โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแผนปราบนอมินี-ทุนเทา ‘กรมพัฒน์’ ฮึ่มสกัดต่างชาติฮุบที่ดินไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 01.11 น.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

เมื่อการปราบปรามนอมินี บัญชีม้า เป็นสิ่งที่พรรคการเมือง ภาคเอกชน สังคมต่างให้ความสนใจ เนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับบุคคล รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก โดยในปี 2568 หน่วยงานอย่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เร่งแผนปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจัง และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการเฉพาะด้านครอบคลุมการป้องกันการจดทะเบียน การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ การตรวจสอบบัญชีธุรกิจ และด้านกฎหมาย

ล่าสุดได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร รวม 17 หน่วยงานหลัก มุ่งตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 2) ค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ 3) e-Commerce ขนส่งและคลังสินค้า 4) โรงแรมและรีสอร์ต 5) เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และ 6) ก่อสร้างทั่วไป

พร้อมกันนี้ ยังได้ตั้งเป้าหมายตรวจสอบไว้กว่า 46,918 ราย และลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติม 12 แห่งตรวจสอบตามข้อร้องเรียนจากประชาชนและติดตามความเคลื่อนไหวจากข่าว เมื่อพบนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินีและการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวก็จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง

อีกทั้งที่ผ่านมายังได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการระดับจังหวัด ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชลบุรี และภูเก็ตด้วย และส่งต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินรวม 357 ราย และส่งให้กรมสรรพากรดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวม 3,634 ราย แล้วด้วย

แผนด่วนปราบนอมินี-ทุนเทา

ในปี 2569 นี้ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ระบุถึงแผนการดำเนินงานป้องกันและปรามปรามนอมินีบัญชีม้าว่า กรมจะนำเทคโนโลยีมาใช้คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงแบบเชิงลึก พุ่งเป้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันมีต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนไม่ถึง 50% ประมาณ 120,000 ราย จากจำนวน 970,000 ราย จำเป็นที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาตรวจสอบและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงให้เล็กลง เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและมุ่งเป้ามากขึ้น นอกจากนี้ กรมยังจะร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชีและสมาคมที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการทำบัญชีทั้ง 7 สมาคม มาร่วมกำหนดแนวทางในการร่วมกันแก้ไขปัญหา

โดยคาดหวังว่า ผู้รับทำบัญชีรวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง จะ “ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี และไม่สนับสนุนทุนเทา” ตัดวงจรธุรกิจสีเทา “นอมินีบัญชีม้า” เพราะปัจจุบันการยื่นจดทะเบียนนิติบุคคล ประชาชนและผู้ประกอบการมีการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเองประมาณ 15% ขณะที่อีก 85% เป็นการว่าจ้างให้ผู้จัดทำบัญชี ผู้สอบบัญชี สำนักงานบัญชี หรือสำนักงานทนายความ เป็นผู้ยื่นจดทะเบียนให้ จึงต้องร่วมมือกันในการสกัดตั้งแต่ต้นทาง

“ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ทำบัญชีประมาณ 80,000 ราย ก็อยากฝากเตือนผู้ทำบัญชีที่มีพฤติกรรมในการสนับสนุน ให้ต่างชาติกระทำความผิด หรือการเอาสำนักงาน พนักงาน เข้าไปเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น แทนคนต่างชาติ และทำธุรกิจโดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายต่างด้าวในการกระทำความผิด โดยไม่ดำเนินการตามกฎหมายที่ถูกต้อง ซึ่งขอเตือนว่า กรมได้มีประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูพฤติกรรมเหล่านี้ ว่าอย่าได้กระทำความผิดในการสนับสนุนทุนเทาจากต่างชาติ”

ขณะเดียวกัน ได้ออก 4 คำสั่ง 2 ประกาศ ได้แก่ 1.คำสั่งให้การจดทะเบียน หากมีกรรมการ ผู้ถือหุ้น หุ้นส่วนเป็นบุคคลในบัญชีม้า ต้องมาแสดงตัว และยื่นหลักฐานการเงินย้อนหลัง 3 เดือน 2.คำสั่งให้บุคคลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากมีชื่อมาจดทะเบียน เป็นกรรมการ ต้องมาแสดงตัว และหลักฐานการเงิน 3.คำสั่งมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนไม่ถึง 50% หรือเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้นคนไทยต้องแสดงหลักฐานการเงิน และ 4.คำสั่ง หากจดบริษัทมีที่ตั้งเดียวกัน ต้องแสดงหนังสือยินยอมหรือหลักฐานแสดงสิทธิ

