โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประชามติ “เห็นชอบ” เดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร ในรัฐบาลขั้ว “น้ำเงิน – แดง”

Thai PBS

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ท่านเห็นชอบว่าสมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

คำถามบนบัตรสีเหลืองที่หลายคนน่าจะได้เห็นพร้อม ๆ กันเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ผลการโหวตอย่างไม่เป็นทางการชี้ชัดให้เห็นว่า ประชาชนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติส่วนใหญ่ “กาเห็นชอบ” ให้สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปิดประตูบานแรกสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากที่ใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่มีที่มาจากคณะรัฐประหารเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว

ในโอกาสนี้ The Active ชวนดูข้อมูลของการออกเสียงประชามติครั้งนี้ และหนทางไปต่อซึ่งยังถือว่าอีกยาวไกล แม้จะผ่านด่านแรกไปแล้วก็ตาม

ประชามติ

ภาพรวม เห็นชอบเกือบ 60%

ข้อมูลผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ณ วันที่ 10 ก.พ. 69 เวลา 17:45 น. (นับแล้ว 94%) ของ กกต. ระบุสถิติการนับคะแนนประชามติว่า มีผู้มาใช้สิทธิ 34,298,595 คน จากผู้มีสิทธิ 52,922,923 คน คิดเป็น 64.81%

โดยจำนวนบัตรทั้งหมดแบ่งเป็น บัตรดี 33,423,528 ใบ (คิดเป็น 97.45%) และบัตรเสียทั้งฉบับ 875,067 ใบ (คิดเป็น 2.55%)

จากจำนวนบัตรดีทั้งหมด แบ่งเป็น กาเห็นชอบ 19,978,736 ใบ (คิดเป็น 59.77%) กาไม่เห็นชอบ 10,553,327 ใบ (คิดเป็น 31.58%) และกาไม่แสดงความคิดเห็น 2,891,465 ใบ (คิดเป็น 8.65%)

ผู้มาใช้สิทธิกว่า 3.34 แสนเสียง หายไปไหน ?

การเลือกตั้ง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ รวม 3 ใบ มีผู้มีสิทธิทั้งหมดเท่ากันที่ 52,922,923 คน

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ กกต. รายงาน ณ ปัจจุบัน พบว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงของบัตรแต่ละประเภทกลับไม่เท่ากัน

เช่น ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.เขต หรือบัตรสีเขียว 34,632,581คน (คิดเป็น 65.44%), ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ หรือบัตรสีชมพู 34,565,642 คน (คิดเป็น 65.31%) และผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หรือบัตรสีเหลือง 34,298,595 คน (คิดเป็น 64.81%)

หมายความว่ามีคนหายไปกว่า 333,986 คน (ผลต่างระหว่าง สส.เขต และ ประชามติ)

การหายไปนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กระบวนการรายงานเลขของ กกต. ที่ส่งผลให้จำนวนผู้มีสิทธิของบัตรแต่ละประเภทไม่เท่ากัน แม้แต่บัตรที่รับเข้ามาพร้อมกันอย่าง บัตรสีเขียว (สส.เขต) และบัตรสีชมพู (สส.บัญชีรายชื่อ) ซึ่งก็ยังเป็นคำถามที่ภาคประชาชนจับตาและตั้งคำถามว่าทำไมบัตรแต่ละเขตจึงไม่เท่ากัน บัตรเหล่านี้เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อย่างไร รวมถึงเรียกร้องให้ กกต. นับบัตรเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ผ่าน #นับใหม่ทั้งปรระเทศ และเปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้งที่ 100%

หรืออาจมาจากการกำหนดวันเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้ง สส. มีให้เลือกล่วงหน้านอกเขต (ในวันที่ 1 ก.พ. 2569) และเลือกตั้งในวันจริง ในขณะที่การออกเสียงประชามติ มีเพียงออกเสียงนอกเขต (ไม่มีล่วงหน้า) จึงสามารถออกเสียงได้เฉพาะวันที่ 8 ก.พ. 2569 เท่านั้น

หรืออาจเกิดขึ้นจากการแบ่งคูหาในวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ที่ต้องรับบัตรทั้งหมด 2 ครั้ง และเข้าคูหาทั้งหมด 2 รอบ อาจทำให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งบางส่วนไม่รู้ จึงออกเสียงแค่ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้รับบัตรสีเหลือเพื่อออกเสียงประชามติอีกรอบ

เหลือออกเสียงอีก 2 ครั้ง กว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่

แม้การทำประชามติครั้งแรกจะผ่านพ้นไปแล้ว เปิดประตูบานแรกสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ยังมีอีกหลายขั้นตอนให้ฟันฝ่า รวมถึงการทำประชามติอีก 2 ครั้ง

หลังจากผลการทำประชามติรอบแรกผ่านแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือ รัฐสภาชุดใหม่จะพิจารณาแก้ไข มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ว่าด้วยวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรัฐสภาพิจารณาทั้งหมด 3 วาระ

เมื่อพิจารณาเสร็จจสิ้นแล้ว จะต้องมีการทำประชามติ ครั้งที่ 2 โดยแนวคำถามที่อาจเกิดขึ้น คือ “เห็นชอบกับเนื้อหาสำคัญและวิธีการในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

หากผลเห็นชอบมากกว่าในการทำประชามติ ครั้งที่ 2 จะนำไปสู่การให้ได้มาซึ่งผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการรับฟังความเห็น และยกร่างใหม่ทีละมาตรา จนได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ท้ายที่สุด จะเป็นการออกเสียงประชามติ ครั้งที่ 3 ซึ่งอาจถามว่า “เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

หากผ่านก็จะทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ และยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญปี 2560

การเดินหน้าจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงเข้ามาเป็นอันดับ 1 อย่าง “พรรคภูมิใจไทย” ที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 วันมานี้ ทำให้พอเห็นทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะมี พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรครวมพลังประชาชน และพรรคใหม่ ที่รวมกันแล้วเวลานี้มีอย่างน้อย 280 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่รวมพรรคที่มีแนวโน้มจะร่วมรัฐบาลสูงจากการประกาศตัวในการสนับสนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้อย่าง พรรคไทรวมพลัง

ขณะที่ พรรคกล้าธรรม จะเป็นพรรคการเมืองลำดับถัดไปที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยจะทำการเจรจาด้วย ซึ่งหากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามสูตรนี้ รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย จะมีที่นั่งในสภาฯ มากถึง 344 ที่นั่ง

ดังนั้น จึงต้องจับตากันต่อว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร กรอบเนื้อหาที่จะนำไปสู่ประตูบานถัดไปในการออกเสียงประชามติครั้งที่ 2 และ 3 จะเป็นแบบไหน และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะยึดโยงกับประชาชนหรือเปล่า

เพราะแม้การทำประชามติครั้งแรกจะผ่านไปแล้วด้วยการ“เห็นชอบ” เพื่อเปิดประตูบานแรกสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ยังมีอีกหลายขั้นตอนให้ฟันฝ่า รวมถึงการทำประชามติอีก 2 ครั้งจะเดินหน้าแบบไหน ท่ามกลางความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งและประชามติ 8 ก.พ. ที่ยังไม่มีข้อสรุป

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ย้ำแนวคิด ‘ผู้เสพคือผู้ป่วย’ ปิดช่องโหว่ชุมชน CBTx หลังพบผู้เข้าบำบัดครบโปรแกรมแค่ 10%

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มิจฯ ไม่ได้มีเยอะแค่ไทย! FBI เตือนหลอกลวงช่วงวันวาเลนไทน์

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...