สื่อทางการอิหร่านยืนยันผู้นำสูงสุดเสียชีวิต จับตาจุดเปลี่ยนสถานการณ์
สื่อทางการของอิหร่านรายงานยืนยันว่า อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ถึงแก่อสัญกรรมภายหลังเหตุโจมตีทางอากาศที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของการเมืองอิหร่านและภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง
รายงานของสื่อรัฐระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็น “การกระทำอันขลาดเขลา” ที่เกิดขึ้นขณะคาเมเนอีกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงานของตนเอง ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกแถลงการณ์ไว้อาลัย โดยยกย่องว่าเขาเป็น “ผู้นำผู้ทรงคุณธรรม แข็งแกร่งในศรัทธา กล้าหาญต่อหน้าศัตรู และอุทิศตนในหนทางแห่งพระผู้เป็นเจ้า”
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า คาเมเนอีเสียชีวิตในความขัดแย้งที่เป็นแกนหลักของการปกครองอิหร่านตลอดหลายทศวรรษ ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอลเปิดเผยต่อสำนักข่าวต่างประเทศว่าพบร่างของผู้นำสูงสุดหลังการโจมตีร่วมกันระหว่างสองประเทศ
ผู้ทรงอำนาจยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ
คาเมเนอี วัย 86 ปี ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดตั้งแต่ปี 1989 ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรมของ Ruhollah Khomeini ผู้นำการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ที่โค่นล้มราชวงศ์ปาห์ลาวี บทบาทของเขาครอบคลุมทุกมิติอำนาจรัฐ ตั้งแต่การกำหนดนโยบายต่างประเทศ การควบคุมกองทัพ ไปจนถึงอำนาจเหนือฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ
ตลอดระยะเวลา 36 ปีแห่งการปกครอง คาเมเนอีเผชิญแรงกดดันทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ เขาถูกมองว่าเป็นผู้ต่อต้านตะวันตกอย่างแข็งกร้าว โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสนับสนุนเครือข่ายตัวแทนทางทหารในภูมิภาคเพื่อขยายอิทธิพลของอิหร่าน
วิกฤตสะสมและแรงกดดันนิวเคลียร์
ก่อนเหตุโจมตีครั้งล่าสุด คาเมเนอีกำลังเผชิญวิกฤตหนักที่สุดในรอบหลายปี ทั้งการประท้วงภายในประเทศจากปัญหาเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ตลอดจนแรงกดดันจากนานาชาติเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ภายหลังสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด
แม้เขาจะเคยเสนอแนวคิด “ความยืดหยุ่นเชิงวีรบุรุษ” เพื่อเปิดทางประนีประนอมเชิงยุทธศาสตร์ แต่ก็ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการขีปนาวุธ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นกลไกยับยั้งภัยคุกคามจากอิสราเอล
โครงสร้างอำนาจและการควบคุมภายใน
อำนาจของคาเมเนอีตั้งอยู่บนฐานความจงรักภักดีของกองกำลัง IRGC และกองกำลังบาซิจ ซึ่งถูกใช้ในการปราบปรามการประท้วงหลายระลอก รวมถึงเหตุการณ์หลังการเลือกตั้งปี 2009 และการชุมนุมทั่วประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นักวิชาการด้านการเมืองตะวันออกกลางจำนวนมากมองว่า คาเมเนอีคือผู้นำที่ค่อย ๆ สั่งสมอำนาจอย่างรอบคอบจากจุดเริ่มต้นที่ถูกประเมินว่าอ่อนแอ จนกลายเป็นหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของอิหร่านในรอบศตวรรษ
ผลสะเทือนต่อภูมิภาค
การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งภายในและภายนอกประเทศ กระบวนการสืบทอดตำแหน่งภายใต้โครงสร้างศาสนาธิปไตยอาจกลายเป็นประเด็นอ่อนไหว ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอลมีแนวโน้มทวีความรุนแรง
สถานการณ์หลังจากนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า จะนำไปสู่การเผชิญหน้าระลอกใหม่ หรือเปิดทางสู่การปรับสมดุลอำนาจครั้งสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง.