โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สกู๊ปต่างประเทศ : "ฮิซบอลลาห์" เปิดแนวรบใหม่ช่วย "อิหร่าน" หยิบยื่น "ใบอนุญาตสังหาร" เข้าทาง "อิสราเอล"

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

เสียงระเบิดกึกก้องท่ามกลางความสงัดเงียบก่อนรุ่งสางของวันจันทร์ (2 มี.ค.69) ที่ผ่านมา กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญที่ฉุดกระชากตะวันออกกลางให้ดิ่งลงสู่วังวนแห่งสงครามอีกครั้ง เมื่อกลุ่ม "ฮิซบอลลาห์" ตัดสินใจเปิดแนวรบใหม่ท้าทายอำนาจของ "สหรัฐฯ" และ "อิสราเอล" ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและฝูงโดรนพลีชีพเข้าใส่ฐานทัพทหารทางภาคเหนือของอิสราเอลอย่างบ้าคลั่ง

ปฏิบัติการในครั้งนี้กลุ่มฮิซบอลลาห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธทรงอิทธิพลในเลบานอนตอนใต้ ภายใต้การหนุนหลังของ "อิหร่าน" ประกาศกร้าวว่า เป็นการล้างแค้นอย่างสาสมต่อการสังหาร "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ผู้เป็นเสมือนจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของโลกมุสลิมสาย "ชีอะห์"

แม้ว่าทางการอิสราเอลจะออกมาปฏิเสธความสูญเสีย โดยระบุว่า ขีปนาวุธส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นได้ทันท่วงทีและบางส่วนตกลงในพื้นที่ร้างไร้ผู้คน ทว่านัยทางการเมืองและสงครามนั้นกลับรุนแรงเกินกว่าจะมองข้าม แม้แต่ "นายกรัฐมนตรีนาวาฟ ซาลาม" แห่งเลบานอน ยังต้องออกมาระบุว่าการกระทำของฮิซบอลลาห์ คือ "พฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบและน่าสงสัย" พร้อมทั้งมีคำสั่งเด็ดขาดห้ามกิจกรรมทางทหารในพื้นที่ทันที เพื่อพยายามหยุดยั้งไม่ให้ประเทศต้องกลายเป็นสมรภูมินองเลือด

ความจริงที่น่าขนลุก คือ "อิสราเอล" เฝ้ารอคอยและเตรียมพร้อมสำหรับวินาทีนี้มานานหลายเดือน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงบังคับใช้ในปี 2024 แต่กองทัพอิสราเอลกลับเดินหน้าโจมตีเลบานอนแทบทุกวัน โดยอ้างเหตุผลว่าฮิซบอลลาห์แอบสะสมอาวุธและฟื้นฟูกองกำลังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในผลงานที่สำคัญคือการปลิดชีพ "ฮาอิธัม อาลี ทาบาตาบาย" เสนาธิการและเบอร์สองของฮิซบอลลาห์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ทว่าที่ผ่านมามันเป็นเพียงการลอบสังหารรายบุคคลเท่านั้น ต่างจากเหตุการณ์ปัจจุบันที่เป็นการเปิดหน้าชกอย่างเต็มรูปแบบ

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ พยายามอย่างหนักที่จะใช้ช่องทางการทูตเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟสงครามลุกลาม โดยมีการจัดเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่พลเรือนของทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าความพยายามเหล่านั้นจะไร้ความหมาย เมื่อ "รัฐมนตรีต่างประเทศเลบานอน ยูเซฟ ราจกี" เพิ่งจะออกมาเตือนผ่านโลกโซเชียลว่า การแทรกแซงใดๆ จากฮิซบอลลาห์จะเป็นเชื้อไฟชั้นดีให้อิสราเอลถล่มโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจนย่อยยับ แต่คำวิงวอนให้ฮิซบอลลาห์งดเว้นการรุกรานเพื่อรักษาความปลอดภัยของชาวเลบานอนกลับถูกเพิกเฉย

ในนาทีนี้ การตัดสินใจของฮิซบอลลาห์เปรียบเสมือนการหยิบยื่น "ใบอนุญาตสังหาร" ให้แก่ผู้นำอิสราเอล เพื่อเพิ่มระดับความรุนแรงในการกวาดล้างทั้งในเลบานอนตอนใต้และใจกลางกรุงเบรุต "พลตรี เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอล" (IDF) ได้ส่งสาส์นเตือนภัยพิบัติว่า "ฮิซบอลลาห์เปิดฉากยิงใส่เราก่อน และพวกเขาจะต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพง" ซึ่งผลลัพธ์ก็ปรากฏชัดเจนทันควัน เมื่อกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานพบร่างผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 31 ศพ และบาดเจ็บระนาวเกือบ 150 รายจากการโจมตีทางอากาศเพียงไม่กี่ระลอก

สถานการณ์ทวีความตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่ออิสราเอลประกาศระดมพลสำรองกว่า 100,000 นาย พร้อมเคลื่อนกำลังพลนับสิบกองพันไปยังชายแดนทางเหนือ อีกทั้งยังยึดชัยภูมิสำคัญ 5 จุดริมชายแดนเพื่อสอดแนมความเคลื่อนไหวในเลบานอนตอนใต้อย่างถาวร แม้ "พันโท นาดาฟ โชชานี" โฆษกสื่อต่างประเทศจะยังคงสงวนท่าทีเรื่องการบุกโจมตีทางบก แต่เขาก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่าหากฮิซบอลลาห์ยังไม่หยุดยั้งความพยายามในการยกระดับความรุนแรง

สงครามครั้งนี้จะกลายเป็นการสู้รบที่ยาวนาน ยืดเยื้อ และทำลายล้างมากกว่าที่ใครจะคาดคิด

#สงครามอิสราเอล #ฮิซบอลลาห์ #เลบานอน #อิหร่าน #ตะวันออกกลาง #ข่าวการเมืองระหว่างประเทศ #อาลีคาเมเนอี #IDF #WorldWar3 #MiddleEastConflict

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...