และ 2 ประกาศ คือ ประกาศกำหนดบุคคลที่ผู้ขอจดทะเบียน จะลงลายมือชื่อต่อหน้า เช่น ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี สมาชิกเนติบัณฑิตยสภา (ทนายความ) และประกาศบุคคลที่จะเป็นผู้รับรองการลงลายมือชื่อต่อหน้าของกรรมการและหุ้นส่วนได้ ต้องลงทะเบียนพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านระบบก่อน ซึ่งมาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

สกัดบัญชีม้า HR-03

นอกจากนี้ กรมยังจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นบัญชีม้า หรือนอมินี รวมถึงบุคคลที่อยู่ในบัญชีม้า HR-03 ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และการนำรายชื่อของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) มาใช้ในการจดทะเบียน มาเป็นกรรมการ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 4,454 ราย เพื่อสกัดไม่ให้เข้ามาเปิดบัญชีม้านิติบุคคล เพื่อทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือใช้ในการหลอกลวงคนไทย

“กรมยังได้เดินหน้าตรวจสอบบัญชีและงบการเงินกลุ่มเสี่ยงนอมินี โดยจะตรวจสอบบัญชีของธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินี 2,542 ราย และตรวจสอบบัญชีและงบการเงินนิติบุคคล ที่มีชื่อคนในบัญชี HR-03 อยู่ในบริษัท ทั้งเป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ หรือหุ้นส่วน 2,012 ราย และจะตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน เป้าหมาย 21,459 ราย โดยมีทั้งการลงทุนโดยตรง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การครอบครองเพื่อการเกษตรกรรม และการถือครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

ทั้งนี้ การที่จะเข้าไปตรวจสอบการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน เป้าหมาย 21,459 บริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว มากสุดที่ภูเก็ต พัทยา สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนเชียงใหม่ก็มีพอสมควร

พฤติกรรมเสี่ยงค้าที่ดิน

โดยพฤติกรรมเสี่ยงที่กระทำนั้น จะดำเนินการใช้ผู้แทน สำนักงาน ในการถือหุ้นบริษัทเข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน และประเทศที่เข้ามามีทุกชาติ โดยประเทศที่กรมจับตา เช่น รัสเซีย อิสราเอล ยุโรป อินเดีย จีน เป็นต้น

“พฤติกรรม คือ การเข้าไปถือครองที่ดิน ซึ่งก็จะเป็นในพื้นที่เศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว ส่วนการเข้ามาขอส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง หรือเข้ามาผ่านการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) ซึ่งจะมีกฎระเบียบในการให้ต่างชาติ สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน เพื่อทำการลงทุน ก่อสร้าง โรงงานก็เป็นไปตามกฎหมาย โดยจะระบุชัดเจน จึงไม่มีปัญหา หรือกระทำความผิดอะไร แต่หากมาในรูปแบบลงทุนจริงและธุรกิจไม่อยู่ในบัญชีแนบท้ายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ แต่ถ้าถือหุ้น 50% ขึ้นไป ไม่ร่วมทุน ก็ถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้”

สำหรับโทษของการค้าที่ดิน จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนถึง 1 ล้านบาท โทษตามมาตรา 36 ของพระราช
บัญญัติของการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ส่วนตามกฎหมายที่ดินก็จะมีโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เอาจริงสกัด ตปท.ซื้อที่ดิน

และสุดท้าย ที่เราจะดำเนินการอย่างจริงจังในปีนี้ คือ การตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามกฎหมายที่ดินแล้วไม่สามารถถือครองได้ และตามกฎหมายต่างด้าวก็ห้ามมิให้ต่างชาติค้าที่ดิน ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะเข้าไปตรวจสอบ 21,459 ราย ซึ่งเราจะเริ่มจากการร่วมประชุมกับ 17 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดแนวทาง แผนงานที่จะดำเนินการเข้าไปตรวจสอบที่ดินของต่างชาติ จะดำเนินการอย่างไร ตรวจสอบอย่างไร ซึ่งที่ยอมไม่ได้เลยก็คือ มีการมาซื้อที่ดินแปลงใหญ่ มาพัฒนา จัดสรร และขาย อีกส่วนคือ ซื้อที่ดินมาทำการเกษตร ทำนา ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ต้องจัดการให้หมด

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ดำเนินการทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่กรมต้องการที่จะดำเนินการป้องกันและปราบปรามนอมินี ทุนเทา และเราก็ยอมไม่ได้ที่จะให้ต่างชาติมาครอบครองพื้นที่เกษตรกรรม พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าที่ดิน จัดสรร ขายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวไม่ใช่ประโยชน์ของประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแผนปราบนอมินี-ทุนเทา ‘กรมพัฒน์’ ฮึ่มสกัดต่างชาติฮุบที่ดินไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...