โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“สีหศักดิ์” แจงแผนอพยพคนไทยในอิหร่านผ่านตุรกี

INN News

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 06.47 น. • INN News

"สีหศักดิ์" เผยเตรียมอพยพคนไทยในอิหร่าน ผ่านชายแดนตุรกี ก่อนขึ้นเครื่องบินพาณิชย์กลับไทย ส่วนในอิสราเอลแรงงานไทยยังไม่ได้รับผลกระทบ มอง สถานการณ์ยืดเยื้อ ย้ำ สถานทูตฯดูแลคนไทยใกล้ชิด ยันมีความพร้อมทุกฉากทัศน์

ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมว่า จากการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน และการตอบโต้ที่เกิดขึ้น ไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค รวมถึงระดับโลก พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาทางการทูตบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในอิหร่าน ซึ่งมีคนไทยพำนักอยู่ประมาณ 200 กว่าคน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ติดต่อกับคนไทยอย่างใกล้ชิดและแนะนำให้อยู่ในที่ปลอดภัย นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากมีความประสงค์เดินทางกลับ ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้น่านฟ้าอิหร่านปิด จึงจำเป็นต้องเดินทางโดยรถยนต์ไปยังชายแดนตุรกี ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศ ขณะนี้มีผู้ประสงค์เดินทางกลับประมาณ 20 กว่าคน หากมีจำนวนไม่มากสามารถใช้เที่ยวบินพาณิชย์ได้ แต่หากมีจำนวนมากจะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวก

ส่วนในอิสราเอล มีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คน ขณะนี้ทางการอิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์และสกัดกั้นขีปนาวุธได้ จึงยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบหรือประสงค์เดินทางกลับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญต่อแรงงานไทยและดูแลความปลอดภัยอย่างดี

สำหรับประเทศอื่นในภูมิภาค อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะดูไบและอาบูดาบี มีคนไทยพำนักอยู่จำนวนมาก และมีผู้แสดงความจำนงจะเดินทางกลับประมาณ 1,000 กว่าคน เบื้องต้นสามารถประสานงานได้ เนื่องจากสนามบินในโอมานยังเปิดให้บริการและมีเที่ยวบินพาณิชย์ จึงสามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางและกระบวนการเข้าเมือง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ส่วนบาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่าน ไทยได้ประสานกับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับแล้ว เช่น ที่บาห์เรนมีคนไทยประมาณ 6,500 คน ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบสอบถามความประสงค์ หากต้องการเดินทางกลับ จะประสานให้เดินทางผ่านเมืองที่ใกล้ที่สุดในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสนามบินยังเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

ในกรณีอิหร่าน หากมีผู้ประสงค์เดินทางกลับมากกว่า 100 คน อาจพิจารณาจัดเครื่องบินไปรับ โดยได้ประสานกับกองทัพอากาศแล้ว และยืนยันว่ามีความพร้อมในทุกฉากทัศน์ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ญาติของคนไทยในตะวันออกกลางสามารถสอบถามข้อมูล สร้างความมั่นใจและคลายความกังวล

สำหรับกรณีการเดินทางออกจากอิหร่าน รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ผู้ประสงค์เดินทางกลับต้องเดินทางโดยรถยนต์ระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างลำบากและมีด่านตรวจหลายจุด รัฐบาลจะเร่งประสานทางการอิหร่านเพื่ออำนวยความสะดวก เนื่องจากเป็นกรณีด้านมนุษยธรรม พร้อมขอหลักประกันด้านความปลอดภัยตลอดเส้นทางไปยังชายแดนตุรกี

เมื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์ นายสีหศักดิ์เห็นว่า อาจยืดเยื้อ เนื่องจากเป้าหมายของฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจไม่ได้จำกัดเพียงการขจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านยังมีท่าทีตอบโต้ประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ จึงทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอน ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านการอพยพคนไทยและมาตรการรองรับภายในประเทศ

ส่วนสถานการณ์ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ขณะนี้ยังสามารถติดต่อได้ แม้อาจมีสัญญาณขาดหายเป็นบางช่วง แต่ยังติดต่อกันได้อย่างสม่ำเสมอ และสถานทูตได้ดูแลชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด แม้จะมีความกังวลเรื่องเสบียงอาหาร แต่รายงานล่าสุดระบุว่าร้านค้าและร้านอาหารยังเปิดให้บริการตามปกติ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...