"อนุดิษฐ์" โต้ข่าวหลุดวงโคจร บอกยังไม่ถึงเวลาจับขั้ว ชี้ ยังเร็วเกินสรุป หากเลือกตั้งใหม่ ตัวเลขอาจเปลี่ยน
"อนุดิษฐ์" โต้ข่าวหลุดวงโคจร บอกยังไม่ถึงเวลาจับขั้ว ชี้ ยังเร็วเกินสรุป หากเลือกตั้งใหม่ ตัวเลขอาจเปลี่ยน
วันที่ 22 ก.พ. 2569 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์กับ The Room 44 กรณีกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอาจไม่ได้ร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า นักวิเคราะห์การเมืองมีสิทธิประเมินแนวโน้มรัฐบาลชุดใหม่จากตัวเลขและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในทางปฏิบัติยังเร็วเกินไปจะสรุปว่ารัฐบาลจะประกอบด้วยพรรคใดบ้าง
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เห็นสอดคล้องกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า การพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาลในเวลานี้ยังเร็วเกินไป เพราะต้องรอความชัดเจนเรื่องจำนวน สส. ของแต่ละพรรค โดยตามกฎหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องประกาศรับรองผลภายใน 60 วัน คือไม่เกินวันที่ 9 เม.ย. 2569
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะบัตรสีชมพูแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งอาจกระทบต่อจำนวน สส. ถึง 100 คน และอยู่ระหว่างการพิจารณาของหลายหน่วยงาน ทั้งศาลทุจริต ศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน และอาจนำไปสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
เขาระบุว่า หากท้ายที่สุดมีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือจำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อสมการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น การเจรจาแบ่งสรรตำแหน่งในเวลานี้จึงเป็นไปได้ยาก เพราะจำนวน สส. ยังไม่นิ่ง
เมื่อถูกถามว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับประเด็นเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะมากกว่าการร่วมรัฐบาลหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ย้ำว่า เรื่อง “ร่วม” หรือ “ไม่ร่วม” ยังไม่เกิดขึ้นจริง เพราะยังไม่ทราบชัดเจนว่าทุกพรรคจะได้จำนวน สส. เท่าใด พร้อมชี้ว่า สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน คิดเป็น 20% ของสมาชิกทั้งหมด และการเปิดสภาต้องมีการรับรองไม่น้อยกว่า 95% หรืออย่างน้อย 475 คน
เขากล่าวด้วยว่า หากจำนวน สส. เปลี่ยนแปลงจาก 100 เหลือ 80 หรือ 70 คน ย่อมกระทบต่อการคำนวณเสียงและข้อตกลงทางการเมือง จึงไม่ควรเร่งรีบจับขั้วตั้งรัฐบาลในช่วงที่ผลยังไม่เป็นทางการ
น.อ.อนุดิษฐ์ย้ำว่า หลัง กกต.รับรองผลแล้ว ความชัดเจนจะเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องจำนวน สส. เกิน 95% หรือไม่ และแต่ละพรรคมีจำนวนเท่าใด จากนั้นการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลจึงจะเริ่มได้อย่างถูกต้อง
ส่วนกรณีถูกตั้งคำถามว่าพรรคกล้าธรรมเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหม่ ทั้งที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา เขาระบุว่า การเตรียมความพร้อมเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง เพราะ “จำนวนมือ” ในสภาเป็นตัวกำหนดว่าจะเป็นฝ่ายบริหารหรือฝ่ายค้าน พรรคจึงต้องรักษาฐานเสียงในแต่ละเขต โดยปัจจุบันมีผู้สมัครที่ได้อันดับหนึ่ง 56 คน และยังมีผู้ได้อันดับสองอีก 45 คน รวมถึงผู้ได้อันดับสามที่คะแนนไม่ห่างกันมาก ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการทำงานพื้นที่
สำหรับคำถามว่ามีปัจจัยใดที่อาจทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปจะพูดถึงเงื่อนไขหรือปัจจัยใด ๆ เพราะข้อเท็จจริงเรื่องจำนวน สส. ยังไม่ปรากฏชัด พร้อมทิ้งท้ายว่า “อย่าเพิ่งไปดูว่าใครจะรวมกับใคร มาดูเรื่องที่ยังหมิ่นเหม่อยู่ในขณะนี้ก่อนดีกว่า”