ท็อปส์ อัพเกรดของไหว้ตรุษจีนปีมะเมียเพิ่มคาเวียร์-ล็อบสเตอร์ ชิงอำนาจซื้อ Gen X-Y ดันยอดขายโต 20%
ท็อปส์ เปิดอินไซต์กำลังซื้อตรุษจีนปีมะเมียผู้บริโภค "ฉลาดเลือก" คุณภาพนำโปรโมชันภายใต้แรงกดดันค่าครองชีพ ชูจุดแข็ง AI วิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าเชิงลึกเจาะกลุ่ม Gen X และ Gen Y ที่มีอำนาจซื้อสูงสุด เร่งขยายช่องทาง O2O และ Pre-order แก้ Pain Point ลูกค้าเมือง ตอบโจทย์ความสะดวกและการไหว้ที่ถูกต้องตามประเพณีคาดเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน หนุนภาคค้าปลีกฟื้นตัวหลังเผชิญวิกฤต Perfect Storm ในปีที่ผ่านมา
22 มกราคม 2569:ท็อปส์ (Tops) ภายใต้เครือเซ็นทรัล รีเทล ประกาศทิศทางธุรกิจในเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย 2569 ชูแคมเปญ “THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026” มุ่งเป้ายอดขายเติบโต 20% ผ่านการยกระดับสินค้ากลุ่มพรีเมียม อาทิ คาเวียร์ และล็อบสเตอร์ ในเซ็ตของไหว้ราคาเริ่มต้น 399-4000++ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อสูงที่เน้นคุณภาพมากกว่าราคา พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำ
เศรษฐกิจไทย: ก้าวพ้น 'Perfect Storm' สู่ปีแห่งการฟื้นตัว
22 มกราคม 2569: นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ค้าปลีกช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 โดยระบุว่าแม้ปีที่ผ่านมาภาคธุรกิจจะเผชิญกับสภาวะ "Perfect Storm" ทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ และการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ แต่ในปี 2569 คาดว่าจะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ปี 2026 จากการคาดการณ์ของ SCB ระบุว่าภาพรวมตลาดค้าปลีกไทยในปี 2569 มีการเติบโตราวๆ 3.7% ใกล้เคียงกับปี 2025จากความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากแม้คนจะระมัดระวังการจับจ่ายแต่สินค้าจำเป็นยังต้องใช้ บวกกับการกระตุ้นของ E-commerce ที่เติบโตอย่างร้อนแรง รวมถึง Consumer Debt ส่งผลให้ภาพรวมตลาด Modern Trade และ Retail ทั้งหมดยังมีการเติบโต
หากเจาะลึกตลาดช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2568 พบว่ามีเงินสะพัดประมาณ 50,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าประมาณ 4.5% - 4.6% และปีนี้ตรุษจีนตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ คาดว่าเงินสะพัดจะเติบโตประมาณ 5-10% ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างทั้งโมเมนตัมจากปีที่ผ่านมาและกำลังซื้อ จากผลสำรวจพบว่าผู้คนยังให้ความสำคัญกับความหวังและความเชื่อ การไหว้บรรพบุรุษเพื่อขอโชคลาภและสุขภาพ เมื่อบวกกับการรักษาวัฒนธรรมทำให้ภาพรวมดีขึ้นประมาณ 5-10%
"ปีที่ผ่านมาคือ Perfect Storm ที่ไม่น่าจะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว เราเผชิญกับความท้าทายหลายด้านจนเกิดภาวะชะลอการจับจ่าย แต่ในปีมะเมียนี้เชื่อว่าเป็นปีแห่งความหวังและการฟื้นตัว เป็นปีม้าที่รุ่งโรจน์และยังเป็นปีที่ท็อปส์ครบรอบ 30 ปี อีกด้วย"
5 เทรนด์สำคัญ: Gen X และ Gen Y ผู้กุมอำนาจการจับจ่าย
ท็อปส์เปิดเผยผลสำรวจอินไซต์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ 5 ประการ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในปีนี้:
- กลุ่ม Gen X & Gen Y ผู้คุมบังเหียนความเชื่อและการใช้จ่าย : Key Decision Makers หลักของการจับจ่ายช่วงตรุษจีนยังคงเป็นกลุ่ม Gen X (48%) และ Gen Y (30%) โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงบน และอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (80%) โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้าตามประเพณีอย่างเคร่งครัด (44%) ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านก่อนวันไหว้ การสวมเสื้อผ้าใหม่ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่เป็นมงคล
- คุณภาพชนะราคา: ผู้บริโภค 84% ยืนยันว่าผลไม้มงคลคือรายการสินค้าที่ "ต้องมี" และ 55% ตัดสินใจซื้อโดยไม่พึ่งโปรโมชัน เนื่องจากมองว่าการไหว้สิ่งดีๆ คือการลงทุนเพื่อความเป็นสิริมงคล
- การวางแผนที่ชาญฉลาด (Smart Planner): ภายใต้ความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ผู้บริโภคกว่า 57% กังวลเรื่องราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น และ 36% กังวลภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen X ส่งผลให้ผู้บริโภค 40% วางแผนการซื้อและกำหนดงบประมาณล่วงหน้าอย่างละเอียด ขณะที่ 36% มีแนวโน้มใช้จ่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการควบคุมงบการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนไม่ให้เกิน 2,500 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 53%
- ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อม (Conscious Consumer): เทรนด์การลดขยะอาหาร (Food Waste) มาแรง โดย 63% เลือกซื้อของไหว้ในปริมาณที่พอเหมาะ ลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทรนด์ Sustainability ที่เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเมือง
- ความสะดวกคือหัวใจ: แม้ช่องทางออฟไลน์ยังครองสัดส่วนยอดขายถึง 96% ในช่วงตรุษจีน แต่ผู้บริโภคต้องการบริการแบบ One Stop Shopping ที่ครบวงจร โมเดิร์นเทรดกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่าย (67%)
“การใช้จ่ายในช่วงตรุษจีน ส่วนใหญ่ยังอยู่ที่อาหารและเครื่องดื่ม 52% จากการรวมตัวของครอบครัว ส่วนการใช้จ่ายด้านอั่งเปาอยู่ที่ 29% สินค้าขายดี 3 กลุ่มแรกได้แก่ กลุ่ม Cleaning กลุ่มอาหารสดและสินค้าเพื่อการปรุงอาหาร (Cooking)”
Pain Point ผู้บริโภค: เมื่อความสะดวกและงบประมาณคือโจทย์ใหญ่ของรีเทล
อย่างไรก็ดีจากการติดตามพฤติกรรมลูกค้าขิงท็อส์พบว่า Pain Point สำคัญของผู้บริโภคในเทศกาลตรุษจีนประกอบด้วย1. ความกังวลว่าจะทำผิดประเพณี 2. ความยุ่งยาก 3. ความกังวลเรื่องงบประมาณ 4. ต้องการความสะดวก”
“เราพยายามแก้ปัญหาให้ลูกค้าแบบครบวงจร แก้ความกังวลเรื่องธรรมเนียมการไหว้โดยมี ‘หมอช้าง’ มาให้คำแนะนำแนะนำเลือกจัดเซ็ทของไหว้ที่ครบ ปัญหาความยุ่งยากตระเวนหาของ ท็อปส์ใช้ One Stop Shopping มีทุกอย่างครบจบในที่เดียว
สำหรับเรื่องงบประมาณ ลูกค้าสามารถเลือกสั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) เพื่อคุมค่าใช้จ่าย หรือจะรอรับดีลพิเศษที่ AI คัดมาให้เฉพาะบุคคลผ่านระบบสมาชิก และปัญหาเวลาที่เร่งรีบมีบริการ O2O ที่เชื่อมต่อออนไลน์กับหน้าร้านให้ช้อปได้ทุกช่องทางตามสะดวก โดยแคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ถึง 17 กุมภาพันธ์ ครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเตรียมตัวจนถึงวันไหว้”
ยุทธศาสตร์ A.C.E. และ AI ยกระดับ Personalized Marketing เจาะรายบุคคล
เพื่อตอบโจทย์ Pain Point เรื่องความกังวลในการเลือกของไหว้และความยุ่งยากในการหาซื้อสินค้า ท็อปส์ได้ขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก:
A - Assortment: คัดสรรสินค้าพรีเมียมที่ผสานความเชื่อเข้ากับไลฟ์สไตล์ อาทิ ชุดไหว้คาเวียร์ ล็อบสเตอร์ และผลไม้นำเกรดพรีเมียม โดยมีการร่วมมือกับ หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา เพื่อการันตีความถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์
C - Connect & Customer Empowerment: การใช้ AI-Powered Lifestyle Segmentation วิเคราะห์ข้อมูลจาก The 1 Ecosystem เพื่อส่งมอบข้อเสนอแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization) ทั้งกลุ่มลูกค้าปัจจุบันและกลุ่มที่หายไป (Lapsed) ให้กลับมาใช้จ่าย
E - Experience: พัฒนาประสบการณ์แบบ O2O (Online to Offline) อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการทำ Pre-order ซึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 6.3% ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับสินค้าครบถ้วนและควบคุมงบประมาณได้
ปักธงรายได้โต 20%: มั่นใจอานิสงส์ Pre-order และฐานลูกค้า 850 สาขาทั่วประเทศ
ข้อมูลเชิงสถิติของท็อปส์ระบุว่า "วันจ่าย" คือช่วงเวลาที่ยอดขายพุ่งทะยานสูงสุด โดยมียอดเติบโตถึง 188% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ และมีขนาดตะกร้าสินค้า (Basket Size) เพิ่มขึ้นถึง 64% โดยสินค้าขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, อาหารสด และสินค้าปรุงอาหาร
"แต่ละไตรมาสจะมีฮีโร่ของตัวเอง ตรุษจีนเป็นฮีโร่ของไตรมาส 1 และสงกรานต์ไตรมาส 2 ปีนี้เราตั้งเป้าเติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 20% จาก 1. ลูกค้าประจำซื้อมากขึ้น 2. ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยซื้อสินค้าตรุษจีนที่ Tops และ 3. กลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อแล้วหายไป ซึ่งมีศักยภาพในกาาต่อยอดได้ โดยมี 850 สาขาและ AI มา Capture ลูกค้าเหล่านี้
ประกอบกับตรุษจีนอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งมีหลายบรรยากาศในการจับจับจ่าย สิ่งที่สนใจคือในบริบทตรุษจีนปีนี้คนพรีออเดอร์มากขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าได้ของครบและคุมงบประมาณได้ดังนั้นปีนี้น่าจะเติบโตได้ดีจากปีที่แล้วที่โต Double Digit
และปีนี้ Tops ครบรอบ 30 ปี เราจะมีสิ่งใหม่ๆ ทุกไตรมาส ออกมากระตุ้นตลาดพร้อมกับคุมราคาสินค้าให้เป็นไปตามแนวโน้มตลาด โดยเน้นการหาของคุณภาพที่คุ้มค่า” นายจักรกฤษณ์กล่าวสรุป