โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศบก.เผยยังมีการโจมตีด้วยโดรน-ขีปนาวุธ เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

Amarin TV

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตะวันออกกลางเดือดต่อเนื่อง! ศบก.เผยยังมีการโจมตีด้วยโดรน-ขีปนาวุธ ไทยเร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ล่าสุด 62 คนไทยใกล้ถึงชายแดนตุรกีแล้ว

ตะวันออกกลางเดือดต่อเนื่อง! ศบก.เผยยังมีการโจมตีด้วยโดรน-ขีปนาวุธ ไทยเร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ล่าสุด 62 คนไทยใกล้ถึงชายแดนตุรกีแล้ว

(7 มี.ค. 2569) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และ นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ร่วมแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่ ศูนย์ ศบก. ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

โดย นายปาณิดล ระบุว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยพื้นที่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ อิรัก ซึ่งมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และเลบานอน ที่ยังถูกโจมตีต่อเนื่อง จนเกิดการอพยพของพลเรือน เข้าข่ายวิกฤตด้านมนุษยธรรม ขณะเดียวกันยังมีการโจมตีพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ เช่น ฐานทัพและที่พักของชาวอเมริกันในรัฐอ่าวอาหรับ

ปัจจุบันหลายประเทศยังปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มเปิดเที่ยวบินแบบจำกัดเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยกระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็ว และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล

สำหรับการช่วยเหลือคนไทย กลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุม ประเทศอิหร่าน จำนวน 62 คน ได้ออกเดินทางจากเตหะรานแล้วเมื่อเช้าตรู่วันนี้ คาดว่าจะถึงตุรกีภายในวันนี้ และจะมีอีกกลุ่มเดินทางออกในวันที่ 10 มีนาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมการกงสุลได้เดินทางถึงเมืองวาน ประเทศตุรกี เพื่อร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เตรียมรับคนไทยที่ด่านชายแดน โดยฝ่ายไทยได้ประสานรัฐบาลอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้การอพยพเป็นไปอย่างปลอดภัย ล่าสุดได้รับรายงานว่าขบวนอพยพใกล้ถึงชายแดนอิหร่าน-ตุรกีแล้ว

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจชั่วคราวที่เมืองวาน ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม เพื่อช่วยเหลือคนไทยต่อไป ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เตรียมรับคนไทย 10 คน ที่จะอพยพจากอิรักข้ามแดนเข้าตุรกีที่เมืองมาร์ดิน ก่อนช่วยเดินทางกลับไทย

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียยังเป็นจุดเดินทางกลับไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานทูตไทยในประเทศใกล้เคียง เช่น บาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ประสานนำคนไทยข้ามแดนเพื่อเดินทางกลับไทยผ่านเที่ยวบินริยาด-กรุงเทพฯ ซึ่งยังเปิดให้บริการ และอาจเพิ่มเที่ยวบินตามความจำเป็น

ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ ดูไบ ได้ช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้าง โดยสายการบินเอมิเรตส์กลับมาเปิดเที่ยวบินตั้งแต่ 6 มีนาคม เส้นทางกรุงเทพฯ และภูเก็ตแล้ว โดยขณะนี้มีคนไทยในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วรวม 215 คน ขณะที่สถานทูตและสถานกงสุลในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือคนไทยอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายจิรโรจน์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ติดตามผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมสั่งหน่วยงานขนส่งทุกระบบดูแลคุณภาพบริการ คุมค่าโดยสารเป็นธรรม และรายงานสถานการณ์ทุกวัน

สำหรับมาตรการด้านการขนส่งทางอากาศ ได้สั่งการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมท่าอากาศยาน และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ตรวจสอบสายการบินให้คิดค่าโดยสารและค่าระวางขนส่งสินค้าเป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และอำนวยความสะดวกแก่สายการบินที่จำเป็นต้องจอดอากาศยานในประเทศไทย กรณีไม่สามารถทำการบินได้ ส่วนการขนส่งทางน้ำให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย กวดขันค่าโดยสารเรือภายในประเทศ และติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

ขณะที่การขนส่งทางบกให้กรมการขนส่งทางบกควบคุมค่าโดยสารรถสาธารณะให้เป็นไปตามกฎหมายและสอดคล้องราคาดีเซลที่รัฐบาลควบคุมอยู่ พร้อมประเมินการใช้น้ำมันในภาคขนส่ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลร่วมกับกระทรวงพลังงานในการจัดหาน้ำมันให้เพียงพอต่อการให้บริการสาธารณะ ด้านการขนส่งทางราง ให้กรมการขนส่งทางรางประเมินความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซล เพื่อเตรียมบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนล่วงหน้า

นายจิรโรจน์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินยกเลิกและล่าช้ารวม 584 เที่ยว ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร 78,564 คน โดยได้สั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำกับสายการบินให้ดูแลและช่วยเหลือผู้โดยสารตามระเบียบอย่างครบถ้วน พร้อมให้ท่าอากาศยานไทยและกรมท่าอากาศยานอำนวยความสะดวกและติดตามสถานการณ์เที่ยวบินอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน การขนส่งสินค้าทางเรือไปยุโรปจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปในทวีปแอฟริกา ทำให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 15 วัน ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าระวางสินค้าและการหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ โดยกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกจากการใช้บริการขนส่งสาธารณะ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกระทรวงคมนาคม 1356 และสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...