โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต.กางยอดคนไทยในตะวันออกกลาง 1.1 แสนคน เตรียมสำรองอพยพ หากสถานการณ์รุนแรง

PostToday

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 19.12 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 02.03 น.

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์สหรัฐ อิหร่าน ว่า กระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยในวันนี้ (2 มี.ค. 2569) กระทรวงฯ จะประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงในภูมิภาค รวมไปถึงแผนการดำเนินการเพื่อดูแลและช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความท้าทายเรื่องการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ พร้อมทั้งสรุปสถานการณ์ ดังนี้

เมื่อช่วงบ่าย (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศไปยังพื้นที่เป้าหมายสำคัญในกรุงเตหะรานและเมืองต่าง ๆ ทั่วอิหร่าน ต่อด้วยการร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ

ในวันเดียวกัน อิหร่านได้โจมตีทางทหารเพื่อตอบโต้โดยยิงขีปนาวุธเข้าโจมตีฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ที่บาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของอิรัก

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวตัสนีม (Tasnim) ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน และมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) ได้รายงานข่าวยืนยันการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า เสียชีวิต ณ ที่พำนักและที่ทำงาน ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ยังมีความอ่อนไหวสูงและน่าเป็นห่วง โดยการสู้รบยังคงมีอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ ติดตามและปฏิบัติตามประกาศและคำเตือนของประเทศเจ้าบ้านอย่างเคร่งครัด

ในส่วนที่เกี่ยวกับท่าทีไทยต่อสถานการณ์ กระทรวงฯ ได้ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยย้ำประเด็นหลัก ได้แก่

(1) ไทยได้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง

(2) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ ที่จะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลง อันจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมถึงชีวิตของพลเรือนในภูมิภาค

(3) เรียกร้องให้มีการเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจาและการทูต

สำหรับการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงฯ ได้จัดตั้งศูนย์่ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงาน 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่คนไทย อีกทั้งได้มีประกาศแจ้งเตือนขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาเลี่ยงการเดินทางไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ปัจจุบัน มีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยประมาณ 110,000 คน (อิสราเอล 65,000 คน; สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 20,163 คน; ซาอุดีอาระเบีย 7,342 คน; บาห์เรน 6,500 คน; กาตาร์ 4,750 คน; อียิปต์ 3,700 คน; โอมาน 1,116 คน; คูเวต 1,019 คน; จอร์แดน 723 คน; อิรัก 237 คน; อิหร่าน 250 คน; เยเมน 120 คน; เลบานอน 118 คน; และซีเรีย 40 คน)

ในภาพรวม ยังไม่มีรายงานว่า มีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง

สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคได้มีประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศทางการจากรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ แนวปฏิบัติต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ตลอดจนคำแนะนำให้คนไทยที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัยในพื้นที่ ทั้งยังได้เตรียมความพร้อมในส่วนของแผนอพยพคนไทย ซึ่งอาจมีโอกาสที่จะประสานกับประเทศอื่นๆ หรือองค์การระหว่างประเทศที่อยู่ระหว่างเตรียมแผนอพยพของตนเช่นกัน

ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมของศูนย์่ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (War Room) ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาค เพื่อรับทราบพัฒนาการและความคืบหน้าในการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในแต่ละประเทศ ซึ่งจะรองรับการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การคุ้มครองดูแลคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสู้รบต่อไป ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้อมของเส้นทาง พาหนะ และอื่น ๆ ของแผนอพยพตามความจำเป็น และความสมัครใจ

สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่เล่าถึงผลกระทบของการโจมตีตอบโต้ที่เกิดขึ้นต่อแต่ละพื้นที่และพลเมือง ซึ่งขณะนี้ คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยดี

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน แจ้งว่า ขณะนี้ ยังคงมีการโจมตีในพื้นที่ความมั่นคงในอิหร่านอยู่ตลอด ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ดังกล่าวและสถานการณ์มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เปิดศูนย์อำนวยการให้คนไทยสามารถติดต่อได้ตลอดเวลาหากต้องการความช่วยเหลือหรือมีข้อซักถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

และอยู่ระหว่างวางแผนการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยเปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ล่าสุด มีคนไทย (นักศึกษาและแรงงาน) จำนวน 29 คน แสดงความประสงค์มาแล้ว

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แจ้งว่า ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ สื่อสารกับชุมชนไทยในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด โดยได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ 4 หมายเลขให้ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ในอิสราเอล มีคนไทยประมาณ 65,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคเกษตร ขณะนี้ มีคนแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทยไม่เกิน 20 คน โดยมีเส้นทางอพยพทางบกไปยังชายแดนได้หลายประเทศ ขึ้นกับพื้นที่ที่คนไทยพำนักอยู่

สำหรับคนไทยในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ตกเป็นเป้าของการโจมตีของอิหร่านหรือได้รับผลกระทบจากการสู้รบ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และจอร์แดน สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสำรวจเส้นทางอพยพ รวมถึงประสานกับสายการบินและประเทศเจ้าบ้านในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยในวันนี้ (2 มีนาคม 2569) กระทรวงฯ จะประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงในภูมิภาค รวมไปถึงแผนการดำเนินการเพื่อดูแลและช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความท้าทายเรื่องการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...