โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 01.07 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 ก.พ. 69 8:07: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 62.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.77%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 67.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.88 ดอลลาร์ หรือ 2.71%

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) จากแรงกดดันที่ลดลงในฝั่งอุปสงค์ ความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลายลง รวมถึงการคาดการณ์ว่าปริมาณอุปทานน้ำมันจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

*** ราคาทองคำร่วงแรง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี AI ที่ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ในวงกว้าง โดยแรงขายส่วนหนึ่งมาจากการซื้อขายด้วยระบบอัลกอริทึมที่ยิ่งเร่งให้ราคาปรับตัวลงเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาเงินและทองแดงยังลดลงตามไปด้วย

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลง หลังนักลงทุนประเมินว่า AI อาจกระทบต่อกำไรของบางบริษัทในอนาคต ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขายเป็นวงกว้าง ไมเคิล บอล นักกลยุทธ์มหภาค ระบุว่า การร่วงลงอย่างหนักของทองคำซึ่งไม่มีปัจจัยกระตุ้นชัดเจน อาจขยายผลจากแรงขายในฝั่งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ (CTA) ที่ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ในการซื้อขายตามทิศทางราคา

ราคาทองคำลดลงสูงสุดถึง 4.1% ส่วนราคาเงินดิ่งลงถึง 11% ขณะที่ทองแดงในตลาด London Metal Exchange ลดลง 2.9% ก่อนที่โลหะเหล่านี้จะฟื้นตัวขึ้นบางส่วนในเวลาต่อมา

*** กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 227,000 ราย (หลังปรับตามฤดูกาลแล้ว) ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ก.พ. ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 222,000 ราย

แม้จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะลดลงน้อยกว่าที่คาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การปรับตัวดังกล่าวยังสอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ที่เห็นว่าตลาดแรงงานกำลังเริ่มทรงตัว หลังจากเผชิญภาวะชะลอตัวในช่วงปีที่ผ่านมา

*** รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ระบุว่า ชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระเกือบทั้งหมดจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยภาษีนำเข้าประมาณ 90% ที่เก็บจากสินค้านำ ถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคและภาคธุรกิจในสหรัฐฯ ซึ่งสวนทางกับแนวคิดของรัฐบาลที่ระบุว่า ต่างชาติเป็นผู้จ่ายภาษีดังกล่าว

*** ทำเนียบเครมลินระบุว่า รัสเซียกำลังหารืออย่างจริงจังเกี่ยวกับการมอบความช่วยเหลือแก่คิวบา ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง และส่งสัญญาณเมินคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตือนจะคว่ำบาตรประเทศใดก็ตามที่ส่งน้ำมันให้คิวบา

*** นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า เพื่อเข้าร่วมการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่งเป็นความริเริ่มของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทั่วโลก โดยแหล่งข่าวยังระบุว่า อาจมีการประกาศข้อตกลงเชิงพาณิชย์ด้านการบินร่วมด้วย

*** เกษตรกรอินเดียชุมนุมทั่วประเทศเพื่อประท้วงข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ โดยผู้ชุมนุมระบุว่าอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมภายในประเทศ สะท้อนถึงความท้าทายที่นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญ ขณะพยายามลดภาษีของสหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรมของอินเดีย

*** นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำหลายรายของจีนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนคลายข้อจำกัดการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าและออกนอกประเทศ โดยให้เหตุผลว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐเปิดโอกาสในการยกระดับบทบาทของเงินหยวนในเวทีโลกครั้งใหญ่ ด้วยการเพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนได้อย่างเสรีมากขึ้น

*** ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงงบประมาณวานนี้ (12 ก.พ.) ว่า รัฐบาลจะมอบเงินช่วยเหลือโดยตรงให้ครัวเรือน พร้อมออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มแรงงาน ผู้สูงอายุ และธุรกิจขนาดเล็ก นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเตรียมผลักดันการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคส่วนสำคัญ และเปิดทางให้บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายด้าน AI ไปใช้หักลดหย่อนภาษีและขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่น ๆ ได้ แผนการใช้จ่ายของสิงคโปร์มีแนวโน้มจะเป็นปัจจัยบวกต่อผู้บริโภคและภาคค้าปลีก และอาจช่วยหนุนตลาดหุ้นท้องถิ่นเพิ่มเติม หลังดัชนีเพิ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดัชนี Straits Times Index ของสิงคโปร์ ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 5,000 จุดเป็นครั้งแรกก่อนการแถลงงบประมาณ และปิดบวก 0.7% ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยตั้งแต่ต้นปี ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 8%

*** เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ลงนามในข้อตกลงการค้าเกี่ยวกับการเก็บภาษีตอบโต้ฉบับสุดท้าย ยืนยันอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจากไต้หวันที่ 15% ขณะเดียวกัน ไต้หวันให้คำมั่นจะทยอยยกเลิกหรือปรับลดภาษีสำหรับสินค้าสหรัฐฯ เกือบทั้งหมดตามกรอบเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ ไต้หวันจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 20252029 โดยรวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และน้ำมันดิบมูลค่า 44,400 ล้านดอลลาร์ อากาศยานและเครื่องยนต์สำหรับการบินพลเรือนมูลค่า 15,200 ล้านดอลลาร์ รวมถึงอุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์ทางทะเล และอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเหล็ก มูลค่ารวม 25,200 ล้านดอลลาร์

*** Anthropic ผู้พัฒนาแชตบอต Claude ระดมทุนได้ 30,000 ล้านดอลลาร์ในการระดมทุนรอบล่าสุด ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นกว่าสองเท่า แตะ 380,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความสนใจอย่างล้นหลามของนักลงทุนต่อบริษัท รวมถึงอุตสาหกรรม AI โดยรวม

*** บริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ของโลกยังคงเดินหน้าลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีท่าทีคัดค้านการกำหนดราคาคาร์บอนทั่วโลกก็ตาม ข้อมูลจากผู้บริหารบริษัทและการวิเคราะห์ของรอยเตอร์ระบุว่า อุตสาหกรรมเดินเรือ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 3% ของทั้งโลก กำลังเผชิญแรงกดดันจากยุโรป บราซิล และอีกหลายประเทศให้เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

*** หุ้นกลุ่มนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง นำโดยหุ้นของ CBRE Group ดิ่งลง 12.8%ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ Oppenheimer ระบุว่า การปรับตัวลงครั้งนี้น่ากังวลเป็นพิเศษ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่หุ้น CBRE เคยร่วงแรงคือช่วงการระบาดของโควิด-19 และช่วงวิกฤตการเงินโลกเท่านั้น

แรงเทขายดังกล่าวสะท้อนบรรยากาศเชิงลบในตลาด ซึ่งนักลงทุนปรับพอร์ตเลี่ยงบริษัทที่ถูกมองว่าเสี่ยงต่อการถูกดิสรัปต์จาก AI โดยเริ่มจากหุ้นซอฟต์แวร์ ก่อนลามมาสู่กลุ่มการเงิน และล่าสุดกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์

*** หุ้น Apple ร่วงลง 5% ทำสถิติดิ่งแรงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025 และล้างกำไรที่ทำได้ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ราคาหุ้นติดลบราว 4% ในปี 2026 หลังมีรายงานว่าแผนอัปเดต Siri อาจล่าช้ากว่ากำหนด

*** หุ้น Pinterest ดิ่งลง 20% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด หลังบริษัทรายงานกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด และคาดการณ์แนวโน้มรายได้ที่อ่อนแอ

บริษัทคาดว่ายอดขายไตรมาสแรกจะอยู่ระหว่าง 951971 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 980 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน Pinterest ระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนทั่วโลก (MAUs) ในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 619 ล้านราย สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ที่ 613 ล้านราย

*** หุ้นของ Cisco Systems ร่วงลง 12% ในวันพฤหัสบดี ถือเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นเริ่มกดดันต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัท

สาเหตุหลักมาจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากดาต้าเซ็นเตอร์ด้าน AI จนเกิดภาวะขาดแคลนทั่วโลก และดันราคาชิ้นส่วนดังกล่าวสูงขึ้น คำสั่งซื้อจำนวนมากสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ยังเบียดกำลังการผลิตของอุปกรณ์อื่น เช่น สมาร์ทโฟน ส่งผลให้หลายบริษัทเทคโนโลยีได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น Apple, Dell และผู้ผลิตชิปอย่าง Qualcomm ซึ่งเคยเตือนถึงปัญหานี้มาก่อน และล่าสุด Cisco ก็เริ่มเผชิญแรงกดดันเช่นเดียวกัน

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...