รมว.แรงงาน สั่งชะลอส่งแรงงานไทยในประเทศเสี่ยงภัยสงคราม เปิดวอร์รูมประสานงาน 24 ชม.
รมว.แรงงาน สั่งชะลอส่งแรงงานไทยในประเทศเสี่ยงภัยสงคราม เปิดวอร์รูมประสานงาน 24 ชม. ประสานกระทรวงการต่างประเทศดูแลแรงงานไทยกว่า 77,000 คนในอิสราเอล ยูเออี และซาอุฯ
วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 09.13 น. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง เพื่อเกาะติดสถานการณ์ บริเวณชั้น 5 กระทรวงแรงงาน พร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นอพยพ
รมว.แรงงาน กล่าวว่า การอพยพเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ หากมีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานพร้อมร่วมปฏิบัติภารกิจ ซึ่งทั้งหมดต้องรอการพิจารณาระดับความเสี่ยงจากกระทรวงการต่างประเทศว่าถึงขั้นต้องอพยพหรือไม่
สถานการณ์ขณะนี้ คือ กำชับ สั่งการ ให้ฝ่ายแรงงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีแรงงานได้รับผลกระทบ ให้พร้อมให้การช่วยเหลือเคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดส่งแรงงานไปทำงานนั้น น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ในเบื้องตนได้ประสานหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับการชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงแรงงานว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันที่จะชะลอการจัดส่งแรงงานไทย โดยจะมีการหารือกันอย่างเป็นทางต่อไป
ปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานแรงงาน 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 77,495 คน ประกอบด้วย
- สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล จำนวน 58,921 คน
- สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 11,227 คน
- สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย รับผิดชอบพื้นที่เขตอาณาอีกจำนวน 7,347 คน
ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จะประชุมวิดีโอ conference กับอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ของทั้ง 3 แห่ง เพื่อประเมินติดตามสถานการณ์ และย้ำให้ประสานแรงงานในพื้นที่ โดยเน้นให้ทุกคนติดต่อทางโทรศัพท์กับทางเจ้าหน้าที่สถานทูตได้ รวมถึงวางมาตรการเชิงรุก เพื่อดูแลแรงงานไทยให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที หากเกิดเหตุไม่คาดคิด