โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” ขึ้นบัญชี Anthropic เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 01.46 น.

กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศให้บริษัท AI อย่าง Anthropic เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน เป็นครั้งแรกสำหรับบริษัทอเมริกัน หลังขัดแย้งเรื่องการใช้งานโมเดล Claude ในภารกิจทหาร

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 03.22 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (Pentagon) ได้แจ้งอย่างเป็นทางการต่อผู้บริหารของบริษัท Anthropic ว่าบริษัทและผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกจัดให้อยู่ในสถานะ “ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Risk) โดยมีผลทันที

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ประเด็นสำคัญของความขัดแย้งครั้งนี้คือ หลักการพื้นฐานที่กองทัพสหรัฐต้องสามารถใช้เทคโนโลยีได้ในทุกวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

“กองทัพจะไม่ยอมให้ผู้ขายเทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซงสายการบังคับบัญชา ด้วยการจำกัดการใช้งานเทคโนโลยีสำคัญอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ทหารของเราตกอยู่ในความเสี่ยง”

การถูกจัดเป็น Supply Chain Risk ทำให้ผู้รับเหมาด้านกลาโหมและผู้ให้บริการที่ทำงานร่วมกับเพนตากอนต้องรับรองว่า จะไม่ใช้โมเดล AI ของAnthropic ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม

กรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทสัญชาติอเมริกันถูกประกาศอย่างเปิดเผยว่าเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากมาตรการดังกล่าวในอดีตมักใช้กับบริษัทจากประเทศคู่แข่งหรือศัตรูของสหรัฐ

การประกาศดังกล่าวเป็นพัฒนาการล่าสุดของความขัดแย้งระหว่าง Anthropicกับกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับการใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทที่ชื่อ Claude

Anthropicต้องการการรับประกันว่าเทคโนโลยีของตนจะไม่ถูกนำไปใช้กับ อาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หรือ ระบบเฝ้าระวังมวลชนภายในประเทศ แต่กระทรวงกลาโหมต้องการสิทธิในการใช้โมเดลดังกล่าวในทุกวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมายโดยไม่มีข้อจำกัด

แม้การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายจะล้มเหลว แต่ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมก็เคยนำโมเดลของAnthropic ไปใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในความขัดแย้งกับอิหร่าน

บริษัทAnthropic ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อการประกาศดังกล่าว แต่ระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า บริษัทจะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อท้าทายการจัดประเภทเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน

การแจ้งเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 6 วันหลังจาก พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า เขาได้สั่งให้กระทรวงกลาโหมจัดให้ Anthropic เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงแห่งชาติ อย่างไรก็ตามโพสต์ดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลาง ยุติการใช้เทคโนโลยีของ Anthropic ทันที และให้สัมภาษณ์กับ Politico ว่าเขาได้ปลดบริษัทออกจากการทำงานกับรัฐบาลแล้ว

“Anthropicกำลังมีปัญหา เพราะผมไล่พวกเขาออกเหมือนหมา พวกเขาไม่ควรทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าว

ความสัมพันธ์ระหว่าง Anthropicกับรัฐบาลทรัมป์ตึงเครียดมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดย เดวิด แซคส์ นักลงทุนร่วมทุนซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้าน AI และคริปโตของทำเนียบขาว เคยกล่าวหาว่าบริษัทสนับสนุนแนวคิด“woke AI” และพยายามใช้กฎระเบียบเพื่อควบคุมตลาดผ่านการสร้างความหวาดกลัว

ด้าน ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของAnthropic ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทรัมป์เหมือนผู้บริหารเทคโนโลยีรายอื่น เช่น

  • แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI
  • ทิม คุก ซีอีโอของ Apple
  • ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Google

อาโมเดอียังไม่ได้เข้าร่วมพิธีสาบานตนของทรัมป์เมื่อปีที่ผ่านมา

รายงานจาก The Information ระบุว่า อาโมเดอีเคยส่งบันทึกถึงพนักงานว่า รัฐบาลไม่พอใจ Anthropic เพราะบริษัทไม่ได้บริจาคเงินหรือแสดงการสนับสนุนทรัมป์ในลักษณะยกย่องแบบเผด็จการ

นักลงทุนในตลาดติดตามความขัดแย้งระหว่าง Anthropicและกระทรวงกลาโหมอย่างใกล้ชิด โดยราคาหุ้นของ Palantir ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Anthropic ปรับตัวลดลงหลังมีข่าวดังกล่าว ก่อนจะปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลง

Palantir ซึ่งมีรายได้ในสหรัฐจากสัญญากับภาครัฐประมาณ 60% ได้ร่วมมือกับAnthropic ในโครงการด้านกลาโหมและข่าวกรองตามข้อตกลงที่ลงนามเมื่อปลายปี 2024

นักวิเคราะห์จาก Piper Sandler ระบุว่า Anthropicมีบทบาทฝังลึกอยู่ในระบบของกองทัพและหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีอื่นอาจสร้าง ความปั่นป่วนระยะสั้น ต่อการดำเนินงานของ Palantir

ก่อนหน้านี้ Anthropicได้ลงนามสัญญามูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ กับกระทรวงกลาโหมในเดือนกรกฎาคม และเป็นห้องปฏิบัติการ AI แห่งแรกที่นำโมเดลของตนเข้าใช้ในระบบเครือข่ายลับทางทหาร

อย่างไรก็ตาม หลังการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายชะงักลง บริษัท AI รายอื่น เช่น OpenAI และ xAI ของอีลอน มัสก์ ก็ได้ตกลงนำโมเดลของตนไปใช้ในระบบลับของรัฐบาลเช่นกัน

แซม อัลต์แมน ประกาศข้อตกลงระหว่าง OpenAI กับกระทรวงกลาโหมเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก Anthropicถูกขึ้นบัญชีดำ โดยระบุว่าหน่วยงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อความปลอดภัยอย่างลึกซึ้ง และความต้องการร่วมมือเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...