ณวัฒน์ ลั่น เป็นนายกฯ ต้องใจกว้าง วอน ‘อนุทิน’ ถอนฟ้อง ปมวิจารณ์โควิด “ผมแค่เป็นประชาชน"
‘ณวัฒน์’ วอน ‘อนุทิน’ ถอนฟ้อง ปมวิจารณ์โควิด ลั่น เป็นนายกฯ ต้องใจกว้าง “ผมแค่เป็นประชาชนที่ออกความเห็นเพราะตัวเองกำลังจะตาย”
สืบเนื่องจากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ ทนายความยื่นฟ้อง นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดัง เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณี Live สดผ่านเพจ Facebook ของตน
โดยการอ่านข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน กรณีพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และได้วิพากษ์วิจารณ์ มีถ้อยคำตำหนิ ให้ร้าย สอดแทรกในระหว่างการอ่านข่าวหรืออ่านข้อความข่าวนั้น เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณวัฒน์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “พรรคภูมิใจไทยออกมาตอบทีว่าทำไมนายกถึงอุทธรณ์ฟ้องผมไม่เลิกทั้งที่เป็นสิทธิพื้นฐาน”
ล่าสุด ณวัฒน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวผ่านงาน “First Day Orientation MGT 2026” ที่ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK ว่า “ปัจจุบันศาลกลับคำพิพากษาเป็นคดีมีมูลอีกแล้ว จากเดิมที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้วว่าท่านอนุทินเป็นคนสาธารณะและผมเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ การออกความคิดเห็นของผมคือการออกความเห็นโดยสุจริตในฐานะประชาชนคนไทย จึงยกฟ้อง แต่อีกฝ่ายอยากไปต่อ เขามอบหมายให้ทนายส่วนตัวไปอุทธรณ์ ก็ใช้เวลาในกระบวนการนี้อยู่พักใหญ่”
“ศาลอ่านคำพิพากษาใหม่อีกครั้งว่า การออกความเห็นของเราอาจจะทำให้อีกฝ่ายเสียหาย จึงรับไว้พิจารณา เพราะฉะนั้นเดือนมีนาคมนี้ ผมจะกลับไปขึ้นศาลอีกครั้ง เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะโควิดผ่านมานานมากแล้ว การออกมาวิจารณ์มันเป็นเรื่องปกติเลย โควิดครั้งที่แล้วแทบจะไม่มีใครที่ไม่วิจารณ์ แล้วส่วนตัวได้รับวัคซีนจากรัฐบาลเพียงแค่โดสเดียว นอกเหนือจากนั้น ผมซื้อให้พนักงานบริษัทโดยฝากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซื้อ เสียเงินไปหลายแสนบาท เพื่อฉีดให้กับตัวเองและพนักงาน”
ก่อนจะเผยว่า “ซึ่งขณะนั้นผมป่วยเป็นโควิด เข้า ICU ป่วยอยู่ 27 วัน เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แทบจะเป็นบ้า ออกมาก็ยังหนักอยู่ ช่วงที่ออกมา ผมค่อนข้างที่จะเสียความรู้สึกกับระบบสาธารณสุขจึงออกมาวิจารณ์ปกติ หลังจากนั้นเขาก็ส่งหมายศาลมาว่าหมือนเป็นการล่วงละเมิด หมิ่นประมาท เป็นคดีอาญา ไมได้เรียกร้องค่าใช้จ่ายแต่อยากให้ผมติดคุก ซึ่งผมรอดแล้วนะ และไม่คิดที่จะฟ้องกลับอยู่แล้ว แต่กลับไม่จบ กลายเป็นว่าคดีมีมูลความผิด ตอนนี้ผมก็ต้องก้มหน้าเป็นจำเลยต่อไป ทั้ง ๆ ที่หลุดแล้ว”
