หุ้นไทย หลังเลือก ตั้ง 4 วันทำการดัชนีปรับขึ้น 6.4 % ดันมาร์เก็ตแคปพุ่ง 1.2 ล้านล้านบาท
หุ้นไทย แกร่งหลังเลือกตั้งปี 69 แค่ 4 วันทำการ ดัชนีปรับขึ้นแรง 6.4% มาร์เก็ตแคป 18.2 ล้านล้านบาท แซงตลาดตราสารหนี้ ความมั่งคั่งนักลงทุนเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านล้านบาท เอเซีย พลัส แนะกลยุทธ์ "Let Profit Run" สวนกระแสโลกผันผวน แนะเก็บหุ้นแถวสอง
วันที่ 13 ก.พ.2569 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ตลาดหุ้นไทย (SET Index) แสดงความแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สวนทางกับตลาดหุ้นโลกที่เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรและความผันผวนจากความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว
หุ้นไทยฟื้นตัวแรง รับความชัดเจนทางการเมือง ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า หลังผ่านการเลือกตั้งมาได้เพียง 4 วันทำการ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่า 6.4% ส่งผลให้นักลงทุนมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 1.2 ล้านล้านบาท โดยมีสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญ ดังนี้
- สภาพคล่องกลับสู่ภาวะปกติ โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยสัปดาห์นี้ (WTD) สูงถึง 7.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดอย่างหนาแน่น
- โครงสร้างตลาดดูดีขึ้นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของหุ้นไทยกลับมาอยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท แซงหน้ามูลค่าตลาดตราสารหนี้ (18.06 ล้านล้านบาท) ได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นรองในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
- สถิติหลังเลือกตั้งหนุน จากสถิติย้อนหลัง 6 ครั้ง พบว่าในช่วง 1 เดือนหลังเลือกตั้ง หุ้นไทยมักปรับตัวขึ้นต่อเฉลี่ย +2.5% ถึง +2.6% โดยมีความน่าจะเป็นถึง 67% ที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวก
จับตาไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ช่วงสูญญากาศระหว่างรอการรับรองผลเลือกตั้งจนถึงการจัดตั้งรัฐบาล (ก.พ. – มิ.ย. 69) เป็นช่วงที่ต้องติดตาม หากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีความแข็งแกร่ง (สถานการณ์ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำด้วยเสียง 193 เสียง) และไม่มีวิกฤตแทรกซ้อน สถิติชี้ว่าตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวก โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7.8% ในช่วงรอดังกล่าว
กลยุทธ์การลงทุน : "Let Profit Run" และเก็บหุ้นแถว 2
บล. เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ "Let Profit Run" สำหรับพอร์ตหลัก และแบ่งเงินมาเข้าซื้อสะสมหุ้นแถว 2 (Laggard) ที่ยังมี Upside เปิดกว้างเกิน 20% โดยมีหุ้นแนะนำเด่น ได้แก่ SJWD, PR9, BEM, BDMS, MTC, PLANB, CBG, AP, TIDLOR, และ GPSC