ต้องสงสารหรือยังไง?

2. ในคำแถลง..ยังมีการพ่วงว่าหูพับทำร้ายคนสองชีวิต…ทำไมไม่บอกรายละเอียดด้วยล่ะว่าที่มาที่ไปมันคือยังไง… ทำไมหูพับถึงทำเช่นนั้น…คุณพยายามโยงให้เห็นว่าหูพับเป็นฝ่ายผิดตลอด…

3. สาเหตุการตายอ้างว่า หูพับสำลักอาหาร …ยิ่งบ่งบอกว่าคุณไม่รอบคอบพอในการวางยาเขา…ช้างก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนคน…ก่อนจะวางยาคนยังต้องอดอาหาร 8-10 ชม.นี่หูพับยังมีอ้อยคาปากอยู่เลย… ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะสำลักอาหารตาย…

4. คุณยังมีแผนการย้ายอีกสองสามตัว… คุณมีจิตสำนึกจะทบทวนไหม? มีจิตเมตตาที่จะอุทธรณ์ศาลแทนช้างไหม?…สำนึกในหน้าที่บ้างไหม?…

ก่อนหน้านี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียช้างป่าสีดอหูพับ ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจังหวัดขอนแก่นไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จังหวัดเลย

กรมอุทยานฯ ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเศร้าโศกและความกังวลให้กับประชาชนทุกท่าน เราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่าที่มีค่าในครั้งนี้ รวมถึงต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นก่อนหน้านี้

ช้างป่าสีดอหูพับเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ที่เดิมอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาหากินในพื้นที่การเกษตรบริเวณอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง จนเกิดเหตุการณ์ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต

การเคลื่อนย้ายช้างครั้งนี้ดำเนินการภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ

1. ปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

2. อนุรักษ์ชีวิตช้างป่า โดยนำกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสม

กรมอุทยานฯ ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่าในครั้งนี้เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย

หากกรมอุทยานฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องรับโทษทางอาญา

นอกจากนี้ การไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหายังหมายถึงการปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กรมอุทยานฯ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยยึดมั่นในหลักการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคม และสวัสดิภาพของสัตว์ป่า

กรมอุทยานฯ ได้เตรียมการอย่างรอบคอบและใช้มาตรฐานสากลในการปฏิบัติการ ดังนี้

- จัดตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการหลายหน่วยงาน

- ใช้ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลที่มีความเชี่ยวชาญ

- คำนวณยาสลบตามน้ำหนักและสภาพร่างกายของช้างอย่างเหมาะสม

- ติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ ทั้งอัตราการหายใจ ชีพจร และอุณหภูมิร่างกาย

- จัดท่าทางช้างเพื่อลดแรงกดทับระบบทางเดินหายใจ

แม้จะมีการเตรียมการอย่างดี แต่ระหว่างการเดินทาง ช้างเกิดภาวะวิกฤตทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนทันทีและดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมถึงการเปิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้ จากการประเมินเบื้องต้น สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการชันสูตรซากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง

กรมอุทยานฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ โดย

1. แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

2. ดำเนินการชันสูตรซากอย่างละเอียด ตรวจสอบระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา

3. ทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงาน ในการจับและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า โดยเฉพาะในประเด็นการประเมินสุขภาพก่อนเคลื่อนย้าย การงดอาหาร และแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน

4. รายงานผลต่อสาธารณชน อย่างโปร่งใสเมื่อผลการสอบสวนแล้วเสร็จ

กรมอุทยานฯ ตระหนักว่าการจัดการความปัญหาระหว่างมนุษย์กับช้างป่าเป็นความท้าทายที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด เราจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงแนวทางการทำงาน เพื่อให้สามารถดูแลทั้งความปลอดภัยของประชาชนและสวัสดิภาพของสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กรมอุทยานฯ ขอขอบคุณความเข้าใจจากประชาชนทุกท่าน และขอยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดมั่นในหลักวิชาการและจริยธรรมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าต่อไป

#สีดอหูพับ

#หนูนา

#กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...