โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CRC ชูเวียดนามฝ่าธุรกิจค้าปลีก ดันกำไรไตรมาส 4 โต 17%

Thairath Money

อัพเดต 03 มี.ค. เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. เวลา 02.07 น.
ภาพไฮไลต์

นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมาแม้ภาพรวมค้าปลีกไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและเศรษฐกิจผันผวน แต่ CRC ยังรักษาการเติบโตได้ โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปีที่กำไรขยายตัวสวนภาวะตลาด สะท้อนบทบาทของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ที่กลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของกลุ่มค้าปลีกไทย

ผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 253,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงอยู่ที่ 7,432 ล้านบาท ลดลง 6% จากผลกระทบการปรับโครงสร้างธุรกิจในต่างประเทศ แต่หากพิจารณาเฉพาะไตรมาส 4 บริษัททำกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงได้ 2,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้ไตรมาสเดียวสูงถึง 71,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%

ทั้งนี้ การเติบโตในช่วงปลายปีได้ใช้จังหวะฤดูกาลจับจ่ายและการฟื้นตัวของบางตลาด โดยเฉพาะในเวียดนาม ซึ่ง CRC เดินหน้าขยายศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในไทย บริษัทเร่งปรับรูปแบบสาขาและขยายโมเดลใหม่ เพื่อดึงทราฟฟิกและเพิ่มยอดขายต่อสาขา

“แม้ค้าปลีกต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนตัว แต่บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้จากการบริหารต้นทุนและการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายธุรกิจที่หลากหลาย โดยโครงสร้างรายได้ของ CRC ครอบคลุมทั้งห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านวัสดุก่อสร้าง และค้าปลีกเฉพาะทาง ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ขณะเดียวกัน การขยายธุรกิจไปยังเวียดนามซึ่งยังมีอัตราการเติบโตของการบริโภคสูงกว่าประเทศไทย ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม”

สำหรับปีที่ผ่านมา CRC เดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจครั้งสำคัญ โดยลดบทบาทในตลาดยุโรป และหันมาเน้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดที่ยังมีศักยภาพ

นอกจากการขยายสาขา บริษัทเร่งพัฒนาโมเดลค้าปลีกใหม่ เช่น ร้าน Auto1 ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ด้านบริการยานยนต์ และโมเดล Tops Daily Hybrid ที่ผสมผสานสินค้าหลายประเภทในร้านเดียว เพื่อเพิ่มยอดขายต่อพื้นที่และเพิ่มความถี่ในการเข้าร้านของลูกค้า

อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญคือการใช้ข้อมูลสมาชิกผ่านแพลตฟอร์ม The 1 ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในไทยมากกว่า 23 ล้านราย และเริ่มขยายไปเวียดนาม โดยมีสมาชิกเพิ่มกว่า 4 ล้านรายภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน สะท้อนความพยายามของผู้ค้าปลีกในการใช้ข้อมูลลูกค้าเป็นฐานในการแข่งขัน

TOA กำไรพุ่ง 52% แม้อสังหาฯ ไทยชะลอตัว

ทางด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2568 เติบโตสวนทางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศที่ยังชะลอตัว โดยมีรายได้รวม 21,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 52% อยู่ที่ 2,917 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและการขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมเตรียมเสนอจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังในอัตรา 0.39 บาทต่อหุ้น ทำให้ทั้งปีจ่ายเงินปันผลรวม 0.75 บาทต่อหุ้น โดยจะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 นี้

ทั้งนี้แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเมียนมาและเวียดนาม ซึ่งยอดขายขยายตัวต่อเนื่องตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายตัวของภาคก่อสร้าง ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทปรับกลยุทธ์ด้านช่องทางจำหน่ายและพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศ

ขณะที่ในประเทศ แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่บริษัทสามารถรักษาระดับรายได้ได้จากการขยายพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้างและวัสดุตกแต่งบ้าน ซึ่งได้อานิสงส์จากความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น

“TOA เตรียมเดินหน้ากลยุทธ์ระยะต่อไป โดยเน้นขยายการเติบโตในตลาดอาเซียนควบคู่กับการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสี พร้อมเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านระบบดิจิทัลและออโตเมชัน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน บริษัทพยายามขยายบทบาทจากผู้ผลิตสินค้า ไปสู่การให้บริการโซลูชันที่ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และวางเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว”

SYNEX รายได้โต 13% รับกระแส AI–เกมมิ่ง

ส่วนนางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX กล่าวว่า ในปี 2568 มีรายได้อยู่ที่ 47,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.65% สะท้อนการกลับมาขยายตัวของตลาดเทคโนโลยี หลังผ่านช่วงชะลอตัวในช่วงก่อนหน้า

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังหุ้นละ 0.38 บาท เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาล 0.10 บาท ทำให้ทั้งปีจ่ายเงินปันผลรวม 0.48 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจ่ายในเดือนพฤษภาคม 2569

การเติบโตในปีที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากยอดขายสินค้าในกลุ่ม Apple สมาร์ทโฟนที่รองรับ AI อุปกรณ์สวมใส่ และสินค้าเกมมิ่ง รวมถึงการเปิดตัวเครื่องเล่นเกม Nintendo Switch รุ่นใหม่ในช่วงกลางปี ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการในตลาดผู้บริโภค ขณะที่กลุ่มลูกค้าองค์กรเริ่มกลับมาลงทุนในระบบไอทีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น

“แม้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และกำลังซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่ แต่ความต้องการเทคโนโลยียังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Cloud ซึ่งองค์กรธุรกิจใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น บริษัทสามารถปรับปรุงความสามารถในการทำกำไร จากการบริหารต้นทุนและปรับโครงสร้างสินค้าไปสู่กลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น รวมถึงการลงทุนในระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และรองรับการเติบโตในอนาคต”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CRC ชูเวียดนามฝ่าธุรกิจค้าปลีก ดันกำไรไตรมาส 4 โต 17%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...