อีกทั้งยังว่า เรื่องที่กังวลใจตอนนี้คือ กังวลใจแทนประเทศไทยมากกว่า คดีนี้เอาตรง ๆ ไม่กลัว “ถ้าผมจะแพ้คุณอนุทินเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ผมก็คิดว่าคงจะเป็นบรรทัดฐานแปลก ๆ สำหรับประเทศไทย ถึงอย่างนั้นก็ยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรม เพราะเรามีเอกสารครบถ้วน อีกอย่างคือไม่มีใครมาผูกใจเจ็บกับประชาชนตัวเล็กตัวน้อยกับเรื่องที่เล็กมาก
ผมฝากข้อความถึงคุณอนุทินแล้วผ่านคนในพรรคว่ามันน่าจะจบนะ เนื่องจากตอนนี้ท่านก็เป็นนายกแล้วทำไมถึงไม่จบ มายุ่งอะไรกับผม มาเอาอะไรกับผม ผมเลยเสียความรู้สึกมาขึ้นและมากขึ้นไปเรื่อยๆ จริง ๆ อยากเลือกท่านนะแต่ถูกฟ้องผมเลยไม่กล้าเลือก ต่อไปคนไทยจะทำอย่างไรล่ะ ถ้าหากท่านทำงานไม่ดีแล้ววิจารณ์ท่าน ท่านก็ฟ้องหมิ่นประมาทอีก เรื่องนี้ไม่มีใครได้หรอกครับ มีแต่เสียกับเสีย ถอนฟ้องผมเถอะ”
พร้อมทั้งยังตั้งคำถามว่า ฟ้องประชาชนทำไม ทำไมถึงไม่ไปตรวจสอบเรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและประเทศชาติอย่าง กัมพูชา ตรวจสอบการทำงานของ กกต. เรื่องคอลเซนเตอร์ เป็นต้น หากเป็นเช่นนั้นจะรักท่านมากที่สุด จะเลือกท่าน แต่ตอนนี้ไม่ไหว เพราะมาฟ้องคนไทยทำไม
“ผมแค่เป็นประชาชนที่ออกความเห็นเพราะตัวเองกำลังจะตาย อีกทั้งยังมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า ระบบหายใจล้มเหลว อาจถึงแก่ชีวิต จะตายอยู่แล้วพอฟื้นขึ้นมาได้ พูดนิดเดียวก็ฟ้อง ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีต้องใจกว้างกับคนไทย ต้องอดทน แต่ต้องใจแข็งกับพวกที่คอร์รัปชัน”
“ท่านเอ๋ยมันเป็นแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว ท่านเป็นถึงนายก และถ้าอยากเป็นนายกคนต่อไป ถ้าใจไม่กว้างพอ ประชาชนกลัว มันไม่มีอะไรดีเลย ช่วยไปบอกท่านด้วย ที่สำคัญที่สุด ผมไม่ใช่คู่แข่งของท่าน ผมไม่ได้ลงการเมือง ผมไม่ได้แย่งอาชีพหรืองาน เป็นแค่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกับการทำงานของรัฐบาลในตอนนั้นแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านใจกว้างโดยเฉพาะกับคนไทย แล้วท่านจะได้ทุกอย่างที่อยากได้ ไปติดตามเรื่องอื่นเถอะ เช่น เลขากกต. ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าถ้าไม่ไว้ใจกกต. ก็ไม่ต้องมาเลือกตั้ง ซึ่งนี้ผิดกฏหมายมาตรา 73 เพราะเป็นการชวนคนไม่ให้ออกไปเลือกตั้ง เรื่องนี้สำคัญต่อประเทศชาติ ท่านต้องไปตรวจสอบ”
“ผมรู้สึกได้ว่าการเมืองมันทุเรศ เพราะนักการเมืองมักพูดว่า เล่นการเมือง ผมภาวนาว่าราชบัณฑิตยสถานต้องแบนคำว่าเล่นการเมือง เพราะทุกวันนี้มันเล่นกันหมด อย่างทุกวันนี้ที่กกต. ทำงานได้แย่มาก ๆ ฟังนะแล้วอย่ามาฟ้องผม คุณใช้งบประมาณเยอะมาก แต่ทำงานออกมาได้ห่วย พอประชาชนออมาวิจารณ์ก็พูดว่าถ้าไม่ไว้ใจก็อย่าไปเลือก นี่ตกลงประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยหรือเอาแต่ใจ” ณวัฒน์ทิ้งท้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ณวัฒน์ ลั่น เป็นนายกฯ ต้องใจกว้าง วอน ‘อนุทิน’ ถอนฟ้อง ปมวิจารณ์โควิด “ผมแค่เป็นประชาชน"
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th