โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอยเลื่อนคลองมะลุ่ยขยับตัว ส่งผลแผ่นดินไหวที่สุราษฎร์ธานีแล้ว 13 ครั้ง ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร

JS100

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 03.40 น. • JS100:จส.100
รอยเลื่อนคลองมะลุ่ยขยับตัว ส่งผลแผ่นดินไหวที่สุราษฎร์ธานีแล้ว 13 ครั้ง ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร

ในช่วงวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เกิดกลุ่มแผ่นดินไหวขนาดตั้งแต่ 1.9-3.2 จำนวน 13 ครั้ง บริเวณตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เวลา 02.07 น. ขนาด 3.2 ที่ระดับความลึก 2 กิโลเมตร ห่างจากสันเขื่อนรัชชประภาที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านตาขุน ที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 21 กิโลเมตร

สาเหตุเกิดจากการเลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ที่มีทิศทางการวางตัวในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีการเลื่อนตัวตามแนวระนาบเหลื่อมซ้าย (Left lateral strike slip fault) จัดเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก (Minor) โดยการรับรู้ความรุนแรงของแผ่นดินไหวตามมาตราเมอร์คัลลี อยู่ในระดับ 2-3 (เบามาก) คนที่อยู่กับที่จะรู้สึกว่าพื้นสั่น

มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนในบางพื้นที่บริเวณตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่มีรายงานความเสียหาย ทั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และเจ้าหน้าที่เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ได้รายงานและยืนยันว่าแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อนรัชชประภาและเขื่อนต่างๆ รวมทั้งโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โดยได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพเขื่อนแล้วพบว่า มีสภาพมั่นคงแข็งแรงปกติ ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยของเขื่อนและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทยและพร้อมจะติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดต่อไป

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็กขนาด 1.9-3.2 ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวที่ทำให้ประชาชนรู้สึกได้ แต่ไม่กระทบต่อโครงสร้างอาคาร แผ่นดินไหวที่จะกระทบต่อโครงสร้างอาคารจะต้องเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลางมีขนาดตั้งแต่ 4-5 ขึ้นไป ซึ่งยังขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของอาคารด้วย

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งเป็น 1 ใน 16 รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย โดยรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยนี้นอกจากจะกระทบต่อ จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว ยังมีผลต่อ จ. กระบี่ พังงา ภูเก็ต ด้วย แต่เนื่องจากในคราวนี้ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงเกิดการสั่นไหวของพื้นดินที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นหลัก

ศ.ดร.อมร กล่าวต่อว่า จ.สุราษฎร์ธานี จัดเป็นบริเวณที่ 1 ตามกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน และความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารต้านแผ่นดินไหว ปี 2564 ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าอาคารอาจได้รับผลกระทบจากการสั่นไหว ครอบคลุมจังหวัด กระบี่ ชุมพร พังงา ตรัง นครพนม นครศรีธรรมราช บึงกาฬ ประจวบคีรีขันธ์ พิษณุโลก เพชรบุรี เลย สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานีและหนองคาย ที่ผ่านมามีแผ่นดินไหวในบริเวณนี้บ้าง แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริเวณที่ 1 ของกฎกระทรวงฯ จะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้น้อยกว่าบริเวณที่ 2 (กรุงเทพฯและปริมณฑล) และ บริเวณที่ 3 (ภาคเหนือและตะวันตก) ก็ยังคงต้องเผ้าติดตามการเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยว่าในอนาคตจะมีทิศทางการเกิดขึ้นอย่างไรต่อไป และอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่อยู่ในบังคับของกฎกระทรวงฯ ควรจะได้รับการออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหวในระดับที่เหมาะสมด้วย

#แผ่นดินไหวสุราษฎร์ธานี

#กรมทรัพยากรธรณี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...